บทที่ 9 ตายหรือยัง

บทที่ 9

ตายหรือยัง

@วันต่อมา

"อ๊ะ..อะ"

ชินรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตอนสายของอีกวัน ความเจ็บระบมและช่องทางรักฉีกขาดทำให้ชายหนุ่มมีอาการเหมือนจะไม่สบายครั่นเนื้อครั่นตัว 

ชินค่อยๆพยุงร่างลุกขึ้นแต่ก็ล้มลงนอนอีกครั้ง เมื่อรู้สึกมึนทุกอย่างดูหมุนไปหมด สายตาชายหนุ่มกวาดตาไปทั่วห้องแต่ไม่เห็นร่างของเจ้านายเถื่อน เขาคงจะออกไปนานแล้วทิ้งไว้เพียงคราบน่าอายเลอะเกรอะกรังบนตัวเขาและที่นอนไม่มีแม้จะสนใจทำความสะอาด เมฆตั้งใจทิ้งไว้ให้เขาดูเพื่อที่จะย่ำยีศักดิ์ศรีลูกผู้ชายให้เขาได้อับอายมากกว่า

เมื่อคืนเมฆใจร้ายมากจนไม่เหลือร่องรอยของผู้ชายใจดีที่คอยดูแลห่วงใยเขาอยู่เสมอ เปลี่ยนเป็นคนละคน ราวกับไม่เคยมีความรู้สึกดีที่เคยมอบให้กัน เขาคงโกรธแค้นมากและคงเสียใจที่คิดว่าถูกคนที่ไว้ใจทรยศหักหลัง ทั้งที่กินนอนด้วยกันมาโดยตลอด

ชินขยับตัวจะลุกนั่งก็ต้องนิ่วหน้าอย่างแรงด้วยความเจ็บปวดทรมานที่แล่นไปทั่วสรรพางค์กาย ร่างกายของเขาคล้ายคนเป็นโรคร้ายมีร่องรอยสีช้ำไปทั่ว ไหนจะจากการซ้อมจนสะบักสะบอม แล้วไหนจะรอยขบกัดเมื่อคืนที่คนใจร้ายเอาแต่ใจข่มเหงร่างกายและจิตใจจนร่างแทบแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ไม่รู้ว่าสลบไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ตื่นมาก็ไม่เห็นเมฆแล้ว ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องทนปั้นหน้าให้ลำบากใจ

ชินพยายามลากสังขารไปยังห้องน้ำอย่างทุลักทุเล ล้มแล้วลุก น้ำขาวขุ่นไหลออกเป็นทางยาวในยามที่ลุกขึ้นยืนบ่งบอกให้รู้ว่าเมื่อคืนโดนเมฆปล่อยเข้าข้างในนับไม่ถ้วน จนต้องมีสภาพแบบนี้ ชินเจ็บร้าวระบมแทบจะพิการไปครึ่งตัวแล้ว

"ซี้ดดด.แม่ง.โคตรเจ็บจังวะ" ชินสบถออกมากับตัวเองอย่างรำคาญ เมื่อขาอ่อนยวบ ทั้งที่ห้องน้ำอยู่เพียงแค่หน้าประตูแต่เดินไปไม่ถึงสักที

"กูช่วยไหม" เสียงเรียบคุ้นหูและแววตาที่ทอดมองมาด้วยความเป็นห่วงอยู่เสมอ

"พี่สันต์!!"

"อยู่ดีๆไม่ชอบนะมึง ชอบหาเรื่องเจ็บตัว" สันต์ว่าให้ สายตากวาดไปบนเตียงที่มีร่องรอยและสำรวจตามร่างกายชายหนุ่มตรงหน้าพลางถอนหายใจยาว ชินไม่กล้าสบตาผู้มาใหม่ ไม่ต้องบอกก็คงรู้จากร่องรอยยับย่นบนเตียงและบนตัวของเขา

สันต์เองก็ไม่ถามสักคำเดินมาประคองร่างของชินไปยังห้องน้ำ อย่างน้อยก็มีน้ำใจที่เป็นห่วง ยังดีกว่าคนใจร้ายที่ไม่ยอมมาดูดำดูดีเขาบ้างเลย พอได้สมใจก็จากไป

กว่าจะออกจากห้องน้ำมาได้ชายหนุ่มก็ใช้เวลาอยู่นาน สันต์ออกไปแล้วทิ้งไว้เพียงอาหารและยาวางไว้บนโต๊ะไม้เก่าๆ ชินจัดการกับอาหารจนเกลี้ยง อย่างน้อยกองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง กินให้อิ่มจะได้มีแรงเพราะเขาเป็นอะไรตอนนี้ไม่ได้ ยังมีคนที่อยู่ข้างหลังรอเขาอยู่

หลังจากกินข้าวกินยาเสร็จแล้วชายหนุ่มก็นอนพัก อาการไข้ยังไม่ทุเลาในระหว่างครึ่งหลับครึ่งตื่นเขาได้ยินเหมือนเสียงสันต์เดินเข้ามาดูอาการ และกำลังรายงานให้ใครสักคนทราบ ก็คงไม่พ้นพี่เมฆอย่างแน่นอน

"ชินตื่น"

เสียงพี่สันต์ปลุกชินให้ตื่นอีกครั้งกลางดึกเพื่อลุกขึ้นมากินยา เพราะอาการของชายหนุ่มไม่ดีขึ้น ชินค่อยๆลุกขึ้นพิงหัวเตียงสายตาสอดส่องหาใครอีกคนแต่ก็ไม่เห็นแม้เงา ชายหนุ่มหลุบตาต่ำมองมือตัวเองรู้สึกน้อยใจ จนขอบตาร้อนผ่าวไปหมด สันต์ส่ายหน้าเบาๆชายหนุ่มเป็นคนช่างสังเกตและรู้ว่าชินกำลังคิดอะไรและกำลังมองหาใครอยู่

"เฮียไปคุยงานสองวัน" สันต์เปรยขึ้นมา

"ผมไม่ได้อยากรู้"

"หึหึ..หน้ากูมันดูเหมือนเด็กอนุบาลสามขวบหรือไง นี่ยา..กินซะจะได้หาย มีอะไรก็เรียกเด็กมันละกัน" สันต์ยื่นยาให้ ชินรับไว้พร้อมกับขอบคุณเบาๆ

"อืมมมม ถ้าอยากจะหนีก็บอกกู" 

สันต์ถามคนตรงหน้าแต่ก็พอจะรู้คำตอบในใจอยู่แล้ว เพราะรู้ว่าชินเป็นคนอย่างไร เด็กหนุ่มคนนี้นิสัยดีและรักนายของตนมากทีเดียว ไม่มีทางที่ชินจะหักหลังทรยศ แต่เขาคิดว่าชินต้องมีเหตุผลส่วนตัวจำเป็นบางอย่างที่ต้องทำแบบนั้น แต่จะยังไงก็คงให้เด็กหนุ่มคนนี้เป็นคนเอ่ยปากออกมา

"ผมไม่หนี" ชินตอบทันทีโดยไม่คิด เขามีเหตุผลและก็ไม่เคยคิดที่จะทำร้ายผู้มีพระคุณ ยิ่งเขาหนีเมฆยิ่งจะเกลียดและแค้นมากกว่าเดิม

@เมฆ

“วันนี้มันเป็นไงบ้าง ตายหรือยัง“

ผมถามลูกน้องหลังจากวันที่ผมลงโทษมันหนักวันนั้น ผมก็ออกไปในตอนสายๆ เพราะมีตรวจงานที่บริษัทฯที่ได้ร่วมหุ้นกับเพื่อน และแวะไปดูสนามแข่งอีกสนาม ไม่ได้เข้ามาที่นี่มาสองวันแล้ว

วันนี้ผมก็เลยอยากจะมาดูหน้ามันหน่อยว่าใกล้ตายหรือยัง เห็นลูกน้องโทรมาบอกว่ามันมีไข้สูง ก็เลยให้ซื้อยามากิน แต่อาการมันก็ยังไม่ดีขึ้นมาก แต่ก็พอทุเลาลงบ้าง 

พวกมันจ้องมองผมเงียบ ตอนนี้คงรู้เรื่องผมกับไอ้ชินหมดแล้ว แต่ผมไม่สนใจว่าพวกมันจะนินทาอะไรหรือเปล่า แต่ปกติก็ไม่เคยได้ยินพวกนี้พูดเกี่ยวกับตัวผม เพราะผมก็ไม่เคยเอาเปรียบลูกน้อง ดูแลพวกมันดีตามความเหมาะสมทุกคน 

“อืม พวกมึงจะไปทำอะไรก็ไป ถ้ากูไม่เรียกก็ไม่ต้องเข้ามา”

“ครับ..แต่ว่าเฮียครับมีเด็กสาวมาถามหาคุณชินด้วยนะครับ” 

พวกนี้ยังเรียกมือขวาผมว่า “คุณ” อย่างให้เกียรติเสมอ เพราะชินคือคนที่ผมไว้ใจให้ทำอะไรแทนหลายอย่าง และพาไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ และยังให้พักห้องเดียวกัน จนใครๆต่างก็คิดว่าผมและมันเป็นมากกว่าสถานะเจ้านายกับลูกน้อง ผมเองก็รู้สึกแบบนั้น

นี่แหละที่ทำให้ผมรู้สึกเจ็บมากที่คิดว่ามันหักหลัง พอถามมันก็ไม่พูดหาว่าผมเป็นศาลเตี้ยตัดสินมันไปแล้วไม่จำเป็นที่มันต้องอธิบาย มันยังไม่วายท้าทายผมด้วยคำพูด 

 วันนั้นยอมรับเลยว่าสติแตก จัดหนักลงโทษมันแบบที่มันคาดไม่ถึง ผมจึงข่มขืน ใช่!!ใช้คำว่าข่มขืนมันเลยจะดีกว่า ผมจัดหนักเอามันจนเกือบฟ้าสางแทบลากขาออกจากห้องไม่ได้ คิดดูว่าขนาดผมที่แข็งแรงบึกบึนยังขนาดนี้ แล้วมันดูบอบบางกว่าจะขนาดไหน หากมันไม่ป่วยก็ไม่ใช่คนแล้ว

แต่เซ็กส์วันนั้นโคตรดีถึงใจและมีความสุขมาก มันทำให้ผมรู้สึกอิ่มในรสรักถึงพริกถึงขิง อาจเป็นเพราะเราทั้งคู่เป็นผู้ชายที่มีความแข็งแรง ผมก็เลยกระแทกได้ไม่ยั้ง สนองความต้องการได้อย่างถึงใจและเร้าใจที่สุด ในหัวสมองมีแต่ภาพยามที่มันครางระงมอยู่ใต้ร่างวนไปมาจนสองวันนี้ผมแทบไม่เป็นอันทำอะไรเลย ไม่เจอมันสองวันกลับคิดถึงมากซะอย่างนั้น ...

“แล้วมึงตอบไปว่าไง” ผมถามลูกน้องเสียงนิ่ง

“ผมบอกว่าไปต่างจังหวัดกับเฮียนั้นแหละครับ แต่แววตาดูเศร้าๆ ไม่แน่ใจว่าใช่แฟนคุณชินหรือเปล่า” 

ผมฟังคำลูกน้องแล้วรู้สึกหงุดหงิด ปกติเรื่องส่วนตัวของมันผมจะไม่ค่อยไปก้าวก่ายนอกจากมันจะเล่าให้ฟังเอง เกือบสองปีที่อยู่ด้วยกันมามันทำงานให้ผมอย่างเต็มที่ และผมเองก็รักกันมันมากที่สุด

“อืม “

ผมพยักหน้าแล้วโบกมือให้พวกมันออกไป ผมเปิดประตูเข้าไปหาคนที่นอนอยู่บนเตียงเล็กๆ ไม่รู้ว่าใช้เป็นสนามรบไปได้ยังไงทั้งเล็กทั้งแข็ง ไอ้ชินนอนหันหลังให้ประตู ผมมองร่างมันแล้วรู้สึกใจโหวงๆชอบกลความรู้สึกที่โกรธก็ยังคงมี แต่อีกความรู้สึกหนึ่งก็ผุดขึ้นมาเช่นกัน พอได้ทำลายศักดิ์ศรีมันไปแล้วกลับมีความรู้สึกอื่นเข้ามาแทนที่ มันจุกยังไงไม่รู้ 

ชินเป็นคนดีมากคนหนึ่ง แต่สิ่งที่มันทำก็อภัยให้ไม่ได้ จึงอดไม่ได้ที่จะโกรธและลงโทษมันอย่างสาสมกับสิ่งที่มันทำกับผมไว้ หรืออาจเป็นเพราะว่าผมใจดีกับมันมากเกินไปมันถึงได้ทำอะไรโดยไม่รู้จักคิด

“ตื่นหรือยัง” 

 ผมยืนมองมันจากทางด้านหลัง ร่างมันไหวติงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ยอมหันมองกลับมา มีผ้าบางๆปกคลุมตัวไว้ ผมให้ลูกน้องเอาเสื้อผ้ามาให้มันได้เปลี่ยนในช่วงสองวันที่ผ่านมา

“ดีขึ้นไหม” ผมถามมันไปอีกครั้ง แต่คำตอบที่ได้คือความเงียบและร่างที่นอนนิ่งทำทีไม่สนใจ

“.............”

“กูถามทำไมไม่ตอบ หรือว่าโดนกูเอาจนเป็นใบ้แดก”

ผมถามอย่างยียวนมันก็ยังนอนนิ่ง มือหนาจึงกระชากผ้าผืนบางที่ห่มไว้ออกทันทีอย่างแรงด้วยความโมโห มันจึงได้หันหน้ามามองผมด้วยแววตาน้อยใจ หน้าตาดูอิดโรย ตาแดงก่ำจากพิษไข้ คงจะเกิดจากการอักเสบของช่วงล่าง และที่โดนซ้อมจากลูกน้องของผม แต่ผมรู้ว่าพวกมันไม่อยากทำร้ายชิน ทุกคนรักมันมาก แต่ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งผม แต่ดูก็รู้ว่าพวกมันออมแรงไว้มากแค่ไหน หากลงไม้ลงมือกันจริงๆ ป่านนี้ไอ้ชินคงไม่มีชีวิตรอดและไม่มีโอกาสที่จะมองผมด้วยสายตาที่น่าสงสารแบบนี้แน่

“อย่ามาทำเมินกู!!” ผมตะคอกใส่เพราะมันไม่สนใจในสิ่งที่ผมถาม 

“ผมไม่ตายง่ายๆหรอก ยังอยู่ให้พี่ทรมานอีกนาน” มันตอบกลับเสียงขุ่น ผมยกยิ้มมุมปากเพราะอย่างน้อยมันก็มีปฏิกิริยาสนองตอบ

“เหอะ..ก็ดีเพราะมึงยังต้องชดใช้ความผิดอีกยาว กูแค่มาเช็คว่ามึงใกล้ตายหรือยัง” 

“ผมขอโทรศัพท์ด้วย อ๊ะ อะ!” 

มันค่อยๆลุกขึ้นนั่งแบมือขอโทรศัพท์ ก่อนจะร้องออกมานิ่วหน้าด้วยความเจ็บจ้องมองผมเขม็ง สายตาของมันเหมือนน้อยใจระคนโกรธ ผมรู้ว่ามันคงระบมมากน่าดู ผมจึงสั่งให้ลูกน้องไปจัดหายามาให้มัน สองวันที่ไม่ได้เข้ามา เพราะงานยุ่งจนปลีกตัวไม่ได้ ผมพยายามเคลียร์ตัวเองให้เสร็จเพื่อจะได้เข้ามาหาชินวันนี้ 

ผมมองหน้ามันครู่เดียวก่อนจะยื่นโทรศัพท์ที่ติดตัวไว้ตลอดเวลาให้ ตั้งแต่วันนั้นผมก็ยึดโทรศัพท์ของมันไว้ ชินเปิดเครื่องและใส่รหัสผ่านเข้าไปดูอะไรสักอย่างก่อนที่คิ้วสวยจะขมวดมุ่นขึ้นมาทันที และพยายามจะพยุงตัวลุกขึ้น 

“พี่เมฆผมขอออกไปข้างนอกได้ไหม แล้วผมจะรีบกลับมาให้พี่ลงโทษต่อ” มันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“ไม่ได้!!”

“ผมขอเถอะมันเป็นธุระสำคัญจริงๆ”

“ทำไมกูต้องทำตามที่มึงขอ ในเมื่อตอนนี้มึงไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรจากกูเลยด้วยซ้ำ”

“ผม....”

ผมมองหน้าของมันตาคู่สวยแดงก่ำดูเหมือนมันกำลังจะร้องไห้ ผมเองก็ชักจะเบื่อตัวเองอยู่เหมือนกันที่รู้สึกใจอ่อนวูบโหวงแค่เห็นดวงตาและสีหน้ายามที่มองมา 

“อย่ามาสำออยกับกู กูไม่ใจอ่อนกับคนอย่างมึงแน่ไอ้ชิน” ผมยังทำหน้านิ่งมองมันไม่วางตา ไม่รู้ว่ามันจะมีลูกเล่นอะไรกับผมอีกหรือเปล่า

“พี่จะให้ผมทำอะไรก็ได้ แต่ขอให้ผมออกไป แค่แปบเดียวแล้วผมจะรีบกลับมา” แววตาและน้ำเสียงขอร้อง ทำให้ผมรู้สึกอึดอัด

“ได้ กูให้เวลามึงไม่เกินสองชั่วโมง ถ้าหากมึงไม่กลับมาภายในเวลาที่กูกำหนด มึงเตรียมตัวไปลงนรกได้เลย” 

“ได้”

“แต่กูมีข้อแลกเปลี่ยน มึงมาจัดการให้กูก่อนแล้วค่อยไป"

ผมชี้ลงมาตรงเป้ากางเกงที่มันตุงตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว แค่ผมเห็นร่างของมันที่นอนนิ่งอยู่บนที่นอนก็ทำให้แก่นกายผมตื่นขึ้นแทบจะทันที ผมเดินไปหามันที่นั่งอยู่บนเตียงไม้และฟูกเก่าๆ มันนั่งหน้าตื่นตกใจอยู่บนที่นอน ผมเดินไปหยุดยืนอยู่ข้างหน้า ส่วนมันจ้องตาผมนิ่งอย่างต้องการจะจับความรู้สึก แต่มันก็ได้เพียงสายตาที่เย็นชาตอบกลับไป ท่าทางของชินกระอักกระอวนใจในสิ่งที่ต้องทำไม่น้อย

“ถ้าแค่นี้มึงทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องออกไปไหนทั้งนั้น” 

ผมพูดพร้อมกับจ้องตามันนิ่ง ไอ้ชินเงียบไปสักพักก่อนจะปลดเข็มขัดและรูดซิปกางเกงลง แล้วจับแท่งร้อนขนาดใหญ่ที่ดึงดันอยู่ภายในกางเกงเนื้อดีออกมากุมไว้ในอุ้งมือ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป