บทที่ 4 เรียกกูว่าพี่
บทที่ 4
เรียกกูว่าพี่
"มีคนมาขอพบเฮียเมฆครับ บอกว่าชื่อชินวุฒิ"
ลูกน้องชื่อสันต์ ถือว่าเป็นคนสนิทที่มีฝีมือดีมากที่สุด สันต์เป็นคนที่เก่ง แม่นปืน และฉลาด มีไหวพริบด้านการต่อสู้และเอาตัวรอดได้ดีเป็นสายบู๊และเป็นหัวหน้าบอดี้การ์ด เมฆให้ติดตามไปไหนมาไหนด้วยเสมอหากตกอยู่ในสถานการณ์คับขันสันต์จะช่วยเขาได้ทุกครั้ง
"ให้มันเข้ามา"
"ใครว่ะ"
เบส ริว มองหน้าเพื่อนด้วยสีหน้างุนงง เพราะโดยปกติแล้ว เพื่อนของเขาจะไม่ยอมให้ลูกค้าหรือแขกขึ้นมาบนห้องทำงานส่วนตัวสุดหรูข้างบนเด็ดขาดยกเว้นคนของเมฆเท่านั้น หากเป็นคนอื่นนอกเหนือจากนี้ต้องรอที่ห้องรับแขกด้านล่าง
"เลขาคนใหม่ของกู"
เมฆพูดเสียงเรียบแต่ดวงตาไม่ได้นิ่งเรียบเหมือนกับน้ำเสียงที่เปล่งออกมา ดวงตาคมเรียวพราวระยับเหมือนกำลังซุกซนรอของที่ถูกใจ สายตาคมจดจ้องไปยังประตูนิ่ง
เมฆรอคนที่เขาเฝ้ารอมาตลอดระยะสามวัน มันช่างยาวนานราวกับสามเดือน ระหว่างนี้เขาไม่ยอมไปที่เบลคลับอีกเลย รอให้เด็กหนุ่มตัดสินใจและมาหาเขาที่นี่ด้วยตัวเอง แต่ใช่ว่าเขาจะมั่นใจจนนิ่งเฉย เขาคาดเดาได้ว่าคนอย่างชิน หากไม่จวนตัวหรือโดนบีบจนหมดหนทาง ก็ไม่คิดที่จะมาทำงานกับเขาแน่นอน ท่าทางหยิ่งยโสยังติดตาเขาอยู่เลย และมันทำให้ชายหนุ่มอยากจะเอาชนะ
เมฆได้สืบประวัติของชินพอคร่าวๆจากเบลเจ้าของคลับ และรู้มาว่าเด็กหนุ่มเป็นคนดีคนหนึ่งและมีชีวิตที่น่าสงสาร แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดส่วนตัวที่ลึกลงไป และเขาเองก็ไม่อยากละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของชินมากไปกว่านี้เช่นกัน เมฆจึงพูดไปอย่างไม่อ้อมค้อมว่าต้องการเด็กคนนี้มาทำงานด้วย และให้เบลจัดการ ทำอย่างไรก็ได้ที่ให้เด็กหนุ่มมาทำงานกับเขา ซึ่งอีกฝ่ายก็มีท่าทางนิ่งเงียบไป เขาจึงต้องรีบอธิบายว่าแค่ถูกชะตาและอยากจะช่วย ทุกอย่างจึงดูง่ายดาย และวันที่เขาเฝ้ารอก็มาถึง
"เลขา!!" สองเสียงอุทานพร้อมกัน มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
"ร้อยวันพันปี มึงไม่เคยคิดอยากจะมีเลขาส่วนตัว นึกยังไงจะมีเลขาเอาตอนนี้วะ" ริวถามอย่างไม่อยากจะเชื่อหูเท่าไรนัก
"ทำไมกูจะมีเลขากับคนอื่นมั่งไม่ได้วะ" เมฆพูดเสียงนิ่งเรียบ พลางเลิกคิ้วถาม
"มันแปลกไง มึงออกจะขี้รำคาญ โมโหง่าย หงุดหงิดก็ที่หนึ่ง เหวี่ยงไปทั่ว กูให้เดาไม่เกินสามวันวิ่งหางจุกตูดกลับบ้านแทบไม่ทันแน่"
"นี่มึงไม่ได้หลอกด่ากูใช่ไหมไอ้เชี้ยริว!!" คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันมองเพื่อนแทบจะจ้องกินหัวอยู่แล้ว
"เปล่าครับเพื่อน ใครจะกล้าว่าเฮียละครับ"
"นี่มึงอย่าบอกนะว่าเป็นไอ้คนที่มึงยื่นมือเข้าช่วยคืนนั้น" เบสมองหน้าหยั่งเชิง หรี่ตาลงอย่างจับผิดเพื่อนรัก เขาสั่งลูกน้องจัดการไอ้คนที่ชื่อเหมไปแล้วตั้งแต่คืนนั้น ไม่อย่างนั้นคงตื่นมารับโทรศัพท์เมฆทั้งคืนแน่
"เฮ้ย! จะเป็นสมภารแล้วเลี้ยงไก่หลงไว้กินเองเหรอวะ" ริวมองอย่างรู้ทันพลางหัวเราะเบาๆในลำคอ
"ยุ่ง!!" มือขวาเขย่าแก้วบรั่นดีในมืออย่างใจเย็น ก่อนจะยกขึ้นจิบช้าๆมองไปยังประตูด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
"ยังไงสมภารก็อย่ากินไก่วัดนะโว๊ย เสียชื่อหมด" เบสและริวยิ้มมุมปาก
ไม่นานเสียงเคาะประตูพร้อมกับร่างโปร่งของคนที่เข้ามาวิ่งวุ่นอยู่ในหัวตลอดระยะเวลาสามวัน ก็ปรากฏกายขึ้นตรงหน้า ใบหน้าหล่อเกลี้ยงเกลาแทบไม่หลงเหลือร่องรอยฟกช้ำ ร่างสูงโปร่งสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีน้ำเงินเข้มพอดีตัวตัดกับสีผิวขาวเนียนขับให้น่ามองมากยิ่งขึ้น กางเกงยีนสีซีดกับรองเท้าผ้าใบสีขาวเก่าๆแต่ดูสะอาดตา ก่อนจะไล่สายตาขึ้นไปจ้องใบหน้าหล่อของอีกฝ่ายอีกครั้ง
แต่ก็ต้องชะงักไปชั่วขณะเมื่อเวลานี้ใบหน้าหวานงอง้ำเหมือนเด็กที่กำลังหาเรื่อง จนเขาแทบหลุดขำใช้หลังมือปิดปากแทบไม่ทันเกือบสำลักบรั่นดีที่เพิ่งจะกลืนผ่านลงลำคอ ส่วนคนอื่นได้แต่อมยิ้มมุมปาก แม้กระทั่งสันต์ที่ยืนมองอยู่มุมห้อง ตั้งแต่ทำงานกับเฮียเมฆเขาไม่เคยเห็นเจ้านายเสียอาการแบบนี้มาก่อน เด็กหนุ่มคนนี้คงมีความพิเศษไม่น้อยทีเดียว
"ท้องผูกแล้วขี้ไม่ออกหรือไง หน้าถึงได้หงิกขนาดนั้น"
"ทำไมเฮียต้องทำแบบนี้ด้วย" อีกฝ่ายขึ้นเสียงไม่สนว่าคนตรงหน้าจะอยู่กับใคร
"กูทำอะไร" เมฆตีหน้าขรึมแกล้งไม่เข้าใจในสิ่งที่คนตรงหน้ากล่าวหา
"เฮียเบลไม่จ้างผมต่อแล้ว เฮียต้องการจะแกล้งอะไรผมอีก" อีกฝ่ายตอบและถามกลับมาอย่างหาเรื่อง
"แล้วไง...มึงก็มาโวยวายกูเนี่ยนะ" เมฆถามกลับน้ำเสียงนิ่ง พลางเลิกคิ้วอย่างยียวน
"เชี้ย!!ก็เพราะเฮียไงเป็นต้นเหตุ เฮียเบลประกาศไปทั่วบอกว่าผมเป็นเด็กเฮียเมฆแล้ว ไม่มีใครกล้าใช้ผมทำงานสักคน ผมไปสมัครที่ไหนก็ไม่มีใครรับ เล่นขี้โกงนี่หว่า" ชินโมโหหน้าดำหน้าแดงเมื่อถูกปิดช่องทางทำมาหากิน
แทนที่เมฆจะโมโหที่คนตรงหน้าที่กล้ามายืนว่าฉอดๆ ชายหนุ่มกลับยังทำสีหน้านิ่ง ถ้าเป็นคนอื่นคงถูกโยนลงไปนอกหน้าต่างแล้ว เบสกับริวมองหน้ากันอย่างไม่อยากจะเชื่อ พอเป็นเด็กคนนี้ดูเพื่อนเขาใจเย็นราวกับน้ำแข็ง ทั้งที่ไม่เคยให้ใครมายืนค้ำหัวโด่ด่าอยู่อย่างนี้แน่นอน
"มันไม่ดีตรงไหน ก็ถูกต้องแล้วนี่ มึงจะได้มาทำงานกับกู" เมฆพูดเสียงเข้ม
"ไม่มีทาง ผมไม่มีทางมาทำงานกับเฮีย"
ชินตอบกลับ ยิ่งอีกฝ่ายยียวนเขายิ่งไม่อยากจะอยู่ใกล้ ท่าทางคนตรงหน้าต้องการจะเอาชนะ เหมือนเป็นโรคจิต แต่เมฆกลับยกยิ้มมุมปากนิดๆ
"หรือมึงไม่อยากทำ กูไม่ได้บังคับนะ ถ้ามึงไม่ทำก็แล้วแต่มึงละกัน คนอื่นเขาต่างก็อยากจะมาทำงานที่นี่กันทั้งนั้น ถ้ามึงมีที่ไปที่ดีกว่า กูก็ไม่ได้ว่าอะไร" อยู่ๆคนตรงหน้าก็ไม่รั้งเขาไว้ซะอย่างนั้น ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่มีที่ไป แต่ยังจะแกล้งให้เขาจนมุม ชินจึงจิ๊ปากอย่างโมโห
"เฮียนี่มัน...ไอ้โรคจิต"
"เฮ้ย!อย่าลามปาม เห็นว่ากูใจดีกับมึงหน่อย แล้วคิดว่ากูจะไม่กล้าทำอะไรมึงหรือไง" เมฆทำเสียงเข้มจนคนที่ยืนว่าเขาฉอดๆ ต้องรีบหุบปากทันที
แล้วจู่ๆชินก็หันหลังกลับไปทางประตู แต่สันต์ขยับตัวขวางไว้ก่อนอย่างรู้ใจเจ้านาย
"แล้วนั่นมึงจะไปไหน" เมฆเอ่ยถามเสียงห้วน
"กลับ" ชินตอบสั้นๆพร้อมกับจ้องตาคนที่ขวางประตูไม่ให้เขาออก
"คุยกับเฮียให้จบก่อน เฮียไม่ชอบให้ใครหันหลังเดินหนีไปแบบนี้" สันต์กระซิบบอกอีกฝ่ายเสียงเบาเพื่อเตือนสติว่าอย่าไปเล่นกับคนอย่างเฮียเมฆ
"ใครอนุญาตให้มึงไป"
"ทำไมต้องมีใครอนุญาต ผมไม่ได้เป็นลูกน้องเฮียสักหน่อย"
"เพราะมึงเป็นลูกน้องตั้งแต่คนของเสี่ยโชคมารับเงินจากกูไปแล้ว ต่อไปนี้มึงต้องมาทำงานกับกู จนกว่าจะหักล้างหนี้หมด แต่กูไม่ได้โหดที่จะคิดดอกเบี้ยมึงเพิ่ม และกูก็ไม่ได้หักหมดจนมึงไม่มีใช้ แค่มึงทำงานกับกู อย่ามาทำอวดดี หยิ่งยโสและดื้อกับกูแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ "
".........." ชินจ้องหน้าคนที่กำลังลุกขึ้นและก้าวเท้าเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ ร่างโปร่งจะถอยหนีแต่ก็ติดตรงคนของเขาขวางประตูไว้ ชายหนุ่มจึงยินนิ่งแทบจะกลั้นลมหายใจเมื่อใบหน้าคมคายยื่นลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะโดนแก้มเนียนใสอยู่รอมร่อ
""แล้วกูก็ไม่สนว่ามึงจะรับหรือไม่รับข้อเสนอกูหรอกนะ เพราะตั้งแต่ที่มึงเดินขึ้นมาบนนี้ นั่นคือมึงเป็นคนของกูแล้ว หวังว่าคงจะเข้าใจตามนี้"
"ส่วนหน้าที่ของมึงคือเป็นเลขาส่วนตัวของกู มีกูอยู่ที่ไหน มึงก็ต้องอยู่ที่นั้น"
"ห๊ะ!! เลขา ไม่เอาผมทำไม่เป็นหรอก"
"ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวจะมีคนมาสอนงานมึงเอง"
"เอ่อ..แล้วต่อไปนี้มึงจะต้องอยู่กับกูที่นี่ หยุดได้อาทิตย์ละหนึ่งวันแต่ต้องบอกกูก่อนทุกครั้ง และที่สำคัญกูไม่ให้มึงเรียกกูว่าเฮีย"
"อ้าว!!แล้วจะให้ผมเรียกว่าอะไร" ชินถามกลับอย่างไม่เข้าใจ เพราะถ้าหากจะเดาอายุคนตรงหน้า เขาน่าจะมีอายุมากกว่าตนประมาณห้าถึงเจ็ดปีอย่างแน่นอน
"กูอนุญาตให้มึงเรียกพี่ มึงจะต้องเรียกกูว่า "พี่เมฆ"
"ห๊ะ!!" สองเสียงที่อยู่ในห้องดังประสานขึ้นพร้อมกันอย่างประหลาดใจและแปลกใจในตัวเพื่อนรัก ส่วนชินได้แต่ทำหน้าเหรอหรา ให้เขาเรียกพี่ทั้งที่คนอื่นๆเรียกว่าเฮียเนี่ยนะ รู้สึกทะแม่งๆแปลกๆ แต่จะทำยังไงได้เมื่อเขาเป็นลูกหนี้ไปแล้ว แต่คนตรงหน้าก็คงจะดีกว่าเสี่ยโชค ที่นี่ยังให้เงินเดือนมากกว่าคลับเฮียเบลถึงสามเท่า และยังรับประกันความปลอดภัยว่าจะไม่มีใครมาราวีเขาให้ขุ่นใจอีก แค่นี้ก็ดีนักหนาแล้วเด็กหนุ่มคิดพยายามทำความเข้าใจและหาเหตุผลมาหักล้างเพื่อไม่ให้ตัวเองคิดมาก จะหนักหน่อยก็ตรงรับมือคนโรคจิตตรงหน้า
และนั่น ก็เป็นวันแรกที่ชินเข้ามาในชีวิตของเมฆ และก็สามารถเอาชนะคำสบประมาทของริวได้ ไม่ได้วิ่งหนีจุกตูดอย่างที่คิด
เมฆได้จ้างครูมาสอนพิเศษหลายอย่างให้กับชิน เด็กหนุ่มเป็นคนที่ฉลาด เรียนรู้ไหว ไหวพริบเป็นเลิศ และมีหัวทางด้านธุรกิจไม่น้อย หลายครั้งที่เขาปล่อยให้ชินประสานงานกับลูกค้าและให้เป็นตัวแทนไปคุยเรื่องธุรกิจแทนเขาและก็สำเร็จได้ผลดีเกินคาด ทำให้เขารู้สึกภูมิใจในตัวของชินมากชินทำงานเป็นเลขาให้เขาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง และทำหน้าที่เหมือนแม่บ้านได้ดีเกินคาดและเก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆจนรู้ใจเขาไปหมด ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมทั้งคู่ต่างก็จัดแจงให้กันราวกับเป็นคู่รัก ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันมาจึงเหมือนเป็นคู่หู ไม่ว่าจะไปที่ไหนจะต้องเห็นชินอยู่เคียงข้างกายเมฆเสมอ จนเวลาผ่านล่วงเลยไปและชินก็ไม่คิดที่จะลาออก และถึงจะออกเมฆก็ไม่ให้ออกอยู่ดี
ในมุมมองของคนอื่นต่างก็เข้าใจว่าคนทั้งสองมีใจให้กัน แต่จะมีใครรู้ดีไปกว่าพวกเขาว่ามันไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าพี่กับน้อง หรือเจ้านายกับลูกน้อง เท่านั้น จริงๆ
ปัจจุบัน
@ห้องพักเบลคลับ
"ไอ้ชิน"เสียงหนักเรียกลูกน้องคนสนิทดังลั่นห้องน้ำแต่ไม่มีเสียงตอบรับ
"ไอ้เชี้ยชิน!!"
"ครับ"
"มึงเข้ามานี่สิ"
ชินรีบเดินเข้าไปในห้องเมื่อเจ้าของห้องอนุญาต ชายหนุ่มสำรวจร่องรอยในห้องที่เพิ่งจะผ่านสงครามรักไปหมาดๆ ร่างสูงใหญ่ของเมฆสวมเพียงผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนเดียวพันท่อนล่างแข็งแรงไว้ เดินหน้ายุ่งออกมาจากห้องน้ำทั้งที่ร่างกายมีหยดน้ำเกาะเต็มไปหมด บนศีรษะยังมีฟองแชมพูสระผมยังไม่ล้างออกด้วยซ้ำ เท้าสะเอวหาเรื่องอีกฝ่ายเมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง ส่วนคู่นอนได้วิ่งร้องไห้ออกไปก่อนหน้านี้แล้ว
"ทีหลังมึงไม่ต้องเลือกมาแล้วนะไอ้ผู้หญิงนมโต สเปกมึงนับวันยิ่งห่วย แตก ลีลาแม่งไม่ได้เรื่อง สู้ห้านิ้วของกูก็ไม่ได้"
คนพูดโมโหหน้าแดงเมื่ออารมณ์ก่อนหน้าไม่ได้ปลดปล่อยอย่างใจคิด หลายเดือนมานี้เขาไม่เคยอิ่มเอมในรสรัก ต่อให้เปลี่ยนผู้หญิงมานับร้อยคนก็ไม่มีถูกใจเขาเลยสักราย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยที่จะมีปัญหา เพราะผู้หญิงทุกคนจะถูกคัดสรรมาอย่างดีก่อนจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่ระยะหลังเขากลับไม่มีอารมณ์กับหญิงพวกนั้น หรือว่าเขาจะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ยิ่งคิดยิ่งทำให้เมฆหงุดหงิด แต่ก็พูดออกไปไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องน่ายินดีสักนิด
"พี่ทำไม่ได้ มันเป็นความผิดของผมหรือไง"
"ไอ้ห่า ใครบอกมึงว่ากูทำไม่ได้ กูจัดแม่งหมดทุกคนที่มึงเลือกมานั่นแหละ แต่ลีลาไม่ได้เรื่องสักคน"
"พูดอย่างนี้หมายความว่าต้องให้ผมพิสูจน์ลีลาก่อนส่งถึงมือพี่ใช่ไหม"
"มึงจะกินลูกปืนกูหรือไง" เมฆขึงตาดุเมื่ออีกฝ่ายพูดประโยคที่รู้สึกกวนใจ
"หึหึ แล้วพี่จะมาโมโหผมทำไมล่ะ รีบอาบน้ำจะได้กลับ นี่ก็ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ผมมีเรียน"
"มึงกับกูใครเป็นเจ้านายใครเป็นลูกน้อง" เมฆเสียงเข้มไม่พอใจ
"ก็ถ้าเจ้านายจะทำตัวงอแงเป็นเด็ก ลูกน้องก็มีสิทธิ์โวยไม่ใช่เหรอไงครับ"
ชินเถียงไม่หยุด ไม่ว่าจะผ่านไปนานสักแค่ไหน ความเถียงไม่มีลดน้อยลงมีแต่จะเพิ่มขึ้น จนเขาเองเอือมระอาและถอยให้อย่างไม่เคยถอยให้ใคร แต่มันก็กลายเป็นความเคยชินจนไม่ได้สังเกตว่า ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่เขายอมให้ชินมีอำนาจมากกว่าตัวเขาไปแล้ว!!
"ไอ้ชิน!!"
"อยู่ใกล้แค่นี้พี่จะตะโกนเสียงดังทำไมอีก" อีกฝ่ายหน้างอ
"ไปอาบน้ำสระผมให้กูเลยจะได้รีบกลับ พรุ่งนี้มีเรียนเช้าไม่ใช่หรือไง ชักช้าใจเย็นอยู่นั่นแหละ"
ร่างสูงจ้องหน้าก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำพร้อมกับบ่นลูกน้องตัวเองไปด้วย ปล่อยให้อีกคนมองตามร่างเปลือยท่อนบนแข็งแรงอุดมไปด้วยมัดกล้ามเป็นลอนงาม เมฆหล่อและดูดีไปทั้งตัวราวเทพบุตร
ชินเผลอมองด้วยสายตาชื่นชมอยู่บ่อยครั้ง ขนาดเป็นผู้ชายเขายังต้องลอบกลืนน้ำลายเมื่ออยู่กันตามลำพังในสภาพที่หมิ่นเหม่ หัวใจดวงน้อยที่ไม่เคยมีใครเต้นโครมคราม ไม่เคยสักครั้งที่จะชินยามที่อีกฝ่ายกำลังโป๊เปลือยต่อหน้า นับครั้งไม่ถ้วนที่เขาเห็นจนชินตา ได้แต่ใจเต้นไม่เป็นจังหวะแต่ก็พยายามฝืนไว้ไม่ให้เจ้านายรู้
"หึหึ บ่นเป็นลุงไปได้" ชินพึมพำแต่คงดังพอที่คนเดินนำเข้าไปก่อนได้ยิน
"ไอ้เชี้ยชิน!!"
"ครับ"
"กูได้ยินนะ ถอดเสื้อผ้ามึงด้วยล่ะ...ให้ไว" เสียงโวยดังมาจากห้องน้ำ
เมื่อชินเดินเข้ามาก็ต้องตกใจกับความใหญ่โตของคนตรงหน้า บ่งบอกว่าเขาไม่ได้เสร็จสมอย่างที่พูดจริงๆ โดยปกติเมฆจะจัดไม่น้อยกว่าสามครั้งต่อคืน แต่ครั้งนี้เขาเห็นถุงยางถูกฉีกใช้แค่ชิ้นเดียวเท่านั้น จึงพอที่จะเข้าใจได้ว่าทำไมเมฆน้อยไม่ยอมสงบ และตัวพ่อของมันจึงไดหงุดหงิดงุ่นง่านถึงเพียงนี้
เมฆกำลังยืนหันหน้ามาทางลูกน้องคนสนิท ดวงตาเรียวยาวสบกับดวงตากลมโตคู่สวยนิ่ง แค่เขาจ้องมองมาก็ทำให้ชินรู้สึกหวาดกลัวต่อสายตาเย็นยะเยือกของอีกฝ่าย
"มาสระผม"เสียงทรงอำนาจสั่ง ชินก้าวเท้าเดินเข้าหาด้วยอาการสั่นเทา คนร่างโตยืนรอและก้มหัวให้เหมือนเด็ก ชายหนุ่มขยี้ผมที่เปียกจากการที่เมฆเปิดฝักบัวจนตัวชินเองก็เปียกมะลอกมะแลก
"กูบอกว่าให้ถอดเสื้อผ้าก่อนก็ไมเชื่อ"
