บทที่ 5 5 เผชิญหน้า

ณ สหรัฐอเมริกา

หลังจากที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ไปแล้ว คนที่ไม่มีทางเลือกอะไรเลย ก็จำใจต้องเคลียร์ทุกอย่างที่อยู่เมืองไทย แล้วก็ยอมเดินทางมาที่นี่ เพื่อที่จะมาสะสางปัญหาของพี่ชายที่ได้ก่อเอาไว้

การเดินทาง ฝ่ายเจ้าหนี้ของพี่ชายเธอ ก็เป็นคนจัดการให้ทั้งหมด ร่างเล็กเมื่อถึงสนามบินแล้ว สายตาสวยคู่นั้น ก็ได้แต่มองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกที่ตัดพ้อ จนต้องเค้นยิ้มให้กับความอัปยศของชีวิตตัวเอง ที่เธอไม่ได้ก่อไว้เลยสักนิด

ทันทีที่พ้นประตูสนามบิน รถตู้สีดำทึบก็ขับเข้ามาจอดเทียบรับเธอทันที แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและกังวล แต่เธอก็ยอมก้าวขึ้นรถไปแต่โดยดี ภายในรถมีเพียงชายชาวต่างชาติร่างยักษ์ในชุดสูทสีดำขรึมสองคน ทั้งคู่เอ่ยถามเพียงชื่อของเธอสั้น ๆ เพื่อยืนยันตัวตน จากนั้นความเงียบขรึมก็เข้าปกคลุมตลอดเส้นทาง

รถตู้คันหรูนำพาเธอมาถึงโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งดูโอ่อ่าและหรูหราเกินกว่าที่จินตนาการไว้ มันไม่ได้ดูน่ากลัวหรือดิบเถื่อนอย่างที่เธอหวาดระแวงในตอนแรก จนพัชชาอดแปลกใจไม่ได้ว่าการดูแลน้องสาวของลูกหนี้ จำเป็นต้องได้รับการปฏิบัติที่ดีขนาดนี้เชียวหรือ

พัชชาถูกพามาที่ห้องของโรงแรม ห้องนี้เป็นห้องใหญ่มาก เหมือนกับเป็นห้องทำงานไปในตัว เพราะก็มีแยกอยู่หลายห้อง

“คนนี้เหรอ” เซย่า หญิงสาวแสนสวยวัย 30 ปี เลขาของเอเดน ก็เดินเข้ามาถามด้วยความแปลกใจ เมื่อมีคนพาตัวพัชชามาถึงที่พัก

“ครับ”

“พวกนายไปเถอะ เดี๋ยวฉันคุยกับเธอเอง”

“ครับ” ชายชุดดำสองคนรับคำสั้น ๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้พัชชายืนอยู่กับหญิงสาวแปลกหน้าเพียงลำพัง

“เอ่อ...” พัชชาทำตัวไม่ถูก เธอได้แต่มองคนตรงหน้าด้วยความประหม่า เพราะทุกอย่างมันผิดคาดไปหมด ในมโนภาพของเธอคือการถูกลักพาตัวไปขังในห้องมืดหรือตึกร้างเพื่อเค้นความลับเรื่องพี่ชาย ไม่ใช่การมาอยู่ในที่หรูหราและพบกับหญิงสาวที่สวยสง่าขนาดนี้

“ฉันชื่อเซย่า เป็นเลขาของคุณเอเดน เธอพอจะสื่อสารภาษาอังกฤษได้ไหม” เซย่าเอ่ยถามเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจากเธอไม่สามารถพูดภาษาไทยได้

“อ่อ... ค่ะ หนูพูดภาษาอังกฤษได้ค่ะ” พัชชาตอบกลับด้วยภาษาอังกฤษที่คล่องแคล่วเกินคาด

“โอเค กู๊ด” เซย่ายกนิ้วให้ด้วยความพอใจเมื่อได้ยินสำเนียงที่ชัดเจนของอีกฝ่าย

“เอ่อ สวัสดีค่ะ หนูชื่อพายนะคะ เป็นคนที่เจ้านายคุณต้องการพบ” ความประหม่าเริ่มมลายไปทีละน้อย เมื่อเห็นรอยยิ้มที่เป็นมิตรผุดขึ้นบนใบหน้าของเซย่า

“โอเค ฉันเข้าใจแล้ว เธอพักผ่อนก่อนเถอะ เดินทางมาทั้งวันคงเหนื่อยมาก เดี๋ยวพรุ่งนี้อาจจะต้องเหนื่อยกว่าเดิม” เซย่าพูดด้วยน้ำเสียงเห็นใจ เธอไม่คิดว่าหญิงสาวตัวเล็ก ๆ คนนี้จะยอมทำตามคำขู่ง่าย ๆ เพียงเพราะความรักที่มีให้พี่ชาย

“พรุ่งนี้ช่วงเย็น ฉันจะพาเธอไปพบเจ้านาย เตรียมตัวให้พร้อมแล้วกัน แล้วฉันจะมาบอกรายละเอียดอีกที”

“ค่ะ ได้ค่ะ” พัชชารับคำสั้น ๆ ก่อนที่เซย่าจะเดินจากไป

หลังจากนั้น พัชชาก็ทรุดตัวลงนั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเอง ก่อนจะเริ่มจัดการตัวเองเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเจรจากับเจ้าหนี้รายใหญ่ ซึ่งเธอยังไม่มีข้อมูลอะไรในมือเลยแม้แต่น้อย

วันต่อมา

เพราะความแปลกที่และแรงกดดันที่แบกไว้ พัชชาจึงแทบข่มตาหลับไม่ลงตลอดทั้งคืน จนกระทั่งเช้าวันใหม่มาถึง วันนี้คือวันที่เธอมีนัดสำคัญกับเจ้าหนี้ของพี่ชายในตอนเย็น แต่จนถึงตอนนี้ เธอก็ยังไม่สามารถติดต่อพี่ชายตัวดีได้เลย ทำได้เพียงเฝ้ารออย่างมีความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าเขาจะเป็นฝ่ายติดต่อกลับมา

“เก็บของเสร็จแล้วเหรอ”

“เอ่อค่ะ คุณเซย่าสวัสดีค่ะ” พัชชาสะดุ้งโหยง เธอรีบปาดน้ำตาที่คลอหน่วยออกอย่างรวดเร็ว พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด

“ทำไมหน้าตาเธอเป็นแบบนั้น ร้องไห้เหรอ” เซย่าสังเกตเห็นความโศกเศร้าที่ฉายชัดบนใบหน้าสวย จึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“เอ่อค่ะ” ด้วยที่คิดมากทุกอย่าง ก็ทำให้พัชชาไม่อาจปฏิเสธได้

“เตรียมตัวเถอะ เราต้องเดินทางกันแล้ว”

“เดินทางเหรอคะ”

“ใช่”

“ปะ...ไปไหนคะ”

“ลาสเวกัส”

“...”

ณ ลาสเวกัส

พัชชารู้ดีว่าลาสเวกัสคือเมืองแห่งกาสิโน แสงสี และความบันเทิงระดับโลกที่ดึงดูดเฉพาะเหล่าเศรษฐีกระเป๋าหนัก ตอนนี้เป็นเวลาใกล้ค่ำ ท้องถนนขวักไขว่ไปด้วยผู้คนและรถยนต์ราคาสูงลิ่ว ร่างบางเหม่อมองออกไปนอกกระจกรถด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างความตื่นตาตื่นใจและความหวาดกลัว

“เอ่อ คุณเซย่าคะ”

“มีอะไร”

“คือ เจ้านายคุณ...”

“คุณเอเดน” เซย่าแทรกขึ้นเพื่อบอกชื่อ

“ใช่ค่ะ”

“เธอเรียกเขาว่าคุณเอเดน” 

“ค่ะ เอ่อ...คุณเอเดนเขาน่ากลัวมากไหมคะ” พัชชาก็เอ่ยถามด้วยความรู้สึกกลัว

“หึ...แล้วเธอคิดว่าสิ่งที่พี่ชายเธอทำเอาไว้ มันควรจะทำให้เขาน่ากลัวไหมล่ะ?” เซย่าลอบยิ้มมุมปากอย่างพอใจ เมื่อเห็นท่าทางใสซื่อไร้เดียงสาของหญิงสาวข้างกาย

“...” พัชชาได้แต่หน้าสลดลง เรื่องที่พี่ชายเธอก่อไว้ก็คงเป็นเรื่องใหญ่ใช่เล่น เขาถึงต้องส่งคนข้ามโลกไปรับตัวเธอมาแบบนี้ วันนี้สินะ ที่เธอจะต้องเผชิญหน้ากับความจริง

“ไม่ต้องกลัวไปหรอก ถ้าคุณเอเดนถามอะไร เธอก็แค่ตอบตามที่รู้ ถ้านายต้องการอะไร เธอก็แค่ให้ความร่วมมือ แค่นี้เธอก็ปลอดภัยแล้ว”

“จริงเหรอคะ” เมื่อรู้ถึงหนทางรอดของตัวเองพัชชา ก็ยิ้มออกมาได้

“ส่วนเรื่องที่พักสำหรับคืนนี้ ฉันให้คนเตรียมไว้ให้แล้ว”

“เอ่อ แล้วพายต้องอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหนคะ” เธอยังถามต่อ

“แล้วแต่คุณเอเดน นายจะเป็นคนบอกทุกอย่างกับเธอเอง” เซย่าที่อยู่มานานพินิจมองเด็กสาวคนนี้แล้วก็พอจะเดาอนาคตออก พัชชาสวยซึ้งและดูใสซื่อจนน่ารังแก ซึ่งตรงสเปคของเอเดนทุกประการ เห็นทีว่างานนี้เธอคงไม่ได้กลับบ้านง่าย ๆ แน่

“เอ่อ ค่ะ” พัชชาจมอยู่กับความคิด เอเดนต้องเป็นมาเฟียที่มีอิทธิพลล้นฟ้าแน่ ๆ เพราะลำพังแค่ลูกน้องและคนสนิทก็ดูเป็นทางการและยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ส่วนฐานะคงไม่ต้องพูดถึง เพราะแค่โรงแรมที่เธอพักเมื่อคืนก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของธุรกิจเขาเท่านั้น

เมื่อไม่อาจหยุดความคิดที่ฟุ้งซ่านได้ มือบางจึงกำสร้อยคอที่ได้รับจากแม่ไว้แน่น เธอหลับตาลง นึกถึงสัมผัสอันอบอุ่นของแม่ผู้ล่วงลับเพื่อขอกำลังใจ...

เอเดน Talk

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ขออนุญาตครับนาย”

“เข้ามา”

“เซย่าพาน้องไอ้พสุมาถึงแล้วครับนาย”

“อืม พาเข้ามา” คนที่นั่งทำงานอยู่ก็ตอบเสียงเรียบ โดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองลูกน้องด้วยซ้ำ

หลังจากได้รับอนุญาติแล้ว ทั้งคู่ก็เดินเข้าไปภายในห้องทำงานของเอเดน

“...” หัวใจของพัชชาเต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก ความโอ่อ่าของสถานที่และสายตาของเหล่าชายชุดดำที่มองมาอย่างกดดันทำให้เธอแทบหายใจไม่ออก เธอไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจเช่นนี้มาก่อนในชีวิต

“ขออนุญาตค่ะนาย”

“...” ทันทีที่พัชชาเงยหน้าขึ้นสบประสานกับบุคคลที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ร่างบางก็พลันชะงักงัน เธอจ้องมองใบหน้าคมสันของเขาอย่างลืมตัว มือบางกำสายสะพายกระเป๋าแน่นด้วยความตื่นตระหนก

“...” ทางด้านมาเฟียหนุ่ม เมื่อเห็นใบหน้าของน้องสาวลูกหนี้ที่เขาเพิ่งสั่งให้ลูกน้องตามล่าตัวมา เขาก็ชะงักไปเล็กน้อยเช่นกัน ใครจะไปคิดว่าหญิงสาวร่างเล็กตรงหน้าจะดูน่าทะนุถนอม และมีเสน่ห์ดึงดูดได้ถึงเพียงนี้ ที่สำคัญเธอคนนี้ตรงสเปคเขาทุกอย่าง

“นี่พัชชาค่ะ เป็นน้องสาวของพสุ” เซย่าทำหน้าที่แนะนำตัวต่อ เมื่อเห็นว่าทั้งคู่ตกอยู่ในภวังค์ของการจ้องตากัน

“เอ่อ ค่ะ สวัสดีค่ะ” พัชชารีบหลบสายตาคมกริบที่ดูน่าเกรงขามคู่นั้น เธอยกมือไหว้ทักทายด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า

เอเดนที่เธอจินตนาการไว้ในหัวไม่ใช่แบบนี้เลย เธอคิดว่าเขาจะเป็นชายแก่หน้าตาโหดเหี้ยม แต่คนที่อยู่ตรงหน้ากลับเป็นมาเฟียหนุ่มรูปงามที่มีรัศมีความน่ายำเกรงและเปี่ยมเสน่ห์จนน่ากลัว

“น้องไอ้พสุ” เอเดนได้แต่พึมพำ สายตาคมคู่นั้นก็จ้องไปที่ใบหน้าสวย ของคนที่อยู่ค่อนข้างจะไกล เขาเพ่ง พิจารณาเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ‘หึ ตัวเล็กชะมัด’

“...” เสียงทุ้มหล่อนั้นยิ่งทำให้เธอใจเต้นกระเส่า เขาจะทำอะไรกับเธอบ้าง เขาจะโกรธเธอเหมือนโกรธพี่ชายเธอหรือเปล่า

“เข้ามานี่”

“เอ่อ…” พัชชาเท้าแข็งทื่อเหมือนขยับไม่ได้ เธอส่งสายตาอ้อนวอนไปทางเซย่า ซึ่งเลขาสาวก็ได้แต่พยักหน้าให้เบา ๆ

“เข้าไปคุยกับนายสิ ทำตามที่ฉันบอก” เซย่ากระซิบก่อนจะลูบหลังพัชชาเป็นการให้กำลังใจ แล้วค่อย ๆ ถอยห่างและเดินออกจากห้องไป

เมื่อสิ้นแผ่นหลังของเซย่า พัชชาก็ยิ่งรู้สึกเคว้งคว้าง เธอถอนหายใจยาว ๆ เพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้าไปหาชายหนุ่มที่ยังคงจ้องมองเธอไม่วางตา

“แนะนำตัวเธอสิ” เขาเอ่ยเสียงเรียบพลันเหลือบมองประวัติในหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งตัวจริงของเธอนั้นสวยกว่าในรูปถ่ายนับสิบเท่า

“คะ... ค่ะ ชื่อพัชชาค่ะ คุณจะเรียกพายก็ได้ค่ะ” เธอยังคงตอบด้วยท่าทางประหม่า โดยการสนทนาทั้งหมดดำเนินไปเป็นภาษาอังกฤษ

แล้วเขาก็ลอบยิ้ม เมื่อได้ฟังเสียงหวาน กับสำเนียงภาษาอังกฤษที่ไพเราะชัดเจน เขาเองที่เป็นลูกครึ่ง ยังพูดไทยแทบไม่ได้เพราะ 90% เขาอาศัยอยู่ที่นี่ แต่ได้ DNA พ่อมาเยอะ โดยเฉพาะมีสเปคเป็นสาวเอเชีย และชอบผู้หญิงไทยเป็นที่สุด

“อืม เธอคงรู้ดี ถึงจุดประสงค์ที่ฉันให้เธอมาที่นี่”

“ค่ะ พายรู้”

“พี่ชายเธอทำเรื่องไว้เยอะซะด้วยสิ ฉันจะทำยังไงกับมัน รวมไปถึงเธอที่เป็นน้องสาวมันดี” ไม่พูดเปล่า เขาหยิบแก้วบรั่นดีขึ้นมากระดกจนหมดรวดเดียว

“ขอโทษนะคะ พายอยากขอโทษแทนพี่ชายพายด้วย คุณจะให้พายชดใช้ยังไง เพราะเงินก็คงยังไม่มีมาให้ เผื่อมีอย่างอื่นที่พายทำได้” ด้วยที่กลัวอันตรายทั้งตัวเองและพี่ชาย พัชชาก็เปลี่ยนเป็นอ้อนวอนเขาแทน

“หึ สาวน้อย” เขารินแอลกอฮอล์ลงในแก้วเพิ่ม ดื่มมันเข้าไปราวน้ำเปล่า อารมณ์ที่เคยมาคุกลับค่อย ๆ  ผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด เพียงเพราะได้เห็นปฏิกิริยาของหญิงสาวตรงหน้า

“...” พัชชาจ้องมองเขาผ่านม่านน้ำตาที่เริ่มไหลริน ความรู้สึกกดดันจนพูดไม่ออกทำให้เธอทำได้เพียงยืนสั่นอยู่ต่อหน้าเขาเท่านั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป