บทที่ 8 ฉากหน้าในคลาสเรียน

แสงแดดจ้าช่วงสายของวันจันทร์ส่องผ่านกระจกสีชาบานโตของอาคารศูนย์การเรียนรู้คณะแพทยศาสตร์ อากาศด้านนอกเริ่มอบอ้าวแต่ภายในห้องบรรยายขนาดใหญ่ที่รองรับนักศึกษากว่าสองร้อยคนกลับเย็นเยียบด้วยระบบปรับอากาศทรงพลัง เสียงพลิกหน้ากระดาษ เสียงกดปากกาและเสียงพึมพำจดบันทึกดังประสานกันอย่างมีระเบียบวินัยและบรรยากาศอันเคร่งครัดคือสิ่งที่ตระกูลอัครเดชากุลและคณาจารย์คาดหวังจากนักศึกษาทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องนี้

และที่แถวหน้าสุด ตรงตำแหน่งเดิมที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง คือที่นั่งของ ‘นศพ. เมลดา อัครเดชากุล’

กาวน์ตัวสั้นสีขาวสะอาดสะอ้านถูกติดกระดุมเม็ดบนสุดอย่างเรียบร้อยชายกาวน์ทับลงบนกระโปรงทรงเอความยาวเลยเข่าตามระเบียบเป๊ะ ผมยาวสีน้ำตาลดาร์กช็อกโกแลตที่เคยปล่อยสยายกระเซิงบนเตียงนอนของสายฟ้าในคืนวันศุกร์ บัดนี้ถูกรวบตึงเป็นมวยต่ำเก็บทรงอย่างประณีตไร้ซึ่งปอยผมแม้แต่เส้นเดียวหลุดรุ่ย แว่นตากรอบบางทรงสุภาพวางตั้งอยู่บนโด่งจมูกสั้นสวย บดบังดวงตากลมโตที่เคยเว้าวอนและแพรวพราวใต้ร่างของเด็กหนุ่มวิศวะฯ เอาไว้อย่างมิดชิด

"จากเคสศึกษาภาวะ Sepsis ในผู้ป่วยรายนี้ หากค่า Lactate ในเลือดพุ่งสูงขึ้นเกิน 4 mmol/L ร่วมกับ Refractory Hypotension เราควรเลือกใช้ Inotrope หรือ Vasopressor ตัวไหนเป็นอันดับแรกในการดึง Mean Arterial Pressure?"

อาจารย์แพทย์ประจำวิชาอายุรศาสตร์ฉุกเฉินเอ่ยถามขึ้น เสียงทุ่มต่ำของเขาส่งผ่านลำโพงก้องไปทั่วห้อง บรรยากาศพลันเงียบกริบ นักศึกษาหลายคนรีบก้มหน้ามองชีตสรุป ไม่กล้าสบตาอาจารย์

เมลดาค่อยๆ ขยับตัว ขาเรียวยาวชิดติดกันอย่างมีมารยาท ความร้าวระบมลึกๆ ตรงช่วงล่างและเอวสอบยังคงส่งสัญญาณประท้วงเบาๆ ทุกครั้งที่เธอเคลื่อนไหว รอยรักสีสุกใสหลายจุดใต้ปกเสื้อกาวน์ที่ถูกติดกระดุมชิดคอกำลังเสียดสีกับเนื้อผ้ามอบสัมผัสวูบวาบประหลาดที่ทำให้หัวใจของคุณหมอสาวเต้นผิดจังหวะ

เธอยกมือขึ้นเรียบๆ ด้วยท่วงท่าอันสง่างาม

"นศพ. เมลดา เชิญครับ" 

อาจารย์พยักหน้ารับทันทีอย่างคุ้นเคยเมลดายืนขึ้นตรงๆ เสื้อกาวน์เรียบตึงไร้รอยยับ เธอนำเสนอคำตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นและกังวานชัดเจน

"ลำดับแรกควรพิจารณาให้ Norepinephrine เป็น First-line Vasopressor เพื่อเพิ่ม Systemic Vascular Resistance ค่ะอาจารย์ โดยกำหนดเป้าหมาย MAP ให้มากกว่าหรือเท่ากับ 65 mmHg หากยังมีภาวะ Myocardial Dysfunction หรือ Hypoperfusion แอบแฝงอยู่ จึงค่อยพิจารณาเพิ่ม Dobutamine ร่วมด้วยค่ะ"

"ถูกต้องละเอียดและแม่นยำมาก นศพ. เมลดา นั่งลงได้"

เมลดาก้มศีรษะลงเล็กน้อยไหว้ขอบคุณก่อนจะนั่งลงอย่างสงบ เสียงพึมพำชื่นชมดังขึ้นจากโต๊ะข้างหลังอีกครั้ง

"สมกับเป็น เมลดา จริงๆ เก่งไร้ที่ติ" 

"ดูการแต่งตัวสิ เรียบร้อยตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนองค์หญิงหลุดมาจากนิยาย" 

"เคยมีใครเห็นหมอเมลมองหน้าผู้ชายคนไหนเกินสามวินาทีบ้างไหมเนี่ย? เย็นชาแต่โคตรสง่า" 

"นอกจากหมอเกรทแล้ว ฉันไม่เคยเห็นหมอเมลยอมคุยกับผู้ชายคนไหนเกินเรื่องเรียนเลยสักคน"

คำสรรเสริญเหล่านั้นลอยผ่านหูของเมลดาไปเหมือนเช่นเคย เธอจับปากกาแท่งหรูจดบันทึกต่อด้วยลายมือตัวบรรจง แต่ใต้หน้ากากความเรียบร้อยไร้เดียงสานั้น... หัวใจของเธอกำลังสั่นสะท้าน

ผู้ชายที่ไม่เคยสบตาเหรอ?

เมลดานึกในใจพลางขยับปกเสื้อกาวน์ขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ภาพของชายหนุ่มร่างสูง 185 เซนติเมตร ผมยุ่งชื้นฝน รอยสักมังกรเต็มไหล่และแผงอกและดวงตาคมกริบดิบเท่ที่จ้องมองเธออย่างจมมิดบนเตียงเมื่อวันก่อน พลันฉายซ้ำเข้ามาในสมอง

ผู้ชายคนนั้น... คนที่ไม่ได้อยู่ในสายตาของสังคมเพอร์เฟกต์แห่งนี้ ผู้ชายคนนั้น... คนที่เธอยอมให้เขาบดขยี้เรือนร่าง ยอมให้เขากระแทกกระทั้นความแข็งแกร่งเข้าหายอมครางเรียกชื่อเขาจนเสียงแหบแห้ง และยอมเป็น 'เด็กดื้อ' ใต้ร่างของเขาตลอดทั้งคืน

ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนปรางแก้วเนียน เมลดาต้องยกมือขึ้นแตะแว่นตา ทำเป็นขยับเลนส์เพื่อซ่อนสีหน้าที่เริ่มขึ้นสีเลือดฝาด

"เมลครับ..."

เสียงทุ้มอบอุ่นทักขึ้นเบาๆ เมลดาหันไปมอง ‘เกรท’ ที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ชายหนุ่มส่งรอยยิ้มหล่อเหลาเป็นธรรมชาติมาให้ ในมือถือแก้วกาแฟร้อนจากแบรนด์หรูที่เขาเพิ่งเดินไปซื้อมาช่วงพักครึ่งคลาส

"ผมซื้อ อเมริกาโน่ ร้อน แบบไม่หวานมาฝากครับ เมลดูเหนื่อยๆ ตั้งแต่เช้าแล้ว มีอะไรให้ผมช่วยไหม?"

เมลดามองแก้วกาแฟตรงหน้า แล้วมองรอยยิ้มแสนสุภาพของเกรท... คนที่ใครๆ ก็บอกว่าเหมาะสมกับเธอที่สุด คนที่ครอบครัวของเธอกำลังวางแผนจะจับคู่ให้ แต่แปลกเหลือเกิน ที่ความอบอุ่นแสนดีของเกรท กลับไม่เคยทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะได้เลยสักครั้ง ต่างจากสัมผัสอันดุดันและคำพูดขู่ขวัญของสายฟ้าที่เพียงแค่นึกถึง ก็ทำให้ช่องท้องของเธอปั่นป่วนไปหมด

"ขอบคุณมากนะคะเกรท แต่เมลเพิ่งดื่มชาไปเมื่อเช้าเองค่ะ ยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่" 

เมลดาตอบปฏิเสธด้วยรอยยิ้มบางๆ ตามมารยาท สายตาของเธอทอดมองผ่านเกรทไปโดยไม่สบตาเขาตรงๆ แม้แต่วินาทีเดียว

เกรทชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มของเขากร่อยลงนิดหน่อยแต่ก็ยังรักษามารยาท 

"งั้นวางไว้ตรงนี้แล้วกันนะครับ ถ้าเมลอยากดื่มเมื่อไหร่ก็หยิบได้เลย... เอ่อ เมลครับ เรื่องนัดทานข้าวกับครอบครัวเราเสาร์นี้ คุณพ่อผมจองร้านอาหารแถวริมแม่น้ำไว้แล้ว เมลสะดวกไหมครับ?"

แรงกดดันดั่งสายน้ำท่วมทะลักกลับเข้ามาทันที เมลดาเม้มริมฝีปากแน่น กรงขังแห่งตระกูลอัครเดชากุลกำลังบีบกระชับเข้ามาอีกครั้ง

"สะดวกค่ะ..." 

เมลดาจำต้องตอบรับ แม้ในใจจะอยากปฏิเสธเพียงใด 

"ไว้เมลจะเตรียมตัวนะคะ"

"ดีจังครับ ผมดีใจมากเลยนะที่จะได้ทานข้าวกับเมล" 

เกรทยิ้มกว้างขึ้นอย่างมีความสุข

เมลดาก้มหน้าลงมองสมุดจด ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เธอทำเพียงแค่ใช้ปลายเล็บจีกลงบนฝ่ามือของตัวเองเบาๆ เพื่อสะกดอารมณ์อึดอัด... ชั่วขณะหนึ่ง เธออยากให้เวลาเดินไปถึงช่วงเย็นเร็วๆ อยากให้คลาสเรียนบ้านี้จบลง อยากจะถอดชุดกาวน์ขาวบริสุทธิ์นี้ทิ้ง แล้วพาตัวเองไปซุกตัวอยู่ในคอนโดหรูทึบแสงของสายฟ้า ไปอยู่ในโลกที่เธอไม่ต้องคอยพยักหน้ารับคำสั่งของใคร

บทก่อนหน้า
บทถัดไป