บทที่ 2 รอยสัก คืนฝนตก
สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาจนทัศนวิสัยด้านนอกร้านเหล้าหลังมหาวิทยาลัยพร่ามัวไปด้วยละอองน้ำ ไซเรนและเสียงฟ้าร้องครืนครั่นแข่งกับเสียงเบสหนักๆ ของดนตรีสดแนวดนตรีร็อกที่ดังก้องอยู่ในร้าน ‘The Garage’ ร้านประจำของเด็กคณะวิศวกรรมศาสตร์และสายลุยยามค่ำคืน กลิ่นอายของฝนผสมผสานกับกลิ่นควันบุหรี่อ่อนๆ กลิ่นแอลกอฮอล์ และกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเน้นความดิบเท่ อบอวลอยู่ในบรรยากาศสลัวสีส้มผสมม่วงไฟนีออน
ตรงมุมอับหลังร้านชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในเสื้อยืดสีดำตัวเก่งกับกางเกงยีนส์สีเข้มขาดเข่ากำลังนั่งเอนหลังพิงเบาะเบาะหนังสีน้ำตาล รอยสักลายเผ่าและรูปหัวมังกรตรงไหล่ยาวลามมาถึงแผงอกล่างเสื้อยืดเผยให้เห็นวับๆ แวมๆ ยามที่เขาขยับตัว
‘สายฟ้า’ ชูแก้ววิสกี้ทรงเตี้ยที่มีน้ำแข็งละลายไปครึ่งหนึ่งขึ้นจิบด้วยท่วงท่าสบายๆ เส้นผมสีดำสนิทชื้นหยดน้ำฝนเล็กน้อยจากการเดินลุยฝนมาจากโรงช็อปวิศวะฯ ถูกเสยขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ เผยให้เห็นโครงหน้าคมคาย คิ้วเข้มหนา และดวงตาคมกริบสีเข้มที่ฉายแววเฉียบแหลมตลอดเวลา
"ไอ้สายฟ้า มึงจะนั่งอมพะนำอีกนานไหมวะ?"
‘กวินท์’ หรือ ‘วิน’ เพื่อนสนิทร่วมภาควิชาเครื่องกลตะโกนแข่งกับเสียงดนตรี พร้อมกับโยนซองบุหรี่ลงบนโต๊ะ
"งานโปรเจกต์อาจารย์ประเสริฐก็ผ่านแล้ว หน้ามึงจะเครียดไปไหน เดินผ่านเด็กบริหารฯ เมื่อกี้เขามองมึงตาเป็นมันเลยนะเว้ย ไม่คิดจะดึงเข้าโต๊ะสักคนเหรอวะ?"
สายฟ้าหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำและมีความห้าวระกอบอยู่ในที เขาละสายตาจากแก้วในมือ แล้วยกมือขึ้นโบกปฏิเสธเบาๆ
"น่าเบื่อว่ะกูไม่มีอารมณ์"
สายฟ้าเอ่ยเรียบๆ พลางหยิบมวนบุหรี่ขึ้นมาจุดไฟ แสงไฟแช็กวับแวมฉายให้เห็นรอยสันกรามคมชัดและรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก
"ช่วงนี้เจอแต่ทรงเดิมๆ พูดจาแพตเทิร์นเดียวกันหมด กูกินเหล้าเงียบๆ ของกูดีกว่า"
"แหม่... หล่อเลือกได้นะมึง ระดับตัวท็อปเกียร์วิศวะฯ มีสาวตามกรี๊ดตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสี่อย่างมึงเนี่ย ถ้าบอกว่าเบื่อผู้หญิง คนทั้งมหาลัยคงหมั่นไส้จนอยากกระทืบ"
วินส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนจะหันไปชนแก้วกับเพื่อนคนอื่นในแก้ววิศวะฯ ที่กำลังส่งเสียงเฮฮา
สายฟ้าไม่ได้ใส่ใจคำแซว เขาพ่นควันบุหรี่สีเทาพวยพุ่งขึ้นสู่อากาศ มองดูสายฝนที่สาดกระหน่ำกระจกบานใหญ่ของร้านอย่างล่องลอย ความจริงแล้ว เขาไม่ได้เบื่อผู้หญิง แต่เขาเบื่อ 'ความไร้ตัวตน' ของผู้หญิงส่วนใหญ่ที่พยายามเข้าหาเขา ทุกคนที่เข้ามาหาเขามักจะสร้างภาพลักษณ์ที่คิดว่าเขาชอบสาวฮอต สายแซ่บ หรือไม่ก็สาวหวานเอาอกเอาใจ ทุกอย่างดูผ่านการปรุงแต่งจนไร้ซึ่งความจริงใจ
และเขาเอง... ก็เป็นพวกชอบมองหา 'ความจริง' ที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากคนอื่นเสียด้วย
ทว่าในวินาทีนั้นเอง สายตาของสายฟ้าก็ไปสะดุดเข้ากับร่างๆ หนึ่งที่เพิ่งก้าวผ่านประตูหน้าร้านเข้ามา
บาร์ชั้นล่างมีผู้คนเบียดเสียด แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับโดดเด่นออกมาจากฝูงชนราวกับมีสปอตไลต์ฉายจับ ทั้งที่เธอแต่งกายมิดชิดที่สุดในร้าน
เธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีครีมติดกระดุมเกือบถึงคอ กางเกงสแล็กสีดำทรงสวยที่เน้นช่วงขานานเรียว ผมยาวสีน้ำตาลดาร์กช็อกโกแลตถูกรวบเรียบตึงสไตล์คนเจ้าระเบียบ บนใบหน้าเรียบเนียนสวมแว่นตากรอบบางทรงสุภาพ…
‘คุณหมอ’
นั่นคือคำแรกที่ลอยเข้ามาในหัวของสายฟ้า สายตาของเขาจับจ้องมองเรือนร่างบางระหงนั้นไม่วางตา เขาจำหน้าเธอได้ทันที ‘นศพ. เมลดา’ จากคณะแพทย์ คณะที่อยู่คนละฝั่งมหาวิทยาลัยกับตระกูลเกียร์ของเขา เธอเป็นดาวเด่นระดับ 'นางฟ้ากาวน์ขาว' ที่เล่าลือกันว่าเพียบพร้อม เรียบร้อย และเข้าถึงยากยิ่งกว่ากำแพงเมืองจีน
แต่สิ่งที่ทำให้สายฟ้าต้องขมวดคิ้วด้วยความสนใจ ไม่ใช่เพราะเธอสวย... แต่เป็นเพราะ 'ดวงตา' ของเธอใต้เลนส์แว่นคู่นั้นต่างหาก
มันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ความเคียดแค้น ความเจ็บปวด และความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออก เธอเดินตรงไปที่บาร์เดี่ยว นั่งลงบนเก้าอี้ทรงสูงโดยไม่สนใจสายตาของชายหนุ่มนับสิบที่หันมองเธอด้วยความตะลึง
"ขอเพียวตัวแรงที่สุดที่ร้านมีค่ะ"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่สั่นพร่าของเมลดาเล็ดลอดมาถึงหูของสายฟ้า แม้เสียงดนตรีจะดัง แต่เขากลับตั้งใจฟังมันอย่างน่าประหลาด บาร์เทนเดอร์มองหน้าหมอสาวด้วยความแปลกใจก่อนจะรินวิสกี้เข้มข้นลงในแก้วช็อต เมลดาไม่ลังเลแม้แต่น้อย เธอจับแก้วยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมดช็อต ก่อนจะสั่งเพิ่มทันทีโดยไม่พัก
"เฮ้ยๆ ไอ้ฟ้า มึงมองอะไรวะ?"
วินทักขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนสนิทนั่งนิ่งจ้องไปที่บาร์
"เฮ้ย... นั่นมันหมอเมล คณะแพทย์นี่หว่า! มาทำอะไรแถวร้านวิศวะฯ วะเนี่ย? แถมมาคนเดียวด้วย โคตรแปลก ปกติเห็นมีแต่พวกหมอไฮโซเดินตามตูดเป็นพรวน"
"เออ"
สายฟ้าตอบรับในลำคอ เสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย สายตายังคงจับจ้องไปที่แผ่นหลังบางของหมอสาว
เมลดากดแก้วช็อตรอบที่สามลงบนโต๊ะ ใบหน้าขาวเนียนเริ่มมีเลือดฝาดสีแดงระเรื่อซึมผ่านแก้มเนียน เธอถอดแว่นตากรอบบางวางลงบนเคาน์เตอร์ นิตยสารและเอกสารการแพทย์ที่เธอหิ้วมาด้วยถูกทิ้งไว้ข้างๆ มือเรียวบางยกขึ้นขยี้ผมยาวที่รวบไว้จนมวยผมหลุดลุ่ย ปล่อยให้เรือนผมยาวสลวยทิ้งตัวลงมาสยายเต็มแผ่นหลัง
ในนาทีนั้น สายฟ้าตากว้างขึ้นเล็กน้อย... ภาพของคุณหมอแสนเรียบร้อยสูญหายไปในพริบตา เหลือเพียงหญิงสาวผู้เย้ายวนและตึงเครียดถึงขีดสุด เธอหลับตาลงสูดหายใจเข้าลึกอย่างทรมานราวกับกำลังพยายามสลัดคราบตัวตนที่เธอเกลียดชังออกไป
ความขัดแย้งนี้มันอะไรกัน... สายฟ้าคิดในใจ หัวใจหนุ่มวิศวะฯ เริ่มเต้นเป็นจังหวะที่แปลกไป เขาเห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสมบูรณ์แบบนั้น มันคือความจริงที่จริงแท้ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นในตัวผู้หญิงคนไหน
แต่แล้ว บรรยากาศเงียบสงบในมุมบาร์ของเมลดาก็ถูกขัดจังหวะ
ชายหนุ่มทรงโจรสองคนสวมเสื้อแจ็กเก็ตหนังเดินตรงเข้าไปหาหมอสาวด้วยท่าทางคุกคาม คนหนึ่งถือแก้วเหล้าในมือ ส่วนอีกคนเอามือไปเกาะแกะตรงขอบเก้าอี้ของเมลดา
"น้องสาว... มานั่งดื่มคนเดียวเหงาๆ เหรอน้อง?"
ชายคนแรกเอ่ยด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม
"พี่เห็นเหล้าเข้มขนาดนี้ อย่างน้องจะไหวเหรอจ๊ะ? ให้พี่ช่วยดูแลไหม?"
เมลดาขมวดคิ้วแน่น เธอพยายามใส่แว่นกลับคืนและปรับสีหน้าให้เป็น 'นศพ. ผู้สุภาพ' ตามความชินชา
"ขอโทษนะคะ ฉันอยากนั่งดื่มคนเดียว กรุณาถอยออกไปด้วยค่ะ"
"แหม ทำเป็นทรงตัวแม่... มาร้านเหล้าคนเดียว แต่งตัวมิดชิดแต่กินดุขนาดนี้ อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศมาสนุกกับพวกพี่หน่อยไหม?"
ชายคนที่สองถือวิสาสะยื่นมือไปจับไหล่ของเมลดา พร้อมกับลากนิ้วลงมาตามลำคอระหงอย่างถือดี
"อย่ามาแตะต้องฉันนะ!"
เมลดาเอ็ดเสียงดัง พยายามขยับตัวหนี แต่มือหนานั้นจับแขนเธอไว้แน่น แรงกดดันและอารมณ์ที่สะสมมาตลอดทั้งวันประกอบกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เมลดาเริ่มสติพร่ามัวและความกลัวเริ่มก่อตัวขึ้น
"มาเหอะน่า ไปต่อห้องพี่ดีกว่า..."
ก่อนที่มือของชายคนนั้นจะได้ลวนลามไปมากกว่านั้น...
หมับ!
ข้อมือใหญ่หนาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดและรอยสักของสายฟ้าพุ่งเข้ามาคว้าจับข้อมือของชายคนนั้นไว้แน่น แรงบีบมหาศาลทำให้ชายคนนั้นร้องเหยียดออกมาด้วยความเจ็บปวด
"โอ๊ย! อะไรวะเนี่ย!"
ร่างสูงใหญ่ 185 เซนติเมตรของสายฟ้ายืนตระหง่านอยู่ด้านหลังของเมลดา แผ่นอกกว้างที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นดันชิดแผ่นหลังบางของเธอ กลิ่นอายของฝน บุหรี่และน้ำหอมไม้หอมดิบๆ จากตัวเขาสีด้ามเข้ามาแทนที่กลิ่นอายคุกคามเมื่อครู่ทั้งหมด
"มีปัญหาอะไรหรือเปล่าพี่?"
สายฟ้าถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตาสีเข้มกลับฉายแววดุดันและเยือกเย็นจนน่ากลัว
"ผู้หญิงเขาบอกว่า ‘ไม่’ มึงหูตาบอดหรือไง?"
"ไอ้... ไอ้เด็กวิศวะฯ! มึงอย่ามายุ่ง เรื่องของกูกับน้องเขา!"
ชายคนนั้นพยายามสะบัดมือออก แต่แรงของเด็กช็อปเครื่องกลที่ยกเครื่องยนต์เป็นประจำนั้นแตกต่างกันฟ้ากับดิน สายฟ้าบีบข้อมือมันแน่นขึ้นจนหน้ามันเริ่มซีด
แก๊งวิศวะฯ ของสายฟ้ารวมถึงวินเดินตรงเข้ามาล้อมโต๊ะไว้ทันทีด้วยสีหน้าพร้อมลุย ชายสองคนนั้นเมื่อเห็นว่าฝั่งตรงข้ามเป็นเด็กวิศวะฯ เจ้าถิ่น แถมตัวใหญ่และมีพวกเยอะกว่าจึงสบถออกมาอย่างเสียไม่ได้
"ฝากไว้ก่อนเหอะมึง!"
พวกมันปล่อยมือจากเมลดา แล้วรีบเดินหนีออกจากร้านไปในที่สุด
ความเงียบครอบงำมุมบาร์ชั่วขณะ เสียงฝนข้างนอกยังคงตระหนกหนักหน่วง
สายฟ้าถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะปล่อยมือ เขาหันกลับมามองร่างบางที่นั่งสั่นน้อยๆ อยู่บนเก้าอี้บาร์ เมลดายังคงจับแว่นตาไว้แน่น ลมหายใจของเธอติดขัดด้วยความตื่นตระหนก ดวงตากลมโตใต้เลนส์แว่นเงยขึ้นสบตากับชายหนุ่มร่างยักษ์ตรงหน้า
"เป็นอะไรไหมครับ... คุณหมอ?"
น้ำเสียงของสายฟ้าที่ใช้พูดกับเธอแตกต่างจากตอนที่พูดกับชายคนเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง มันทุ้มต่ำ นุ่มนวล ทว่ามีความขู่ขวัญและควบคุมอยู่ในที
เมลดามองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา…เขาหล่อเหลาในแบบดิบเท่เส้นผมยุ่งเหยิงชื้นฝน สายตาคมกริบที่มองผ่านลงมาเหมือนจะซอกซอนเข้าไปถึงวิญญาณของเธอ และรอยสักมังกรตรงไหล่ที่โผล่พ้นเสื้อยืดสีดำนั้น... มันช่างตรงข้ามกับโลกอันสะอาดบริสุทธิ์ในโรงพยาบาลของเธออย่างสิ้นเชิง
"ฉัน... ฉันไม่เป็นไร ขอบคุณค่ะ"
เมลดาพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติ ตอบกลับด้วยกิริยาสุภาพตามสัญชาตญาณ
"ขอบคุณที่ช่วยนะคะ คุณ..."
"สายฟ้า"
เขาแนะนำตัวเองเรียบๆ
"วิศวะฯ ปีสี่"
"ค่ะ คุณสายฟ้า ฉันเมลดา... ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ"
เธอพยายามจะก้มลงเก็บกระเป๋าและเอกสารเพื่อจะเดินหนีไปจากสถานการณ์นี้ แต่ฤทธิ์ของวิสกี้เพียวนับสิบช็อตที่เพิ่งกินเข้าไปบวกกับความเครียดที่ตีรวนขึ้นมา ทำให้โลกหมุนคว้าง ร่างบางง่อนแง่นและแทบจะล้มพับลงกับพื้น
หมับ!
ลำแขนแกร่งที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อและรอยสักของสายฟ้าวาดผ่านเอวบางของเธอเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที เขาดึงร่างของหมอสาวเข้ามาปะทะกับแผ่นอกกว้างของเขาทันที ความร้อนจากร่างกายของชายหนุ่มและสัมผัสอันแน่นหนาทำให้เมลดาเบิ่งตากว้างด้วยความตกใจ
"ง่อนแง่นขนาดนี้ จะรีบไปไหน?"
สายฟ้าก้มลงกะพริบตามองใบหน้าหวานที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคิวเดียว ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดแก้มระหงของเธอ
"กินเหล้าเหมือนประชดชีวิตขนาดนี้ คิดว่าจะเดินกลับห้องไหวเหรอ?"
"ฉันไหว... ปล่อยค่ะ"
เมลดาพยายามดันอกแกร่งของเขาออก แต่มือบางของเธอแทบไม่มีแรง เมื่อสัมผัสได้ถึงความแน่นหนาของกล้ามเนื้อใต้เสื้อยืดสีดำ หัวใจของเธอพลันเต้นรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
สายฟ้ามองลงมาที่ดวงตาของเธอ... เขาเห็นความกลัว แต่ภายใต้ความกลัวนั้น มีความ 'ต้องการ' บางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ ลึกล้ำ ปรารถนา และสับสน
"โกหกไม่เก่งเลยนะคุณหมอ"
สายฟ้าจุดยิ้มมุมปาก ยิ้มที่เต็มไปด้วยความอันตรายและเสน่ห์ของเด็กหนุ่มสายลุย
"หน้ากากแสนดีของคุณ มันจะหลุดอยู่แล้วรู้ตัวไหม?"
คำพูดนั้นเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงเข้ากลางใจของเมลดา! เธอชะงักกึก มองหน้าเขาด้วยความตะลึง... ชายคนนี้เป็นใคร? ทำไมถึงมองทะลุความรู้สึกที่เธอซ่อนไว้มาตลอดหลายปีได้ด้วยการเจอหน้ากันไม่ถึงสิบนาที?
"เอ่อ... ฟ้า"
วินเดินเข้ามาสะกิดแขนเพื่อน
"มึงจะเอายังไงต่อวะ? น้องหมอเขาดูไม่ไหวแล้วนะ ให้กูเรียกแท็กซี่ให้ไหม?"
สายฟ้าสายหัวเบาๆ สายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าหวานของเมลดาที่กำลังจ้องมองเขาด้วยความสับสนและเร่าร้อนอย่างประหลาด
"ไม่ต้อง"
สายฟ้าเอ่ยเสียงเรียบ แต่เด็ดขาด
"เดี๋ยวกูจัดการเอง พวกมึงกินกันต่อเลย"
"ฮั่นแน่... ไอ้ฟ้า มึงอย่าทำอะไรน้องหมอนะเว้ย เขาระดับลูกผู้ดีมีตระกูล"
วินเตือนด้วยความหวังดี
"กูรู้น่า"
สายฟ้าไม่รอช้า เขากระชับอ้อมแขนรอบเอวบางของเมลดา ช้อนร่างของหมอสาวขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดายราวกับเธอไร้น้ำหนัก เมลดาตกใจจนต้องรีบยกแขนเรียวขึ้นโอบรอบคอหนาของเขาไว้ตามสัญชาตญาณ
"คุณสายฟ้า! ปล่อยนะ! คุณจะทำอะไร?!"
เมลดาโวยวายเสียงแผ่ว ใบหน้าร้อนผ่าวไปถึงใบหู
"พาไปส่งที่ปลอดภัยไง"
สายฟ้าก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็กของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้ร่างกายของเธออ่อนระทวยอย่างน่าประหลาด
"หรืออยากจะนั่งรอให้ไอ้พวกเมื่อกี้มันกลับมาอุ้มไป?"
เมลดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอหมดคำแย้ง เพราะลึกลงไปในใจ... สัมผัสจากอ้อมกอดอันแข็งแกร่ง กลิ่นอายดิบเท่ของชายหนุ่มตรงหน้า และความรู้สึกปลอดภัยที่ไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน กำลังทำให้กรงขังในใจของเธอปริแตกออกทีละนิด
สายฟ้าเดินอุ้มหมอสาวออกไปท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกกระหน่ำ รถยนต์ส่วนตัวของเขาจอดอยู่ไม่ไกล แต่ฝนที่ตกหนักทำให้เขาตัดสินใจพาเธอเดินตรงไปยังคอนโดหรูของเขาที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านเหล้าทันที
