บทที่ 7 7 เธอไม่ได้อยากเป็นผู้หญิงของเขา

ณ ห้องพักของโรงแรม

หลังจากเสร็จสิ้นการเจรจากับมาเฟียหนุ่ม เขาก็ให้เวลาเธอได้กลับมาทบทวนและตัดสินใจ ซึ่งพัชชายังไม่ได้ตอบตกลงรับข้อเสนอใด ๆ เพราะลึก ๆ ในใจเธอยังปรารถนาที่จะทำงานหาเงินชดใช้หนี้ มากกว่าการใช้ร่างกายแลกอิสรภาพตามที่เขาเสนอมา

“แม่คะ พายไม่อยากทำแบบนี้เลย แม่ช่วยดลใจ ให้พี่พุกติดต่อกลับมาหาพายทีได้ไหมคะ เราจะได้ช่วยกันหาทางออก พี่พุกจะได้กลับมาช่วยกันหาเงินใช้หนี้ ทุกอย่างจะได้ไม่เลวร้ายไปกว่านี้ ช่วยพวกเราด้วยนะคะแม่”

ในยามที่มืดแปดด้าน เธอทำได้เพียงพรั่งพรูความในใจ กับสร้อยคอที่เป็นตัวแทนของแม่ ชีวิตของเธอช่างโดดเดี่ยวเหลือนเกิน นับตั้งแต่แม่จากไป พัชชาก็แทบจำไม่ได้แล้วว่าความสุขหน้าตาเป็นอย่างไร ลำพังชีวิตที่ดิ้นรนก็แย่พออยู่แล้ว ยังต้องมาแบกรับปัญหาที่พี่ชายไม่เอาไหนก่อไว้อีก จนเธอเริ่มมองไม่เห็นทางออกของชีวิต

‘เธอไม่ได้อยากเป็นผู้หญิงของเขาเลยสักนิด’

ด้านเอเดนหลังจากพัชชาเดินออกจากห้องไป เขาก็ยังคงจมอยู่กับความคิดเรื่องของเธอ เขายอมรับว่าสนใจในตัวผู้หญิงคนนี้มาก ทั้งความสวยหวานน่ารัก กิริยาที่ดูซื่อบริสุทธิ์ และคำพูดไร้เดียงสานั้น ทำให้เขาไม่อาจสลัดภาพเธอออกจากหัวได้เลย

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“นายครับ เอ่อ...คุณคาลอสมาขอพบครับ”

“ไอ้เหี้ย!” เอเดนสบถออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อได้ยินชื่อนั้น

“ตอนนี้คุณเซย่าไม่อยู่ด้วยครับนาย” ลูกน้องรายงานต่อ

“ไม่เป็นไร กูจัดการเอง สำหรับมันไม่มีเรื่องดี ๆ เกี่ยวกับงานอยู่แล้ว” สายตาคมจ้องเขม็งไปที่ประตูด้วยความแค้นเคือง เขารู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายตั้งใจมากวนประสาทในวันที่เขายังตามตัวพสุไม่เจอแบบนี้

“ครับ แล้วตอนนี้ทุกห้องเต็มหมดครับนาย เหลือแต่ห้องรับรองลูกค้าพรีเมี่ยม VVIP”

“อืม ในเมื่อมันต้องการ จะท้าทายกูแบบนี้ ก็ทำตามที่มันต้องการ” นัยน์ตาของเอเดนวาวโรจน์ด้วยแรงอารมณ์ จากอดีตเพื่อนรักที่เคยสนิทกันที่สุด กลับกลายมาเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่พร้อมจะทำลายล้างชีวิตกันได้ทุกเมื่อ

“ครับนาย” ลูกน้องคนสนิทรีบออกไปจัดการตามคำสั่งทันที

ร่างสูงสง่าก้าวเข้าไปในห้องรับรองระดับพรีเมี่ยมที่เตรียมไว้ต้อนรับแขกคนสำคัญ แต่ทว่าคนที่นั่งรออยู่กลับเป็นอดีตเพื่อนทรยศอย่าง คาลอส ลาเวล

“ไงมึง ไม่เจอกันนานเลยนะเป็นยังไงบ้าง” คาลอสที่นั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาตัวยาวผายมือออกกว้างอย่างโอ้อวด ข้างกายมีหญิงสาวสวยสะพรั่งนั่งคลอเคลีย พร้อมด้วยบอดีการ์ดอีกหลายคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่าง เขาเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“อะไรทำให้คนเหี้ย ๆ อย่างมึง กล้าแบกหน้ามาเห่าถึงที่นี่ได้” เอเดนสวนกลับพร้อมเหยียดยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า เพราะเขารู้ดีว่าตอนนี้กิจการของลาเวลกำลังซบเซาลงทุกที

“กูก็แค่แวะมาดูความยิ่งใหญ่ของกิจการมึงน่ะ แต่ได้ข่าวว่าโดนลูกน้องเก่าหักหลัง ขโมยเงินหนีไปไม่ใช่เหรอ เฮ้อ...เลี้ยงหมาไว้ก็ไม่ดูพันธุ์ให้ดีซะเลยนะมึง”

“หึ เรื่องเงินกับเรื่องนั้นมันไม่เป็นปัญหาสำหรับกูว่ะ เพราะถ้ากูจับมันได้เมื่อไหร่ ศพมันและคนที่อยู่เบื้อหลังมันก็คงไม่สวย”

“ก็ดี วิธีจัดการลูกน้องของมึงก็ไม่เลว หรือมึงต้องการให้กูช่วยอะไรไหม”

“เก็บแรงมึงไว้หนีตายเถอะ เพราะคนที่จ้องจะเอาชีวิตมึงมันมีเยอะแยะ อย่าสะเออะมายุ่งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ของกูเลย” เอเดนตอบกลับอย่างไม่ใยดี เขาพยายามรักษาความเยือกเย็น เพราะการรับมือกับหมาลอบกัดอย่างคาลอสต้องใช้สติมากกว่าอารมณ์

“เรื่องของกูไม่มีอะไรหรอก เพราะไม่มีใครหน้าไหนทำอะไรคนอย่างกูได้ แม้แต่มึง” คาลอสลุกพรวดขึ้นจ้องหน้าเอเดนด้วยความไม่พอใจ

ในอดีตทั้งคู่เคยเป็นเพื่อนรักและร่วมลงทุนทำธุรกิจด้วยกัน แต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้นเมื่อธุรกิจส่วนตัวของเอเดนเจริญรุ่งเรืองแซงหน้าบริษัทที่ทำร่วมกัน จุดแตกหักนั้นทำให้คาลอสผันตัวมาเป็นคู่แข่ง และจ้องจะทำลายเอเดนในทุกวิถีทาง

“กูไม่มีเวลามาเสวนากับมึงนานหรอก งานกูเยอะจนล้นมือ ธุรกิจก็กำลังไปได้สวยทุกอย่าง คนที่ทำอะไรเองไม่เป็นจนกิจการใกล้จะเจ๊งอย่างมึงคงไม่เข้าใจความรู้สึกกูหรอก”

“ไอ้เอเดน!” คาลอสคำรามด้วยความโกรธจัดเมื่อถูกคำพูดจี้ใจดำดูถูกเหยียดหยาม

“เคน” เอเดนเค่นเรียกคนสนิท

“ครับนาย”

“มึงรอส่งแขกที่กูไม่ได้เชิญแต่เสนอหน้ามาเองด้วยนะ”

“ครับนาย” เคนรับคำพร้อมกลั้นยิ้ม เพราะรู้ดีว่าเจ้านายไม่มีทาง ยอมตกเป็นรองศัตรูที่มาหยามถึงถิ่นแบบนี้แน่

“หึ!” เอเดนทิ้งท้ายเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างผู้ชนะ ทิ้งให้คาลอสยืนฟิวส์ขาดอยู่เบื้องหลัง

“เหี้ยเอ๊ย!” คาลอสสบถไล่หลังด้วยความคับแค้นใจ เขาตั้งใจจะมาเยาะเย้ยให้อีกฝ่ายเจ็บใจ แต่กลับกลายเป็นตัวเองที่โดนตอกหน้าจนเสียศูนย์

“คุณคาลอสดื่มต่อได้นะครับ” เคนพูดเสริมด้วยสายตาเหยียดหยามไม่แพ้เจ้านาย

คาลอสที่รู้สึกพ่ายแพ้ซ้ำซากเกินจะทนไหว จึงสะบัดหน้าลุกเดินออกไปทันที โดยมีลูกน้องอีกหลายคนรีบวิ่งตามเจ้านายไปเป็นพรวน

“นายครับ คุณคาลอสกลับไปแล้วครับ”

“ไอ้เหี้ยนี่!” แม้ต่อหน้าจะทำเป็นเข้มแข็ง แต่ในใจลึก ๆ เอเดนก็โกรธจัดจนแทบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เขาเพียงแค่ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายเห็นเท่านั้น

“น่าจะก่อเรื่องอะไรไว้อีกแล้วนะครับนาย”

“ไอ้หมาลอบกัด!” เอเดนขบกรามแน่น ถ้าไม่เห็นแก่ความเป็นเพื่อนที่เคยมีให้กัน เขาคงฆ่ามันทิ้งไปนานแล้ว

“ส่วนเรื่องไอ้พสุ ล่าสุดมีรายงานว่าพบเบาะแสแล้วครับ ตอนนี้มันกบดานอยู่ที่เซฟเฮาส์ไม่ไกลจากเมืองนี้เท่าไหร่ มีคนคอยส่งข้าวส่งน้ำ และมันก็หมกตัวอยู่แต่ในนั้น ไม่ยอมโผล่หัวออกไปไหนเลยครับ”

“ส่งคนไปจับตาดูมันไว้ อย่าให้พวกมันรู้ตัวเด็ดขาด”

“ไม่ไปลากคอตัวมันมาเลยเหรอครับนาย?”

“ยัง กูมีอย่างอื่นที่ต้องทำก่อน”

สิ่งที่เอเดนให้ความสำคัญมากกว่าในตอนนี้ คือน้องสาวของมัน เขาต้องการให้พัชชามาเป็นผู้หญิงของเขา ด้วยความเต็มใจเสียก่อน จึงไม่อยากวู่วามทำลายโอกาสนั้น ด้วยการชิงลงมือกับพี่ชายเธอในตอนนี้

วันต่อมา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ทำให้พัชชานอนไม่หลับต่อเนื่องเป็นคืนที่สอง สองวันที่ผ่านมาราวกับฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนไม่จบสิ้น โดยเฉพาะข้อเสนอที่ยังคงดังก้องอยู่ในหัว

[‘ฉันสนใจในตัวเธอ เธอมาเป็นผู้หญิงของฉันไหม’]

“ไม่นะพาย แกต้องไม่รับข้อเสนอของเขาเด็ดขาด” เธอย้ำเตือนตัวเองเสียงแผ่ว ยืนหยัดในศักดิ์ศรีของตนเองอย่างหนักแน่น

Rrr Rrr Rrr

เสียงโทรศัพท์สั่นเตือน เป็นขวัญลดา เพื่อนสนิทที่โทรเข้ามา

(ขวัญลดา : พาย! แกเป็นยังไงบ้าง ทำไมไม่ติดต่อมาเลย รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงแกมาก จะไปไหนทำไมไม่บอกกันบ้าง ส่งมาแค่ข้อความได้ยังไง!) ปลายสายรัวคำถามด้วยความร้อนใจ

“ฉันโอเคขวัญ พอดีรีบไปหน่อย ขอโทษทีนะที่ทำให้เป็นห่วง”

(ขวัญลดา : ไม่เป็นไร แล้วนี่แกเจอญาติหรือยัง?)

“อ่อ... เอ่อ เจอแล้ว”

(ขวัญลดา : พาย แกไม่ได้โกหกฉันใช่ไหม)

“เปล่านะ ฉัน...”

(ขวัญลดา : ฉันเป็นเพื่อนแกมาตั้งกี่ปีทำไมจะไม่รู้ แกจะไปมีญาติที่ไหนอีกพาย ฉันไม่ได้โง่นะ บอกความจริงมาเดี๋ยวนี้ว่าแกไปอเมริกาทำไม!)

เมื่อจนต่อหลักฐานและรู้ว่าอาจจะต้องอยู่ที่นี่อีกนาน พัชชาจึงจำใจต้องเล่าความจริงทั้งหมดให้เพื่อนรักฟัง ขวัญลดาที่เดิมทีก็ไม่ชอบหน้าพี่ชายของพัชชาอยู่แล้ว ยิ่งพอได้ฟังเรื่องทั้งหมด เธอก็แทบจะระเบิดอารมณ์ด้วยความโกรธแค้นแทนเพื่อนรักขึ้นมาทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป