บทที่ 10 ข้อแลกเปลี่ยน

บทที่ 10

ข้อแลกเปลี่ยน

@เมฆ 

“อมให้กูด้วย เอาให้กูติดใจ” เสียงผมเริ่มแหบพร่า แค่เพียงมือของชินสัมผัสโดนส่วนอ่อนไหวก็ให้รู้สึกเกินยากจะบรรยาย ผมมองมันด้วยใบหน้านิ่งเรียบ

มันใช้มือกุมท่อนเอ็นร้อนที่แข็งตัวมีเส้นเลือดโดยรอบเด่นชัดเต็มลำแล้วรูดขึ้นลงไปมาไม่ยอมก้มลงดูดสักที สีหน้าของมันแดงระเรื่อดวงตาไหวระริกยามจ้องแท่งร้อนขนาดใหญ่ตรงหน้า

ผมจึงกดหัวมันเข้ามาที่ตรงกลางกายอย่างแรงจนหน้าของมันอยู่ตรงแก่นกายของผม ลมหายใจอุ่นของมันรดโดนส่วนอ่อนไหว ยิ่งกระตุ้นอารมณ์ให้พุ่งสูง

“เร็ว!!..อย่าลีลา..หรือมึงจะให้กูกระแทกเหมือนวันนั้น ได้นะกูไม่ติด”

ผมจึงแกล้งพูดออกไป มันเบิกตาโตท่าทางลนลานรีบมองหน้าผมอย่างนึกกลัว ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอก้มมองท่อนเอ็นที่อยู่ในมือ ชินใช้ลิ้นนุ่มๆตวัดไล้เลียแก่นกายตั้งแต่โคนขึ้นมาจนถึงส่วนปลายหยักแดง ใช้ลิ้นเลียตรงส่วนปลายกลางกลีบหยักและดูดเลียแรงๆเหมือนแกล้งให้ผมเสียวจัด

“อ่าสสส เสียว แม่ง!! แกล้งกู”

 ผมมองใบหน้าของคนที่ละเลงลิ้นตรงแก่นกายผม ใบหน้ามันโคตรเอ็กซ์ ใบหูแดงก่ำลามไปถึงแก้ม กระพุ้งแก้ม ตอนอมน้องชายเข้าไปในปากเวลาที่ผมเห็นแก่นกายรูดเข้าออกในปากมันยิ่งเพิ่มความเสียว  ชินไล้เลียไปถึงส่วนหัวบานปลายที่เริ่มมีน้ำปริ่มออกมามันวาว จากฝีมือของคนตรงหน้า

หลังจากโดนอีกคนดูดเลียและใช้ลิ้นละเลงรัวเร็ว ตวัดเลียน้ำสีใสเหนียวหนืดเข้าไปในปากพร้อมดูดกินเกลี้ยงอย่างไม่รังเกียจ ยิ่งทำให้ผมจ้องมองมันตาค้าง 

“อ่าสส แม่งเอ้ย!”

 ผมถึงกับสบถสลับกับครางออกมาเสียงลั่นห้อง ผมกดหัวมันไว้ ชินเริ่มอ้าปากครอบแก่นกายผมและเลียเสียงดัง 

แผล๊บ!!

แผล็บ!

“อ่าสสส...โคตรเสียวหัว..มึงทำกูเสียวมาก” 

ผมครางในลำคออย่างพึงพอใจ กางขาออกกระแทกกระทั้นเข้าไปในโพรงปากนุ่มของชินอย่างแรงด้วยความเสียวสุด จนมันร้องอื้ออึงจนจุกปากตาเบิกกว้างด้วยความยาวของท่อนลำแข็งแรง ผมจึงต้องเบาแรงลง เพราะความยาวของน้องชายผมคงไปถึงในลำคอ ฝ่ามือหนาลูบเส้นผมของมันก่อนจะขย้ำเส้นผมหนานุ่มมันไว้อย่างแรงด้วยความเสียวซ่าน

“อ๊อก.อึก..อืม” เสียงมันฮึมฮัมออกมา เพราะผมยังคงขยับแก่นกายเข้าปากมันถี่ๆ 

“จะเสร็จแล้ว อ่า อ่าสสส” 

ไอ้ชินมันใช้ลิ้นและริมฝีบากนิ่มตวัดดูดดุนเข้าที่ส่วนหัวท่อนเอ็นที่เป็นจุดไวต่อความรู้สึกอย่างเร็วและแรง ยิ่งมันไล้เลียดุนดันลิ้นโดนเข้าไปในรอยหยักส่วนหัว มันยิ่งทำให้ผมครางออกมาลั่นห้อง ผมเสียววาบไปทั่วช่องท้อง น้ำรักวิ่งพุ่งมาจ่อตรงปลายหัวพร้อมพุ่งออก

“รับผิดชอบกูด้วยนะ.กลืนกินให้หมด.ซี้ดดดด อ่าสสส”

ผมสั่งเสียงพร่าและครางลั่นอีกรอบ กดหัวอีกคนไว้อย่างกับกลัวว่ามันจะหนีหายไป ก่อนจะกระแทกท่อนเอ็นเข้าปากแรงๆสองสามที วินาทีนั้นน้ำรักพุ่งเข้าปากมันจนหมดทุกหยาดหยด ชินจัดการกลืนกินจนไม่เหลือ ด้วยกลัวว่าผมจะทำโทษที่กล้าขัดคำสั่ง

“เก็บรายละเอียดด้วย” 

ผมมองมันไล้เลียดูดกลืนน้ำรักรอบหัวบานแดงของตัวเองที่กำลังพยักหัวหงึกอย่างพอใจที่ได้ปลดปล่อย สายตาผมมองมันฉ่ำเยิ้มอย่างลืมตัว

“รู้แบบนี้กูให้มึงอมให้กูทุกวันเลย..แม่งโคตรดี”

ผมเก็บท่อนลำรูดซิปอย่างรู้สึกดี สบายตัว ตัวเบาโหวง ก้มมองหน้าอีกคนที่มีน้ำรักเลอะริมฝีปาก ผมก้มมองพอดีกับจังหวะที่มันเงยขึ้นมาสบตาผม ทั้งผมและมันมองหน้าสบตานิ่งกันอยู่อย่างนั้น ผมสังเกตเห็นใบหน้าหูตามันแดงเถือก ผมเผลอใช้นิ้วหัวแม่มือไล้น้ำรักออกจากริมฝีปากให้มันอย่างเบามือ และให้มันดูดกลืนเข้าไป มันก็ไม่ได้อิดออดดูดปลายนิ้มหัวแม่มือแถมใช้ลิ้นนุ่มของมันตวัดเลียไปมา มองหน้าผมอย่างท้าทาย จนผมได้แต่ฮึดฮัดอยากจะจับกดให้จมเตียงจนลุกไม่ขึ้น แต่ก็ได้รับปากมันไว้แล้ว และอีกอย่างผมมีงานสำคัญรออยู่

“แม่งเอ้ย!!ยั่วกูเหรอ คืนนี้กูจะจัดหนักมึงเลยไอ้สัส!”

ผมสบถออกมาทันที มันแกล้งผม ตอนที่ผมจับตัวมันก็ยังรุมๆมีไข้อ่อนๆ ชินมองผมทำหน้ายียวนแต่ถ้ามันอ่อยผมหรือแกล้งผมอีก ผมก็ไม่รับประกันความปลอดภัยแน่ ถึงแม้ว่ามันจะป่วยอยู่ก็ตาม

“กูมีคุยธุระกับเฮียเม้ง เขาจะเข้ามาที่นี่ แต่มึงไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่าเรื่องอะไร ”

เฮียเม้งคือคนที่มีเรื่องกับผมเกี่ยวกับที่ดินติดสนามรถแข่ง ไอ้เฮียเม้งนี่มันโคตรเจ้าเล่ห์ มันรู้ว่าผมอยากได้ที่ตรงนี้มาก เพราะผมต้องการขยายอาณาจักรออกไปอีก แต่มันไม่ยอมขายแถมโก่งราคาจนสูงลิบทั้งๆที่ที่มันได้มานั้น มาจากกลโกงชาวบ้านขุดรีดเขามาด้วยซ้ำ และวันนี้มันนัดคุยกับผมอีกครั้งเพื่อตกลงเรื่องราคา ผมกระตุกยิ้มให้ชินแล้วเชยคางมันขึ้นมาสบตาพลางยิ้มเยาะก่อนจะเดินออกไป 

ผมหยุดหันมามองหน้ามันเพียงแค่แวปเดียว โดยที่มันยังคงทำหน้างงๆ ก่อนจะล้วงหยิบกุญแจรถโยนให้มันแล้วปิดประตูออกไปอย่างแรง

เวลาผ่านไปสักพักผมเห็นมันแต่งตัวด้วยชุดที่ลูกน้องเตรียมไว้ให้ ท่าทางของมันยังคงอิดโรย เดินขัดๆไม่เหมือนเดิม แต่มันก็ยังคงฝืนตัวเองรีบเดินออกไปยังรถหรูที่จอดไว้ ผมให้กุญแจรถของตัวเอง ไม่ว่ามันจะไปที่ไหนมันก็หนีไม่พ้นแน่ข้อนี้มันเองก็รู้ คนฉลาดอย่างมันไม่มีทางทำอะไรขัดใจผมแน่

“มึงตามมันออกไปอย่าให้คลาดสายตาและรายงานกูตลอดเวลาด้วย”

“ครับเฮีย”ผมยืนมองรถคันหรูที่แล่นออกไป รถคันนี้ผมซื้อไว้ใช้ด้วยกันกับมัน เวลาออกไปไหนมาไหนส่วนใหญ่จะหยิบใช้คันนี้เพราะสะดวกและคล่องตัว   

'ไอ้สันต์"

"ครับเฮีย"

"มึงไปหาไอ้เม้งกับกู"

 ผมยืนมองรถที่ชินขับออกจนลับตาไปแล้ว จึงออกไปคุยงานต่อ ในใจก็เฝ้าคิดถึงแต่เรื่องของมัน อยากรู้นักว่ามันมีความจำเป็นอะไรนักหนาถึงได้ออกไปทั้งที่ตัวเจ็บ และมันเกี่ยวกับผู้หญิงที่มาตามหามันถึงที่นี่หรือเปล่า ร้อยวันพันปีไม่เคยจะเห็นมีใครมาหามันสักคน

@ชิน

“ฮัลโหล ซายน์แม่เป็นไงบ้าง” หลังจากที่เป็นอิสระผมก็รีบโทรศัพท์ถามน้องสาวซึ่งอายุห่างกว่าผมแค่1ปี ด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“ตอนนี้แม่อยู่ที่โรงพยาบาล พี่หายไปไหนมา แม่เสียใจมากจนอาการทรุดกลัวว่าพี่จะเป็นอะไรไป”

“พี่ขอโทษ กำลังเข้าไป” 

ผมบอกเสียงระล่ำระลัก ห่วงแม่ก็ห่วง กลัวเฮียเมฆก็กลัว สามวันแล้วสินะที่ผมไม่ได้ติดต่อกลับไปที่บ้าน เพราะโดยปกติผมจะโทรหาทุกวันไม่เคยขาด จะหาจังหวะที่สะดวกและว่างจากงานโทรหา เพราะเป็นห่วงแม่

แม่ผมเป็นโรคร้ายมานานแล้ว และผมก็พยายามหาเงินเพื่อรักษาให้ท่านอยู่กับพวกเราให้นานที่สุด ทำทุกทางเพื่อให้แม่ได้รับการรักษาที่ดี เงินทุกบาททุกสตางค์ ผมแทบไม่ได้ใช้เก็บไว้ให้แม่และน้องไว้ใช้จ่ายทั้งหมด ล่าสุดแม่ต้องเข้าโรงพยาบาลอีก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมากและเป็นโรงพยาบาลเอกชน ผมไม่อยากจะรบกวนพี่เมฆ เพราะเงินเดือนที่ได้รับแต่ละเดือนก็มากโข แถมเงินพิเศษอีกไม่น้อย ไหนเงินก้อนใหญ่ที่ใช้หนี้เสี่ยโชคแทนผมอีก จนหนี้บุญคุณที่มีท่วมหัวใช้เท่าไหร่ก็คงไม่หมด ผมได้รับมากเกินกว่าคนอื่นได้รับ พี่เมฆดีกับผมมากจนไม่อยากรบกวนไปมากกว่านี้จริงๆ

  จนวันหนึ่งไอ้เหิมกับลูกน้องมันรู้ว่าผมกำลังลำบากเห็นผมกับแม่ที่โรงพยาบาล จึงให้คนมาทาบทามทำยังไงก็ได้ให้การแข่งรถวันเปิดสนาม ให้ฝั่งพี่เมฆแพ้ ตอนนั้นเดิมพันอะไรก็ยังไม่รู้แต่แค่ขอให้คู่เปิดสนามแพ้ก็พอ ไอ้เหิมจะจ่ายให้ทันที่สามแสน ผมจำเป็นต้องใช้เงินจึงรับปากและก็โดนจับได้เสียก่อน ถึงแม้จะเป็นเงินที่น้อยนิดสำหรับคนอื่น แต่สำหรับผมมันสามารถชี้ความเป็นความตายของบุพการี สามารถยื้อชีวิตให้แม่อยู่กับพวกผมไปอีกตราบที่หมอจะทำได้

ถามว่าเงินสองปีที่ผมทำงานกับพี่เมฆพอจะมีเก็บไหม แน่นอนว่าเงินเดือนจำนวนไม่น้อยนั้น ผมมีเก็บอยู่ก้อนหนึ่ง แต่แม่ก็อยากให้ผมไถ่บ้านคืนมา เพราะเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่พ่อกับแม่สร้างมาด้วยความรักก่อนที่พ่อจะจากไปด้วยอุบัติเหตุ และหลังจากนั้นแม่ก็ตรอมใจจนเจ็บออดๆแอดๆ และเมื่อสามปีก่อนจึงรู้ว่าแม่เป็นโรคร้าย 

เรื่องไถ่บ้านคืนมา ผมค้านหัวชนฝาว่าอยากเก็บเงินก้อนนี้ไว้รักษาแม่และจับจ่ายในครอบครัว อีกส่วนหนึ่งจะแบ่งไว้เป็นทุนการศึกษาของน้องสาว ไม่ตายก็คงหาบ้านใหม่ดีๆสักหลังได้ แต่ท่านก็ไม่ยอม อยากให้ผมเก็บรักษาบ้านของเราไว้มากกว่า เพราะที่ผ่านมาผมทำงานหนักก็เพื่อหาเงินไว้รักษาท่านจนไม่เหลือเก็บ ผมต้องหาเงินทุกวิถีทางเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายดูแลแม่และน้องสาว แม่บอกผมเสมอว่าแม่คงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว หากผมและน้องไม่มีบ้านอยู่แล้วแม่จะนอนตายตาหลับได้อย่างไร อย่างน้อยในช่วงเวลาสุดท้ายที่เหลืออยู่ แม่อยากจะพักรักษาตัวที่บ้านไม้หลังสีขาวที่ท่านรักและหวงแหน ทำให้ผมไม่อาจขัดใจต้องทำตามคำขอร้องของแม่ แต่พอเวลานี้ที่แม่มาทรุดหนักอีกครั้งเงินก้อนที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดจึงไม่พอที่จะรักษา

แต่นั่น!!มันก็เป็นแค่แผนของผมเช่นกันใครจะกล้าหักหลังผู้มีพระคุณ ผมไม่ได้จะจัดสายเบรกจริงๆ แต่แค่กล้องวงจรปิดอยู่ไกลจึงดูเหมือนผมกำลังตัด ผมแค่ต้องการสร้างสถานการณ์เพื่อหลอกไอ้เหิมให้ตายใจและให้เชื่อว่าผมหักหลังพี่เมฆจริงๆ อีกอย่างผมอยากรู้แผนการขั่วๆของมันด้วย ไม่อยากให้พี่เมฆตกอยู่ในอันตราย กลัวว่ามันจะมีแผนร้ายสำรองไว้อีก

วันนั้น ผมไม่ได้ทำอะไรเลย ด้วยความที่พี่เมฆโมโหจัดจึงไม่ทันสังเกต กลับสั่งให้ลูกน้องมาลากผมไปซ้อมที่ห้องด้านหลังโดยไม่ฟังผมสักนิดเดียว และดีที่อคิณมาช่วยกู้สถานการณ์ได้ทัน เกมจึงพลิก

ผมขับรถมาถึงโรงพยาบาลเอกชน นำรถเข้าจอดตรงลานจอดรถแล้วรีบวิ่งเข้าไปฝั่งห้องผู้ป่วยหนักทันที 

"พี่ชิน"

 ซายน์วิ่งเข้ามาหาผมทันทีที่เห็นหน้า ผมเองก็ดีใจไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้ออกมาเห็นคนหน้าคนที่ผมรักได้อีกแล้ว คิดว่าพี่เมฆจะขังลืมไว้ซะอีก ไม่รู้ว่าให้ออกมาแบบนี้จะมีแผนการร้ายอยู่ในหัวไหม ผมรู้นิสัยพี่เมฆดี ถ้าไม่ถึงที่สุดของที่สุดเขาก็จะไม่หยุดกระทำ ยิ่งถ้าเป็นถูกฝ่ายกระทำก่อนแล้วยิ่งไม่ยอมให้อีกฝ่ายลอยนวลหรือมีความสุขได้นาน หลังจากวันนี้แล้วไม่รู้ว่าผมจะมีโอกาสได้ออกมาเจอหน้าแม่กับน้องอีกหรือไม่

"แม่ละ" ผมรีบถามหาแม่ด้วยความเป็นห่วง 

"อยู่ข้างใน หมอยังไม่ออกมาเลย แม่จะเป็นอะไรไหม ฮึกฮือๆๆ" พูดได้เพียงไม่กี่คำน้องสาวผมก็ร้องไห้ตัวโยน เรามีกันอยู่แค่นี้ แค่นี้จริงๆ 

"แม่ต้องปลอดภัย หมอที่นี่เขาเก่ง "

"แต่ค่าใช้จ่ายสูงมาก เงินที่พี่ให้มาก็ใกล้หมดแล้ว"

น้องสาวพูดออกมาทั้งน้ำตา ซายน์จะขอหยุดเรียนกลางคันเพื่ออกมาดูแลแม่แต่ผมไม่ยอม ตอนนี้น้องสาวเรียนอยู่ปีสอง เรามีกันอยู่แค่สามคนไม่มีญาติที่ไหน พอแม่ป่วยน้องสาวก็จะขอดรอปเรียนซึ่งผมเองก็ไม่เห็นด้วย อยากให้น้องเรียนจบมีงานทำที่ดี ดูแลตัวเองได้ ผมยอมเหนื่อยคนเดียวทำโอทีตลอด บางวันแทบไม่ได้นอน เพื่อให้ได้เงินมารักษาแม่และส่งน้องเรียน แต่น้องก็ยังยืนกรานและผมก็ยังไม่อนุญาตอยู่ดี

ผมรู้ว่าซายน์กตัญญูและรักผมกับแม่มาก พอเห็นน้องร้องไห้ต่อหน้าก็อดน้อยใจในโชคชะตาเป็นพี่ชายที่ไม่ได้เรื่อง เป็นลูกชายที่แย่ ทำให้แม่และน้องสบายมีความสุขเหมือนครอบครัวคนอื่นเขา ผมได้แต่เอื้อมมือไปดึงร่างบางของน้องสาวมากอดไว้แน่น มือหนาลูบศีรษะอย่างอ่อนโยนเป็นการปลอบใจ ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวจน มันจุกเมื่อไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี เพราะตอนนี้ก็ถือว่าผมกำลังตกงานและถูกลงโทษจากพี่เมฆ แล้วจะเอาเงินที่ไหนมารักษาแม่

"พี่จะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยแม่ เชื่อพี่นะ" 

ผมบอกน้องสาวน้ำเสียงหนักแน่น แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะหาเงินมาจากไหน มองไม่เห็นทางเลยด้วยซ้ำ จะมีใครที่พอจะหยิบยืมมาได้ชั่วคราว หากจะกลับไปหาเสี่ยโชคอีกครั้งก็คงไม่ไหว ก่อนจะนึกถึงหน้าใครอีกคนที่ตนรู้จัก "เฮียวิทย์" เขาอาจจะช่วยได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป