บทที่ 6 หักหลัง

บทที่ 6

หักหลัง

@เช้าวันต่อมา

แรงกอดรัดจากทางด้านหลัง ทำให้ชินรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย แต่ก็อบอุ่นอย่างประหลาด ร่างบางขยับหันหน้าเข้าหาความอบอุ่นที่อยู่ทางด้านหลังแล้วซุกซบอยู่กับอกแกร่ง ดวงตาหลับพริ้มไม่ได้ลืมตาตื่นทั้งที่เสียงนาฬิกาปลุกดังอย่างต่อเนื่อง จนคนร่างสูงต้องเอื้อมมือไปปิดไว้อย่างรำคาญก่อนจะหันมามองร่างในอ้อมแขนของตนต่อ

เมฆตื่นขึ้นมาได้สักพักแล้ว เขานอนกอดชินให้ความอบอุ่น สายตาสำรวจใบหน้าของอีกฝ่าย ขนตายาวเป็นแพ กับริมฝีปากสีสดหยักสวย ทำให้อยากจะก้มลงไปประทับเรียวปากไว้และสำรวจความหวานที่อยู่ภายในนั้น เวลาหลับชินดูไม่มีพิษสงอะไรเลย เหมือนเด็กหนุ่มไม่ประสีประสาคนหนึ่ง        ดูจากเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาก็พอจะพิสูจน์ได้ว่า "เด็กเขา" ยังอ่อนประสบการณ์แน่นอน ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะโน้มลงไปจุมพิตหน้าผากมนและริมฝีปากบางสวยของคนที่ทำเนียนนอนกอดเขาทั้งคืน 

"เฮ้ย!! พี่จะทำอะไรผมอีกเนี่ย" 

สัมผัสหนักๆตรงหน้าผากและริมฝีปากล่างที่ถูกขบกัดเบาๆ ทำให้ชินรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็โวยวายลั่นดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันทีพร้อมกับถอยหลังออกห่างจนชิดหัวเตียงด้วยท่าทางตกใจ เมื่อเห็นอีกฝ่ายนอนจ้องหน้าและแอบขโมยจูบจนเขาตื่น ตาคู่สวยไหวระริกเมื่อจ้องสบตาคมกริบที่จ้องนิ่ง มือบางเผลอยกขึ้นมาลูบเรียวปากสวยเบาๆก่อนจะนิ่งคิด สักพักก็ก้มลงสำรวจร่างกายของตัวเอง ว่าโดนอีกฝ่ายทำอะไรมิดีมิร้ายอีกหรือเปล่า ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งใจ

  "มึงหลอนอะไรอีก" เมฆถามกลับพลางมองอีกคนอย่างขำๆ กับท่าทีหวาดระแวง

"พี่ตื่นนานหรือยัง" ชินถามอีกฝ่ายท่าทางหวาดระแวงดึงผ้าห่มคลุมร่างโปร่งไว้  

""สักพักแล้ว" เมฆนอนตะแคงเอามือท้าวหัวมองคนตรงหน้านิ่ง ใบหน้ายามนี้ดูเหมือนเด็กหนุ่มไม่เหมือนเจ้านายที่มีลูกน้องตัวโตตามเป็นโขยง

"ทำไม่ถึงไม่ยอมปลุกผม" 

"แล้วมันใช่หน้าที่ของกูที่ต้องปลุกมึงหรือไง" เมฆตอบน้ำเสียงเข้มด้วยท่าทางรำคาญ แต่สายตากับพราวระยับยามมองคนที่นั่งเอาผ้าห่มคลุมตัวเองจนถึงลำคอ

"ผมจะไปอาบน้ำ" 

ชินรีบพูดเสร็จก็โยนผ้าห่มใส่หน้าเจ้านายจนปิดใบหน้าของเมฆจนหมด ก่อนจะรีบลงจากเตียงกว้างเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเตรียมเข้าห้องน้ำเพื่อหนีออกให้ห่างจากสายตาเจ้าเล่ห์ของผู้เป็นนาย

"สายป่านนี้แล้วยังจะไปอีกหรือไงวะ หยุดสักวันไม่ได้หรือไง" เมฆตะโกนถามตามร่างโปร่งที่เตรียมจะเข้าไปอาบน้ำ

"ไม่ได้ ผมมีเรียนเสาร์อาทิตย์ พี่จะส่งผมเรียนทำไมตั้งแต่แรก ถ้าไม่อยากให้ไป" อีกฝ่ายหันมามองแล้วตอบกลับมา ส่วนคนถามดูสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไรนัก 

"เออ เออไปอาบน้ำ อย่าบ่นมากนักน่ารำคาญ นับวันจะคล้ายผู้หญิงขึ้นไปทุกทีแล้วนะมึง รีบอาบเดี๋ยวกูไปส่ง" 

เมฆมองหน้าอย่างไม่สบอารมณ์แล้วลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าหล่อท่าทางหงุดหงิดผมเผ้ายุ่งเหยิง ผมปกหน้าจนชินอยากจะเข้าไปเกลี่ยให้ เมฆในตอนนี้เขาดูเหมือนเด็กหนุ่มแรกรุ่นที่กำลังทำตัวงอแง แต่มันกลับน่ามองที่สุดในสายตาของชินที่เผลอตัวมองเจ้านายอย่างเผลอไผล 

"ยืนยิ้มอะไรของมึง ไปอาบน้ำได้แล้ว หรือจะให้กูอาบให้เหมือนเมื่อคืน" สายตาเจ้าเล่ห์มองมา ทำให้ชินรีบวิ่งหนีเข้าห้องน้ำไปทันที ขืนชักช้าเมฆคงทำอย่างที่พูดจริงๆ

ไม่นานคนทั้งคู่ก็เตรียมตัวเรียบร้อย แล้วเดินลงมาข้างล่าง สันต์ยืนรออยู่ก่อนตรงบันไดขั้นสุดท้าย ชายหนุ่มรีบเดินเข้ามาหาเจ้านายเพื่อรับคำสั่งทันที

"วันนี้กูจะไปส่งมันเอง ยังไงฝากมึงไปเตรียมเรื่องแข่งรถพรุ่งนี้ด้วยนะ" 

"ครับเฮีย" 

เมฆและชินเดินไปยังลานจอดรถก่อนที่ชายหนุ่มจะเลือกรถหรูคันโปรดเพื่อไปส่งยังอีกคนยังมหาวิทยาลัย ชินเรียนภาคพิเศษเพราะเขาต้องทำงานด้วย และเมฆเองก็อยากให้เขาเรียนจบเพื่อจะได้มาช่วยงานได้อย่างเต็มตัว เบสกับริวยังเคยถามว่าทำไมเขาถึงดูแลลูกน้องคนโปรดทุกอย่าง ซึ่งเขาเองก็ไม่มีคำตอบให้เช่นกัน ปล่อยให้เพื่อนทั้งสองสืบกันเอาเอง

"ตกลงให้กูมารับกี่โมง" เมฆหันมาถามก่อนที่ชินจะลงจากรถ สายตาเจ้านายกวาดตาไปนอกกระจกรถมองไปยังกลุ่มเพื่อนของเด็กหนุ่มที่นั่งรออยู่หน้าคณะฯ

"ผมกลับเองดีกว่า วันนี้ผมมีธุระไปต่อด้วย" 

"กูให้มึงมาเรียนไม่ได้ให้มึงมาทำธุระ" เมฆตีหน้าขรึมเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังออกนอกเส้นทางที่เขาวางไว้

"แต่วันนี้วันหยุดผมนะ น่า..นะ..แปบเดียวเองแล้วผมจะรีบแล้ว" เสียงอ้อนพร้อมท่าทางน่ารักที่มันไม่เคยทำให้ใครเห็นนอกจากเขา ทำให้ชายหนุ่มใจอ่อน

"อย่าให้กูต้องได้โทรถามนะ ไม่อย่างนั้นมึงเจ็บตัวแน่ เออ...แล้วที่สำคัญอย่าเปิดโอกาสให้ใครเข้าใกล้หรือมารุ่มร่ามล่ะนอกจากเพื่อนของมึง "

"ทำไม" เด็กหนุ่มถามกลับอย่างสงสัยไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกคนต้องการจะสื่อ

"ไม่มีอะไร กูบอกก็ทำ ไม่ใช่ให้มึงมาย้อนถาม"

"ครับเจ้านาย..คนอื่นนะไม่มีแน่ ที่มีและก็กำลังทำตัวรุ่มร่ามน่ารำคาญก็มีแต่พี่นี่แหละ" ชินรับคำอย่างเซ็งๆ ก่อนจะบ่นออกไปเบาๆ

"ไอ้ชิน!! จะนินทากูก็ให้มันเบาๆให้รู้ว่าใครเป็นเจ้านายใครเป็นลูกน้อง" เมฆลงเสียงหนักตีหน้าเข้ม

"ครับ" 

ชินหน้ามุ่ยเมื่อโดนดุ รับคำเสร็จก็รีบเปิดประตูลงจากรถหรู รอให้รถของเมฆแล่นออกไปก่อน ชินจึงเดินเข้าไปหน้าคณะฯ เพื่อไปหากลุ่มเพื่อนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

"เฮียเมฆมาส่งอีกแล้วเหรอวะ ท่าจะเป็นลูกรักนะมึง" เพื่อนในกลุ่มแซว

"รักบ้าอะไร แกล้งกูตลอดสิไม่ว่า" พูดแล้วก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนไม่หาย ไม่รู้ว่าเกิดพิเรนทร์อะไรขึ้นมาร้อยวันพันปี ไม่เคยที่จะทำท่าทางรุ่มร่ามกับตนเลยสักครั้ง

"ทำหน้าอะไรของมึง ทำให้มันดีๆหน่อย" ปกรณ์เพื่อนสนิทของชินเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนทำสีหน้าประหลาดดูกังวลใจ 

"มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย"

กว่าจะทำธุระเสร็จก็ปาไปจนดึก เมฆนอนรออยู่ในห้องนอน มือหนากดโทรศัพท์หาคนสนิทไม่รู้เป็นรอบที่ร้อยแล้วมั่ง แต่ปลายสายไม่ยอมรับและไม่อ่านข้อความเลย จนเขาโทรถามปกรณ์ แต่เด็กหนุ่มกับบอกว่าแยกย้ายกันตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว มันยิ่งทำให้เมฆโมโหทั้งที่สั่งไว้แล้วว่าให้รีบกลับและรับสายเขาทุกครั้ง

ถึงแม้วันนี้จะเป็นวันหยุดของมัน แต่มันก็เป็นลูกน้องของเขา รู้ว่าเขาเป็นห่วงมันยิ่งเหลิง จนแทบจะปีนเกลียวเขาอยู่แล้ว

เอี๊ยดดดดด!!!!

เสียงเปิดประตูเข้ามาพร้อมร่างโปร่งที่ค่อยๆย่องเข้ามาอย่างเงียบกริบเพราะกลัวว่าคนที่หลับอยู่บนที่นอนจะตื่น อันที่จริงเขานอนข้างนอกที่ห้องรับแขกที่เดิมก็ได้ แต่ไม่อยากมีเรื่องกับเจ้านายที่มีอารมณ์ขึ้นๆลงเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายอย่างเมฆสักเท่าไร

พรึ่บ!!!!

จู่ๆไฟในห้องก็สว่างขึ้นมา ชินตกใจหันไปมองคนที่ทำสีหน้าเกรี้ยวกราดกรามขบกันแน่น นั่งกอดอกพิงหัวเตียงจ้องมาที่เขาเขม็ง

“มึงไปไหนมา ทำไมไม่รับสายกู ห๊ะ!!”

“ทำไมเฮียยังไม่นอน นี่ดึกมากแล้วนะ” อีกคนทำใจดีสู้เสือพูดเสียงเรียบพยายามข่มความรู้สึกกลัวไว้ข้างใน

“มึงก็รู้อยู่นี่ว่ามันดึกแล้ว แล้วทำไมถึงพึ่งกลับ และตอบคำถามกูทุกข้อด้วย” 

อีกคนสั่งเข้ม ดวงตาวาวโรจน์ ชินรู้ว่าเขาโกรธจัด ได้แต่ถอนหายใจแรงอธิบายไปก็เท่ากับแก้ตัวที่ไม่ได้รับสายเพราะเขาลืมเปิดเครื่อง ในเวลาเรียนชายหนุ่มจะปิดเครื่องทันทีไม่อยากรับรู้เรื่องราวมากวนใจในเวลาที่เขาทำสมาธิ ส่วนทำไมไม่ได้โทรกลับเพราะเขาติดธุระสำคัญจริงๆจนไมมีเวลา

“ผมลืมเปิดเครื่อง” ชินพูดตามความจริง

“ตอแหล!!” นั่นไงละ บอกไปเขาก็ไม่เชื่ออยู่ดี สู้ทำตัวนิ่งๆเฉยๆยังจะดีกว่าเสียอีก

“กูสั่งมึงไว้ว่าไง เดี๋ยวนี้คำสั่งกูไม่มีความหมายเลยใช่ไหม” 

เมฆพูดเสียงเครียดมองคนที่ยืนอยู่ปลายเตียงด้วยความรู้สึกหลากหลาย มันเข้ามาป่วนในหัวใจเข้าตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ มันมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขาจนน่าตกใจ

“เฮียนอนเถอะนะ พรุ่งนี้มีแข่งไม่ใช่เหรอ แล้วค่อยทำโทษผมวันหลังก็ได้” ชินเตือนเจ้านายอย่างเป็นห่วงอยากให้เขาได้พักผ่อนเต็มที่ก่อนลงสนามพรุ่งนี้ 

เมฆมองคนตรงหน้าด้วยความโมโห อารมณ์ของเขายังพุ่งปรี๊ดไม่มีท่าทีจะลงมาง่าย ชายหนุ่มลุกขึ้นคว้าเสื้อคลุมแล้วหยิบกุญแจเดินออกไปจากห้องทันที ขืนอยู่ต่อมีหวังเขาได้ฆ่าคนที่ยืนทำหน้าละห้อยแน่ ชินได้แต่มองตามอย่างไม่เข้าใจกับท่าทีของอีกฝ่าย 

ชินไม่กลัวว่าคนตรงหน้าจะลงโทษเขาเลยสักนิด เพราะในหัวสมองของเขาตอนนี้มีสิ่งที่หนักใจมากกว่า สิ่งที่ชายหนุ่มหนักใจมากที่สุดก็คือการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ต่างหาก

“เป็นเชี้ยอะไรมาขอนอนห้องกูกลางดึกวะ”  ริวเปิดประตูให้เพื่อนยามดึกเห็นท่าทางหงุดหงิดงุ่นง่านของเมฆทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้

“ขืนอยู่ที่ห้องมีหวังกูได้ฆ่าหมกศพมันแน่” เพียงแค่นี้ริวก็รู้แล้วว่าคนที่เมฆพูดถึงเป็นใคร 

“อะไรของมึงวะ ตอนสายก็ยังดีๆกันอยู่ ไปส่งเขาเรียนอยู่เลย พอมาตอนนี้หน้ายังกับตูด หนักนะมึงอ่ะ”

“เรื่องของกู”

“เออ..ครับเพื่อน เรื่องของมึงแต่ต้องมาเดือดร้อนกูตลอด”

ริวส่ายหน้ากับอารมณ์แปรปรวนของเพื่อนรัก เมื่อตอนสายเมฆยังมาเล่าเรื่องของชินกับเหตุการณ์เมื่อคืนให้ฟังอยู่เลย จนเขาแนะนำว่าอย่าเพิ่งทำให้ไก่ตื่นค่อยๆตะล่อมไว้ก่อน เพราะหากดูไม่ผิดเขาก็รู้ว่าเด็กหนุ่มที่เป็นคนสนิทของเมฆเองก็มีใจให้กับเพื่อนของเขาเช่นกัน ริวขึ้นไปนอนต่อบนเตียงปล่อยให้เมฆนั่งคิดอะไรคนเดียวไปก่อนที่เขาจะหลับไป

@วันต่อมา

"มึงระวังตัวเองด้วย ไอ้เหิมมันดูแปลกๆกูไม่ไว้ใจ " 

ไอ้ริวและไอ้เบสพูดขึ้นหลังจากที่รับคำท้าไอ้เหิมและพวกของมัน เมฆพยักหน้ารับสายตาคมกวาดมองหาใครคนหนึ่งแล้วก็สะดุดร่างโปร่งที่เดินเข้ามาพอดี 

ตั้งแต่เมื่อคืนมาจนถึงตอนนี้เขากับชินยังไม่ได้คุยกันสักประโยค ตื่นเช้ามาเขาก็ขับรถมาถึงสนามแข่งเดินขึ้นห้องนอนแต่ไม่เห็นร่างของชินแล้ว มีเพียงเสื้อผ้าและของใช้ทุกอย่างที่ชินวางไว้ให้เหมือนเช่นทุกวัน เมฆกวาดไปรอบๆห้อง เมื่อไม่เห็นร่างโปร่งของคนที่เขาคิดถึงทั้งคืนก็ได้แต่ถอนหายใจแรง 

“ท่าจะหนักแล้วกู” พูดกับตัวเองเบาๆก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำและเตรียมความพร้อมสำหรับวันนี้

 เมฆและลูกน้องเช็คสภาพความพร้อมของรถแข่งอีกหลายคันเพื่อความปลอดภัยของนักแข่ง ก่อนจะหันไปบอกให้ลูกน้องเอาไปเช็คที่ห้องตรวจสภาพ ชินที่อยู่ใกล้จึงรีบออกตัวเป็นคนขอดูแล แล้วรีบเดินไปที่รถทันทีโดยไม่รอให้เมฆอนุญาต เมฆมองตามลูกน้องคนสนิทที่ขับรถคันโปรดของเขาออกไป ท่าทางแปลกๆของชินทำให้คิ้วเข้มกระตุกก่อนจะขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย

"อีกอย่างนะโว้ย หากเกิดอะไรขึ้นน้องเขาต้องมารับเคราะห์ มึงไม่สงสารเหรอวะไอ้เมฆ มึงไม่จำเป็นต้องทำตามเกมของมัน"  ริวยังบ่นไม่เลิกพูดกรอกหูเขาอยู่ใกล้ๆ แต่สายตาเมฆกลับยังไม่ละจากร่างของชินที่กำลังขับรถเข้าห้องตรวจสภาพ

"ใช่มึงก็รู้ว่ากิตติศัพท์เรื่องอย่างว่ามันเอาดุจะตาย ร่างบอบบางแบบน้องคนนั้นจะมีชีวิตรอดออกมาเหรอวะ" เบสเสริม

"เปลี่ยนใจยังทันนะโว้ย" เมฆเงยหน้าสบตากับเพื่อนสนิทแล้วหันไปมองเพื่อนของน้องชาย

วันนี้ มิกซ์ น้องชายเพียงคนเดียวของเขาพาเพื่อนสนิทที่มหาลัยมาดูการแข่งขันเปิดสนามแข่งแห่งใหม่ของเมฆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือพีท เด็กหนุ่มหน้าตาดีที่เขาคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นหน้ามาก่อน แต่นั่น ไม่สำคัญเท่ากับเด็กหนุ่มที่เป็นเพื่อนสนิทของน้องชายเขากำลังตกเป็นเป้าสายตาของคู่แข่งและถูกเลือกให้มาเป็นของเดิมพันในการแข่งขันของวันนี้

จริงๆเขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะชนะ แต่เขาก็หาทางหนีทีไล่ไว้ให้มันแล้ว เขาไม่อยากจะเปิดสนามด้วยความพ่ายแพ้และปฏิเสธคำท้าของไอ้เหิม เด็กหนุ่มคนนั้นอยากเข้ามาถูกจังหวะเอง และถูกตาต้องใจมันเข้าพอดี ไอ้เหิมกับเขาเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว จบมาได้สองปีเขาก็หันมาเอาดีทางด้านแข่งรถจนได้มีสนามเป็นของตัวเอง และนี่เป็นสนามที่สองของเขา 

"อย่าเอาน้องพีทเป็นเดิมพันเลยวะ เราไม่จำเป็นต้องดิ้นไปตามเกมมันก็ได้ กูกลัวมึงพลาด"เบสยังคิดหนัก

"พวกมึงว่าเอาใครเป็นเดิมพันนะ" 

เสียงดุห้วนดังมาจากทางด้านหลัง  ทุกคนหันไปมองตามที่มาของเสียง อคิณ เจ้าของใบหน้าหล่อเหลา คมสัน รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาดุเอาเรื่อง กำลังขบกรามแน่นมองด้วยแววตาวาวโรจน์แทบจะกินหัวพวกเขาอยู่แล้ว 

เมฆมองหน้าเด็กหนุ่ม ก่อนจะชะงักเขาจำได้แล้ว ไอ้หนุ่มนี่! คือคนที่เคยช่วยพีทในวันฝนตกเขาจำได้  และเคยเจอที่ร้านเหล้าของไอ้เบล อคิณเองก็ชะงักไปชั่วขณะทั้งสองสบตากันนิ่ง

"กูถามพวกมึง ว่าเอาใครเป็นเดิมพัน ตอบ!!"

เสียงตะคอกดังลั่นจนคนที่อยู่ใกล้ๆบริเวณนั้นหันมองมารวมถึงเพื่อนกลุ่มมิกซ์  ทั้งหมดวิ่งลงมาทันที คนข้างล่างกำลังกระชากคอเสื้อเมฆมองดูก็รู้ว่าอคิณกำลังหาเรื่องเจ้าของสนามรถแข่งอย่างไม่กลัวว่าจะโดนรุมจากกลุ่มเพื่อนเขาเลย

"มึงได้ยินไม่ผิด" เมฆพูดอย่างใจเย็น ตอนนี้เขาเองก็ไม่ใช่จะอารมณ์ดีพอที่จะให้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมตรงหน้ามากระชากเสื้ออยู่ในถิ่นของเขา หากมันไม่ใช่กลุ่มเพื่อนของน้องชายป่านนี้เขาให้ลูกน้องลากมันไปกระทืบตายหลังสนามแข่งไปแล้ว

"มึงไม่สิทธิ์เอาคนของกูไปเป็นเดิมพัน" อคิณยังคงหัวร้อน

"แต่ตอนนี้กูว่าชักสนุกแล้วสิ" เมฆพูดเสียงเรียบ ยังคงทำหน้านิ่งหลังจากแกะมือชายหนุ่มออกจากคอเสื้อของเขาอย่างใจเย็น 

"คุณมาที่นี่ได้ยังไง" พีทวิ่งมากระหืดกระหอบมาพร้อมเพื่อนๆ เสียงหอบหายใจเร็วพร้อมเอ่ยถามคนตรงหน้าหน้าเนียนแก้มแดงก่ำ นานเป็นอาทิตย์แล้วที่เขาไม่ได้พูดคุยกับอคิณเลย 

"มึงก็เหมือนกัน โง่หรือเปล่า มึงรู้ไหมกำลังทำอะไรกันอยู่" 

อคิณหันมาดุคนของตัวเอง และปรายตาดุทุกคนที่ยืนอยู่ทางด้านหลังร่างบาง ที่ต่างก็หลบสายตาทันที โดยเฉพาะมิกซ์น้องชายเมฆ  อคิณมองพีทเต็มไปด้วยความโมโหแฝงแววกังวล เพราะห่วงคนตรงหน้าอย่างชัดเจนจนคนที่อยู่ใกล้ๆรู้สึกได้ อคิณรู้จักไอ้เหิมดีและเคยท้าดวลกันหลายครั้งแต่ไม่ใช่สนามนี้

"ห้าล้านแลกกับให้ผมไปกับมันคืนนี้" 

 พีทพูดอ้อมแอ้มเบาๆ เขาไม่ได้ต้องการเงินแต่มันไหลไปตามน้ำ และอีกอย่างก็สงสารเพื่อน นี่แหละคือข้อเสียของเขา แต่เขาก็มั่นใจว่าทุกคนต้องช่วยเขาได้ พีทค่อยๆเงยหน้ามองคนตรงหน้าอย่างรู้สึกผิด

"นี่มันเท่ากับขายตัวเองเลยนะ ห๊ะ!ไอ้เชี้ยพีท!!"

 อคิณตวาดลั่นกระชากมือบางแรงจนพีทเซเข้ามาปะทะอกแกร่ง ลมหายใจสะดุด หน้าแทบชนกัน ร่างบางกลืนน้ำลายเหนียวหนืด สบตาดุนิ่งเขารู้ว่าอีกฝ่ายโมโหแทบจะกินเขาอยู่แล้ว

"ไม่ใช่นะ!! ผมไม่เคยคิดจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว"

"ถ้ามึงอยากได้เงินมากขนาดนั้นบอกกูก็ได้ กูจะซื้อมึงเอง จะเอาให้หน่ำใจ เอาให้ครางทั้งคืนเลย แม่งเอ้ย!!" 

อคิณโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง ส่วนอีกคนก็เอาแต่ก้มหน้างุดหลังจากโดนเขาตะคอกกลับอย่างหัวเสีย ทุกคนยืนมองทั้งสองแปลกๆก่อนจะหันไปมองหน้ากันเลิ่กลัก ยกเว้น เมฆที่ยกยิ้มมุมปากอย่างเข้าใจ

" มึงคิดบ้างไหม ผลที่ตามมามันคืออะไร ไม่เรียกขายตัวเขาจะเรียกว่าอะไร ห๊ะ!!" 

อคิณอยากจะบีบคอคนตรงหน้าให้ตายคามือนัก พีทมองหน้าขอบตาเริ่มร้อนผ่าว แรงโกรธทั้งหมดมาลงที่ข้อมือบาง มือหนาบีบจนข้อมือบางแทบหัก แต่อีกคนก็ไม่ยอมปล่อย

"แต่อย่างน้อยเงินตั้งห้าล้านก็ทำให้ผมมีกินมีใช้สบายไปอีกนาน มันก็ดีกว่าเอาเงินของคุณไม่ใช่เหรอ คุณจะได้ไม่ต้องมาเสียดายเงินที่ต้องมาจ่ายให้ผม" พีทพูดให้อีกคนรู้สึกเจ็บบ้าง ตั้งแต่มาถึงก็เอาแต่ว่าตนและดูถูกไม่เลิก ทำให้ชายหนุ่มยิ่งบีบข้อมือหนักขึ้นอีกอย่างโกรธจัด

"ไอ้อคิณ ปล่อยพีทได้แล้วมันเจ็บเห็นไหม มันเองก็ไม่อยากตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้หรอก ดูหน้ามันหน่อยสิ” เพื่อนทุกคนเป็นห่วงพีทเพราะสังเกตเห็นว่าข้อมือเป็นรอยแดง ยืนหน้านิ่วน้ำตาคลอเบ้า 

"มึงก็อีกคนน่าจะปรามมันไว้บ้าง สมองหมอของมึง กลายเป็นเป็นสมองหมาไปแล้วหรือไงไอ้ม่อน"

"นั่นนะปากมึงเหรอ ไอ้สัสสส!!" ม่อนด่ากลับทันที 

“มึงนี่ปากจัดไม่เปลี่ยน”

"กูสัญญาว่าคนของมึงจะปลอดภัย" เมฆถอนหายใจแรง หลังจากเห็นว่าอีกคนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก และเขาก็คือต้นเหตุของเรื่องนี้

"มึงเอาอะไรมาการันตี มึงก็รู้จักไอ้เหิมดีไม่ใช่เหรอ" อคิณหันไปกระชากเสียงทันทีกับเจ้าของสนามแข่ง คนในวงการไม่มีใครไม่รู้จักไอ้เหิม

"สำหรับมันไม่ชนะด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล"

"มันทะแม่งๆอยู่นะไอ้เมฆ" ไอ้ริวพูดขึ้นสบตาไอ้เมฆเหมือนรู้กัน 

"ไอ้เบสมึงไปเช็คกล้องวงจรปิดสิ ห้องเก็บรถและห้องตรวจสภาพ" 

เมฆสั่งเพื่อนเบาๆพอได้ยิน และหันไปบอกสันต์ให้ไปช่วยอีกแรง เขามัวแต่ยุ่งๆจนลืมนึกถึงลูกน้องอีกคนที่หายไปนานแล้วยังไม่เห็นโผล่หัวออกมาสักที  

"อ้าว!กูเจอคู่แข่งเก่านี่หว่า หายหน้าไปนานเลยนะอคิณท่าทางวันนี้จะสนุกแน่" เหิมทักทายมาแต่ไกล ใบหน้ายิ้มร้ายสายตามันวอกแวกชอบกล

"กูขอเปลี่ยนเดิมพันเป็นสิบล้านแลกกับตัวไอ้เชี้ยนี่ มึงชนะมึงเอาไปสิบล้าน แต่ถ้ามึงแพ้มึงเอามาให้กูห้าล้านและห้ามมายุ่งกับคนของกูอีก" ทุกคนอ้าปากค้างทันทีกับข้อเสนอของชายหนุ่ม พีทตกใจที่อีกคนยอมกล้าเดิมพันด้วยเงินแปดหลักเพื่อเขา

"ไม่ได้นะ มันเยอะเกินไป" พีทรีบแย้งทันที เงินไม่ใช่น้อยๆ เขาจะยอมเสียเพื่อตนทำไม หากแพ้ก็แค่คืนเดียวกับไอ้เหี้ยมหลับหูหลับตายอมๆมันไป ถ้าชนะเขาก็ได้เงินตั้งห้าล้าน แต่ถ้าต้องให้ชายหนุ่มมาเสียเงินตั้งสิบล้านเพื่อเขา พีทไม่ยอมแน่นอน

"โอ๊ะ โอ๋.." เหิมหันมายิ้มเย็นน่ากลัว แววตาแฝงไปด้วยเล่ห์กล มองคนร่างบางตาเป็นประกาย

"น้องคนนี้น่ารักมากจนค่าตัวมันแพงหูฉี่เลยเหรอวะ ฮ่าๆๆ กูยิ่งชักอยากจะลองคืนนี้เลย" 

"พี่เหิม ถ้าคืนนี้พี่เสร็จกันน้องมันแล้ว พวกผมขอลองต่อด้วยนะครับพี่"

"กูไม่ใช่คนหวงของ รับรองได้ทั้งแก๊ง"

 เพื่อนที่มาด้วยพูดขอต่อหน้าทุกคนยิ่งทำให้อคิณร้อนรุ่มใจ เหิมเดินเข้าใกล้พีทและอคิณทันที ร่างใหญ่หนาดูบึกบึนและน่ากลัวมากสำหรับพีท ชายหนุ่มถอยหลังกรูดทันที อคิณยังคงจับข้อมือเล็กไว้ไม่ปล่อย 

"กูแทบจะอดใจไม่ไหวแล้วสิ อยากรู้จริงๆว่ามีดีแค่ไหน" พูดพลางยกมือสากหนาหมายจะลูบใบหน้าเนียนสวยของพีทอย่างย่ามใจ

พลั่ก!!! 

อคิณรีบปัดมืออีกฝ่ายก่อนจะจับโดนใบหน้าเนียน แล้วดึงให้อีกคนมาอยู่ด้านหลังเขา สายตาดุจ้องขมึงถึงอย่างน่ากลัว

"อ๊ะ!! มีหวงของ แบบนี้กูยิ่งชอบ" มันยังคงพูดกวนประสาทให้อีกฝ่ายโกรธ

หลังจากที่ไอ้เหิมและพวกเดินออกไปจนลับตา เมฆหันมาพูดกับชายหนุ่มทันที

" กูลงเองดีกว่า มึงไม่คุ้นสนามนี่หรอก" 

เมฆพึ่งรู้ว่าไอ้หนุ่มหน้าหล่อคืออคิณ วนารมย์ นักแข่งสนามเฮียวิทย์และไม่เคยแพ้ใครมาก่อน ถึงแม้ที่นี่จะเป็นสนามใหม่ และพวกมันยังไม่เคยมาลอง แต่สำหรับเขาแล้วรู้ทุกซอกทุกมุมในที่ของตัวเองดี สักพักเบสเดินออกมาหน้าตาตื่น 

"เชี้ย!!ไอ้เมฆลูกน้องคนสนิทมึงท่าจะโดนซื้อตัวไปแล้ววะ"

เบสหน้าตาตื่นก่อนจะยกรูปในโทรศัพท์ให้ชายหนุ่มดู เป็นภาพลูกน้องคนสนิทของเมฆกำลังตัดสายเบรกรถที่เขาจะใช้ลงแข่งขันในวันนี้ เป็นรถคู่ใจที่เขารักมากที่สุด เมฆจะใช้รถคันนี้ลงสนามทุกครั้งทุกคนต่างก็รู้ดีโดยเฉพาะไอ้คนที่มันกำลังตัดสายเบรกรถเขาอยู่ตอนนี้

"เเม่ง!! มันกล้าทรยศกูเหรอวะ ไอ้เชี้ยชิน" 

เมฆสบถด้วยความโกรธสุดขีด นี่! ลูกน้องมือขวาคนสนิทที่สุดกล้าตัดสายเบรกรถเขาเลยเหรอ พลาดมันคือชีวิตเขาเลยนะ มันต้องการที่จะฆ่าเขาชัดๆ ชายหนุ่มขบกันแน่นเส้นเลือดปูดโปน 

"เฮียจะทำยังไง" มิกซ์เอ่ยขึ้นอย่างร้อนใจ นึกห่วงเพื่อนขึ้นมาทันที

เพลี้ยะ!!!

"เพราะมึงเลยไอ้เชี้ยมิกซ์ ทำเพื่อนซวยไปด้วย ไอ้สัส!!" นัทตบหัวมิกซ์ อย่างแรง แต่เจ้าตัวก็ยอมรับ ไม่ได้โต้ตอบเพื่อน 

"เอาไงดีวะ" กายหันไปถามเพื่อนสนิทที่ยืนนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

"กูจะไปฆ่ามันที่กล้าหักหลังกู" เมฆหน้าเหี้ยมสายตาดุเกรี้ยวกราด แต่เพื่อนจับเอาไว้ก่อน

"แต่ไม่ใช่ตอนนี้ มึงแก้สถานการณ์ก่อนดีกว่า เอาคันอื่นใหม่เดี๋ยวพวกกูจะไปเช็คให้เอง" เบสเสนอ

"ไม่ต้อง" เสียงทุ้มอคิณเอ่ยขึ้น

"กูจะลงแข่งเอง" อคิณหันไปทางเมฆ

"ห๊ะ!!" 

ทุกคนร้องออกมาพร้อมกันทันทีโดยไม่ได้นัดหมาย มีเพียงม่อนที่รู้ดีว่ามันต้องช่วยพีทได้แน่นอน  พีทมองหน้าอคิณแววตาไหวระริก ถ้าเป็นชายหนุ่มลงแข่งเองเขาก็เบาใจ อย่างน้อยแพ้เพราะเขายังดีกว่าแพ้เพราะคนอื่น

"มึงแน่ใจนะ" 

เมฆเอ่ยขึ้นอย่างกังวลตอนนี้เขาไม่มีสมาธิเลย ขืนลงแข่งเองก็คงจะมีแต่คำว่าแพ้อย่างแน่นอน ทุกอย่างจึงต้องฝากความหวังไว้ที่อคิณ อคิณพยักหน้ารับเขาจะลงแข่งขันด้วยตัวเองเพราะสิ่งที่เดิมพันคือคนของเขา

"ม่อนมึงโทรบอกเฮียวิทย์เอารถแข่งกูมาที่นี่ด่วน" เฮียวิทย์คือเจ้าของสนามรถแข่งที่ประจำของอคิณ และญาติห่างๆอีกด้วย

"ได้ ไม่มีปัญหา" ม่อนยกโทรศัพท์โทรหาเฮียวิทย์พี่ชายของตนทันที 

"เอาละครับทุกคน เวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงแล้วนะครับ เรามาดูกันว่าใครจะชนะ วันนี้เป็นนัดสำคัญคู่เปิดสนาม คุณเหิมที่ใครๆก็รู้ดีว่าประสบการณ์ความสามารถมีมากแค่ไหน ส่วนอีกคนก็เจ้าของสนามแข่ง เฮียเมฆสุดหล่อของเราจะให้เกียรติมาเป็นคู่เปิดสนามวันนี้ครับ" พิธีกรภาคสนามกำลังประกาศบอกทุกคนน้ำเสียงตื่นเต้น เพราะใกล้จะถึงเวลาที่ระทึกใจของทุกคน รวมทั้งพีทและเพื่อนต่างก็ตื่นเต้นกับการแข่งขันในครั้งนี้ ทุกคนจ้องไปยังจุดสตาร์ท 

"ไอ้เชี้ยเมฆนั่นมันจะรู้หรือเปล่าครับพี่เหิม" ลูกน้องคนสนิทเหิมถามขึ้นหลังจากหันไปมองฝ่ายตรงข้ามที่จับกลุ่มคุยกันอีกด้านของสนามสายตาเป็นกังวล

"ไม่รู้สิ กูเห็นมันขับแต่คันโปรดของมัน หากรถมันมีปัญหาต้องมีสะดุดบ้างละวะ" เหิมพูดเสียงนิ่งเรียบ

"มีเหตุเปลี่ยนผู้เข้าแข่งขันครับท่านผู้ชม ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดเหมือนกันนะครับ แต่วันนี้เฮียเมฆของเราเปลี่ยนคนลงแทนเป็นหนุ่มหล่อหน้าคม พ่อรวย ทำสาวใจละลายมาก็ไม่น้อยครับ คิดว่าหลายท่านคงรู้จักกันดีคุณอคิณ วนารมย์ " พิธีกรภาคสนามยืนคุยอยู่กับเพื่อนของเมฆสักพักก็ประกาศเรื่องเปลี่ยนผู้เข้าแข่งขันอีกฝ่ายทันที

"ช่างมันกูคิดไว้แล้วว่าไอ้หน้าอ่อนมันต้องลงสนามเอง มันไม่มีรถมันก็ต้องเอารถของไอ้เมฆอยู่แล้ว อีกอย่างไอ้หน้าอ่อนนั่นมันก็ห่างสนามไปตั้งนานแล้ว"

"พี่เหิมชนะชัวร์" ลูกน้องมันพูดประจบเจ้านายพลางมองไปยังหนุ่มหน้าหวานที่เป็นของเดิมพันคืนนี้

"คืนนี้พวกมึงรอกินไอ้หน้าหวานต่อจากกูได้เลย"

"อ้าว พี่เหิม นั่นมันรถใครขับเข้ามาในสนาม" พวกมันมองไปยังรถชุปเปอร์คาร์คันสีเหลืองที่วิ่งเข้าในสนาม

"เฮียวิทย์" 

"ซวยแล้ว ไอ้หน้าอ่อนนั่นมันรู้จักเฮียวิทย์ " ลูกพี่ของพวกมันมองคนที่ลงจากรถแววตาโกรธขึง หากเฮียวิทย์มาโอกาสที่มันจะตลบหลังพวกนี้มีค่าเป็นศูนย์แน่ 

"ท่านผู้ชมครับมีรถลัมโบร์กินี อูรากัน สีเหลืองสวยงามมาก ราคานี่ไม่ต้องพูดถึงแพงหูฉี่วิ่งเข้ามาแล้วครับ ใครกันเอ่ยที่ขับเข้ามา โอ้โห้!! เฮียวิทย์มาครับ งานนี้เดิมพันคืออะไรกันผมเองก็ชักอยากรู้แล้วสิครับ มีแต่บิ๊กๆทั้งนั้น สนุกแน่นอนครับ และได้ข่าวแว่วๆว่ามีการเปลี่ยนรถที่จะใช้ในการลงแข่งขันด้วยครับ เปลี่ยนทั้งคน เปลี่ยนทั้งรถ คุณอคิณพร้อมเจ้าหน้าที่สนาม ตอนนี้กำลังดำเนินการเปลี่ยนรถอยู่นะครับ เช็คสภาพและเตรียมความพร้อม อดใจกันรอนิดหนึ่ง" " เสียงพิธีกรป่าวประกาศบอกทุกคนให้รู้ถึงเกมแข่งขันอยู่เป็นระยะ

เมื่อผู้เข้าแข่งขันทั้งพร้อมและประจำจุดสตาร์ท ต่างก็นับถอยหลัง เจ้าหน้าที่สนามพร้อมพริตตี้ ถือป้ายชูเวลา ผู้แข่งขันพร้อมจุดสตาร์ท และแล้วรถแข่งคันหรูของทั้งคู่ก็พุ่งทยานออกไปด้วยความเร็ว 

 เสียงพิธีกรประกาศบอกเป็นระยะว่ารถของทั้งคู่สูสีกันมาก อคิณใช้ประสบการณ์ที่มีในการแข่งขัน เขาเคยแข่งกับเหิมมาแล้ว แต่แค่ครั้งเดียวเขาพยายามจำให้ได้ว่าจะแก้เกมให้ตนชนะได้อย่างไร ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามแพลนที่เขาคิดไว้ แต่ถึงยังไงก็คงไปดูกันที่โค้งสุดท้ายว่าใครจะเข้าเส้นชัยไปก่อน แต่ละคนต่างก็ลุ้นกันตัวโก่งเพราะทั้งสองต่างฝีมือดีสูสีกันมากทีเดียว

 และเป็นไปตามคาดหมายว่าอคิณ วนารมณ์ ชนะการแข่งขัน ทุกคนต่างยินดีกับนักแข่งรถหนุ่มไฮโซและเจ้าของสนามแข่งอย่างเมฆที่เปิดตัวสนามได้อย่างอลังการรวมพลมืออันดับต้นมาไว้ที่นี่ได้ ทุกคนต่างเดาไปต่างๆนาๆเรื่องเดิมพัน ซึ่งไม่มีใครรู้เพราะเจ้าของสนามไม่เปิดเผย จนพิธีกรได้ไปสืบซึ่งได้ข้อมูลเพียงว่า เงินไม่ได้สำคัญแต่สำคัญที่ของเดิมพันและศักดิ์ศรี 

 เมื่อจบการแข่งขันเหิมได้นำเงินสด เพราะเมฆได้บอกไว้ก่อนการแข่งขันแล้วว่าขอเป็นเงินสดไม่รับเช็ค เหิมและพวกขู่ไว้ว่ายังไงเขาจะเอาคืนแน่ ก่อนไปปรายตามองพีทอีกครั้ง 

อคิณเดินกลับมายืนรวมกับเฮียวิทย์และพวกพ้อง โดยมีกลุ่มพีทยืนอยู่ด้วย ทุกคนต่างชื่นชมชายหนุ่มอีกครั้งกับชัยชนะที่ได้มาในวันนี้ และชักชวนกันไปเลี้ยงฉลลองที่ผับเฮียเบล 

ส่วนเมฆ ชายหนุ่มขอตัวเพราะเขามีเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการ พร้อมกับยื่นเงินสดมามอบให้พีท 

"นี่เงินในส่วนของการเดิมพัน ตามสัญญาห้าล้านเป็นของมึง" 

พีทเอ่ยขอบคุณเมฆเบาๆ แล้วนำเงินไปยื่นให้อคิณทันทีที่ยืนอยู่ไม่ไกล เพราะเขาเป็นคนลงแข่ง สมควรที่จะได้รับเงินก้อนนี้ไป ถึงแม้เงินก้อนนี้อาจจะน้อยนิดแค่เศษเงินของเขา แต่เขาก็สมควรที่จะได้รับมัน

"ส่วนมึงกูขอโทษ ที่เอาคนของมึงเดิมพัน"  เมฆพูดกับอคิณด้วยน้ำเสียงขอโทษจากใจจริงๆ ในใจของเขาไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว แต่อยู่ที่ใครอีกคนที่เขาจะต้องไปจัดการ เมฆขบกรามแน่นเมื่อคิดถึงคนที่ทรยศหักหลัง

อคิณพยักหน้ารับเขาไม่ติดใจอะไรอีก ในเมื่อเหตุการณ์มันผ่านไปแล้วเอาคืนไม่ได้ แต่ก็ดีใจมากที่ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ที่สำคัญคนของเขาปลอดภัยก็พอแล้ว และยังได้รับมิตรภาพใหม่ที่ได้รู้จักกับ “เฮียเมฆ”

เมฆ ขอตัวทันทีเมื่อทุกอย่างจบลง แววตาคมกริบดุกราวเมื่อเขาเตรียมเดินออกไปที่ห้องเก็บของที่อยู่ทางด้านหลัง สีหน้าเกรี้ยวกราดจนไม่มีใครกล้าสู้หน้า แม้แต่สันต์ที่ไม่กล้าแม้แต่จะออกตัวเพื่อช่วยชิน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป