บทที่ 3 3 ขอความช่วยเหลือ
พัชชา Talk
ณ ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง
แล้ววันนี้ก็เป็นวันที่ย่ำแย่ของพัชชาอีกวัน ตั้งแต่พี่ชายเธอโทรมาตอนเช้า สติของเธอก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอีกเลย จนต้องนัดเพื่อนสาวอย่าง ขวัญ ขวัญลดา ออกมานั่งคุยเพื่อระบายความอัดอั้น
“เห้อ อีกแล้วเหรอพาย” ยังไม่ทันจะได้เริ่มเล่าอะไร เมื่อเห็นหน้าเพื่อนรัก ขวัญลดาก็ต้องลอบถอนหายใจออกมา แล้วถามในสิ่งที่เธอต้องถามมาตลอด
“อือ” พัชชาตอบรับสั้น ๆ ด้วยสีหน้ากังวลใจอย่างปิดไม่มิด
“ครั้งนี้เท่าไหร่ล่ะ” เพราะขวัญลดารู้ดีว่าคงไม่ใช่เรื่องอื่น นอกจากเรื่องเงิน
“ยังไม่รู้เลย บอกว่าตื่นแล้วจะติดต่อฉันมาอีกที ตอนนี้ที่เมกา ก็น่าจะตี 5 กว่าได้”
“แล้วแกจะทำยังไง แกจะหาเงินให้พี่พุกแบบนี้ไปตลอดเลยเหรอพาย” ขวัญลดามองเพื่อนด้วยสายตาเห็นใจ เธอรู้ดีว่าพัชชาต้องแบกรับภาระเรื่องพี่ชายคนเดียวมากแค่ไหน ทั้งที่คนเป็นพี่ชายโตกว่าน้องสาวตั้งสามปี แต่กลับคิดไม่ได้เลยสักครั้ง
“ทำยังไงได้ล่ะ ก็ฉันกับพี่พุก เรามีกันอยู่แค่สองคน ถ้าฉันไม่ช่วยแล้วใครจะช่วย”
ตั้งแต่ที่แม่เธอเสียไป ครอบครัวของเธอก็แหลกสลายทันที พ่อที่ไม่เอาไหนอยู่แล้วก็แต่งงานมีภรรยาใหม่ จากครอบครัวที่เคยร่ำรวยเพราะธุระกิจของแม่ ก็เกิดล้มละลายและจนลงอย่างเห็นได้ชัด ตอนนั้นเธออายุ 17 ปี ส่วนพี่ชายอายุ 20 ปี จากคนที่เคยมีทุกอย่าง กลายเป็นพังทลายไม่มีอะไรเลย ขนาดร้านเบเกอรี่ของแม่เธอ แม่เลี้ยงอย่างน้าศศิ ยังฮุบไปเป็นของตัวเอง โดยที่พ่อเธอไม่คัดค้านอะไรด้วย หุ้นที่ให้มาก็น้อยนิด ทั้งเธอยังไม่ได้เงินเดือนเลยตลอดหนึ่งปีที่ทำงานมา ไม่เคยได้รับความช่วยเหลืออะไรเลย แม้แต่ยืมเงินยังคิดดอกมหาโหด จนเป็นว่าเธอกับพี่ชาย เหมือนมีกันอยู่แค่สองคนจริง ๆ
“ฉันเห็นใจแกนะ แต่ถ้ามันมากไป แกก็ควรพิจารณาตัวเองด้วยนะพาย ว่าแกไหวได้แค่ไหน ถ้าพี่ชายแกไปทำเรื่องที่ใหญ่มาก ๆ ไว้ แกจะคอยช่วยเหลือเขาได้แบบนี้ตลอดไปไหม” ขวัญลดาเตือนสติเพื่อนรัก แม้จะเป็นคำพูดที่ฟังดูรุนแรง แต่เธอก็อยากให้พัชชาได้คิดบ้าง เพราะพัชชาทุ่มเทให้พี่ชายมากเกินไป ในขณะที่เขาก็เอาแต่ก่อเรื่องไม่จบไม่สิ้น
“ฉันก็คิดว่าฉันจะช่วยเหลือครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ฉันยังไม่มีชีวิตของตัวเองเลย ถึงเวลาที่ฉันต้องคิดได้จริง ๆ” พัชชาได้แต่ภาวนาว่า เงินก้อนสุดท้ายที่เธอมีอยู่และส่งให้พี่ชายไปใช้ชีวิตที่อเมริกา จะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นและไม่กลับไปเป็นแบบเดิมอีก แค่นี้แหละที่เธอต้องการ แม้ว่าตอนนี้ตัวเองจะไม่เหลือเงินไว้ใช้เลยก็ตาม เธอก็ยังคงขอพรและภาวนาให้เขาแบบนั้น
Rrr Rrr Rrr
และในตอนนั้นเอง พี่ชายของเธอก็โทรเข้ามาพอดี จากที่คุยกันเมื่อเช้า เขาดูร้อนรนและเหมือนมีอะไรบางอย่างที่อยากพูดมากกว่าแค่เรื่องเงิน นั่นทำให้พัชชาคิดไม่ตกจนไม่มีสมาธิทำงานมาทั้งวัน
(พสุ : พาย ๆ แกต้องช่วยพี่นะพาย) ทันทีที่น้องสาวรับสาย เสียงปลายสายก็โพล่งออกมาอย่างร้อนรน
“พี่พุก นี่มันเรื่องอะไร มีอะไรอีก” พัชชาถามกลับด้วยความตกใจ เมื่อได้ยินเสียงพี่ชายหอบเหนื่อยเหมือนกำลังหนีอะไรอยู่
(พสุ : มีคนจะจัดการพี่พาย พวกมันจะฆ่าพี่ มีแต่แกคนเดียวที่จะช่วยพี่ได้ นะพาย) พสุยังคงพูดด้วยน้ำเสียงตื่นกลัว
“อะ...อะไรนะ” พัชชาก็ลุกขึ้น แล้วรีบเดินออกไปคุยนอกร้านที่เธอนั่งอยู่ อย่างคนที่ตกใจ
“พาย” ขวัญลดาที่เห็นสีหน้าเพื่อนก็ตกใจไม่ต่างกัน เธอตั้งท่าจะถามแต่พัชชารีบเดินออกไปก่อน คนกลางอย่างเธอจึงได้แต่นั่งรอเพื่อเป็นที่ปรึกษาให้เหมือนทุกครั้ง
(พสุ : อย่าพึ่งถามอะไรมาก ถ้าแกยังไม่อยากให้พี่ตาย นะพายนะ พี่ยังไม่อยากตายตอนนี้ แกต้องช่วยพี่เถอะนะพาย ถ้าแกช่วยพี่อีกรอบนี้ พี่สัญญาพี่จะกลับตัวกลับใจเป็นคนดี พี่จะไม่เป็นแบบเดิมอีกแล้ว) พสุพูดเสียงสั่น เขายังจำเหตุการณ์เมื่อคืนได้แม่น บอดี้การ์ดพวกนั้นรุมกระทืบเขาจนปางตายและทิ้งให้นอนสลบอยู่หลังตึก ยังดีที่โทรศัพท์ยังอยู่กับตัว เขาจึงโทรขอความช่วยเหลือจากน้องสาวได้
“ช่วย! ช่วยอะไรอีก” จากที่รู้สึกตกใจ ตอนนี้น้ำตาก็เริ่มไหลออกมาด้วยความขื่นขม สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเรื่องเงินเหมือนเดิม
(พสุ : เงิน แกช่วยหาเงินมาให้พี่หน่อยนะ พี่ก็เดือดร้อนมากจริง ๆ พาย) ปลายสายยังคงพูดวกไปวนมาอย่างคนเสียขวัญ
“ไม่มี” พัชชาพูดต่ออย่างไร้เยื่อใย เขาไม่เคยถามสารทุกข์สุกดิบของเธอเลยสักนิด ในใจมีความต้องการเพียงอย่างเดียวคือเรื่องเงิน
(พสุ : พาย! แกอยากเห็นพี่ตายหรือไง ตอนนี้พี่อยู่อเมริกานะไม่ได้อยู่ที่เมืองไทย ถ้าพี่ตายไป...)
“แล้วจะตายตอนไหน” พัชชาถามขึ้นอย่างเหลืออด เธอต้องรับผิดชอบชีวิตเขาไปจนถึงเมื่อไหร่ แล้วชีวิตของเธอล่ะ...
ตอนที่แม่เธอยังอยู่ เธอใช้ชีวิตได้ดุจดั่งเจ้าหญิง มีแต่ความสดใสมาตลอด กับพี่ชายก็รักกันดีมาก เขาเป็นพี่ชายที่น่ารัก และรักน้องสาวอย่างเธอมาก แต่ก่อนเขาทั้งเรียนเก่งและมีหัวคิดด้านธุรกิจ ทุกอย่างในชีวิตเธอเรียกได้ว่าเพอร์เฟคทุกอย่าง จนกระทั่งแม่เธอไม่อยู่แล้วเท่านั้นแหละ ทุกอย่างก็สะเปะสะปะและกลายเป็นแบบนี้
(พสุ : พาย! นี่แกกล้าพูดกับพี่แบบนี้เลยเหรอ แกไม่รักพี่แล้วหรือยังไง เรามีกันแค่สองพี่น้องนะแกอย่าลืม) เมื่อนึกถึงจุดอ่อนของน้องสาวได้ คนที่หลังชนฝาอย่างเขาก็เลือกที่จะพูดจี้ใจดำเพื่อให้ตัวเองรอด
“ก็เพราะไม่ลืมไง ชีวิตฉันถึงได้บัดซบแบบนี้ พี่มันเหมือนพ่อไม่มีผิดเลย เห็นแก่ตัว ต้องการแค่ความต้องการของตัวเอง ไม่เคยนึกถึงจิตใจคนอื่น” เมื่อนึกไปถึง ตอนที่แม่เธอป่วย แล้วพ่อเธอไม่ดูแล จะเอาแต่เงินที่เก็บไว้รักษาตัวของแม่ไปใช้ถลุงก่อน โดยไม่สนใจคู่ชีวิต ที่นอนป่วยใกล้จะตายเลยแม้แต่น้อย จนต้องพูดพร้อมกับกั้นน้ำตาไว้ ที่ชีวิตต้องบัดซบอย่างทุกวันนี้ ก็เพราะพ่อกับพี่ชายเธอเนี่ยแหละ เขาสองคนเหมือนกันไม่มีผิด
(พสุ : พาย ฮึก ๆ พี่ก็เสียใจไม่ต่างจากแก พี่พลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็สมควรที่แกอยากด่าพี่ แต่ครั้งนี้แกต้องช่วยพี่นะ มีแค่แกคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยพี่ได้ ตอนนี้พี่ ติดหนี้มาเฟีย พวกมันจะฆ่าพี่ นะพายนะ ช่วยพี่เถอะ ฮึก ๆ)
“เท่าไหร่!” สุดท้ายพัชชาก็ต้องกัดฟันถามออกไปเบา ๆ เพราะเธอไม่อยากสะอื้นให้เขาได้ยิน
(พสุ : สะ...สิบสามล้าน) พสุกัดฟันพูดเสียงเบา เขารู้ว่ามันเป็นจำนวนมหาศาลสำหรับฐานะครอบครัวตอนนี้ แต่เขาเองก็ยังไม่อยากตาย
“13 ล้าน! พี่บ้าไปแล้วหรือไง เงินมากมายขนาดนั้นฉันจะไปเอาจากที่ไหนมาให้” พัชชาตะคอกกลับเสียงดัง น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มด้วยความโมโห ตอนนี้แค่ล้านเดียวเธอยังไม่มีปัญญาจะหามาให้เขาได้เลย
(พสุ : นะ พาย พี่รู้ว่ายอดเงินนี้มันเยอะ แต่แกช่วยหาได้ไหม ทำยังไงก็ได้ ให้ส่งเงินมาให้พี่ได้ทันใน 7 วันนี้ พี่จะไปใช้หนี้พวกมัน พี่จะได้ปลอดภัย)
“พี่จะบ้าหรือไง! พูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า 13 ล้านนะ ไม่ใช่ 13 บาท ฉันจะไปหาจากที่ไหนได้”
(พสุ : พี่ขอโทษ พี่คิดว่าวิธีนี้จะหาเงินได้เยอะ แล้วพี่ก็จะได้กลับไปอยู่กับแกไง เราจะได้กลับมาสบายได้เหมือนเดิมสักที แต่ก็...)
“พี่หยุดพูดเถอะฉันขอร้อง สิ่งที่พี่พูดออกมาไม่มีอะไรทำได้เลยซักอย่าง คนอย่างพี่ควรตายไปก็ดีนะ สร้างแต่ปัญหา ชีวิตฉันต้องมาเป็นแบบนี้ก็เพราะมีพี่ชายแบบพี่ไง เงินเก็บที่มีตลอดชีวิตฉัน ฉันก็ให้พี่ไปหมดแล้ว เอาอะไรอีกวะ!” พัชชาร้องไห้จนตัวสั่น ไม่คิดเลยว่าพี่ชายจะคิดไม่ได้ขนาดนี้
(พสุ : ตอนนี้แกจะด่าจะว่าพี่ยังไงก็ได้ แต่พี่จำเป็นต้องใช้เงินจริง ๆ นะพาย เรามีกันอยู่แค่สองคน แกคงไม่อยากให้พี่ตายจริง ๆ หรอกใช่ไหม...) พสุยังพูดไม่ทันจบ ปลายสายก็ตัดไปเสียก่อน
“พี่พุก! พี่พุก!” เมื่อเห็นว่าสายหลุดไป พัชชายิ่งเครียดหนักกว่าเดิม แม้จะโกรธแต่เธอก็ยังเป็นห่วงพี่ชายมาก เมื่อโทรกลับไปเขากลับปิดเครื่องหนีไปแล้ว เธอพยายามติดต่อซ้ำแต่ก็ไร้ผล พัชชาที่คิดอะไรไม่ออกจึงได้แต่ร้องไห้แล้วเดินกลับเข้าไปในร้านเพื่อปรับทุกข์กับขวัญลดา
“พาย แกเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น” ขวัญลดาที่เห็นพัชชาร้องไห้โฮรีบพุ่งเข้าไปกอดเพื่อนรักและพามานั่งที่โต๊ะทันที
“ฮึก ๆ ไอ้พี่พุกมันก่อเรื่องอีกแล้ว” ตอนนี้ในหัวเธอก้องอยู่แค่คำว่าต้องหาเงิน 13 ล้าน ไปให้เขาใช้หนี้ แต่นั่นแหละเธอจะไปหาจากที่ไหน
“แกใจเย็น ๆ ก่อนนะ เรื่องอะไรค่อย ๆ เล่าให้ฉันฟัง”
“พี่พุกติดหนี้”
“อีกแล้วเหรอ”
“ฮึก ๆ” พัชชาพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้าให้เพื่อนรัก
“เท่าไหร่”
“สะ...สิบสามล้าน!”
“สิบสามล้าน!” ขวัญลดาอุทานเสียงหลง เธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเพื่อนรักถึงร้องไห้หนักขนาดนี้
“ฉันจะทำยังไงดีขวัญ ฉันจะไปเอาเงินที่ไหนไปจ่ายให้เขา ฮึก ๆ”
“...” ขวัญลดาได้แต่โอบกอดเพื่อนด้วยความเห็นใจ เพราะเธอเองก็ฐานะไม่ได้ดี พ่อแม่เสียชีวิตไปหมด เหลือเพียงตายายที่อยู่ต่างจังหวัด คอยทำสวนผลไม้เลี้ยงชีพ รายได้แค่พอกินพอใช้เท่านั้น เรื่องที่จะช่วยเหลือเรื่องเงินมหาศาลขนาดนี้จึงเป็นไปไม่ได้เลย
“ฮึก ๆ” พัชชาได้แต่สะอื้นไห้ด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เพราะรู้ดีว่าปัญหาครั้งนี้ช่างมืดมนเหลือเกิน
