บทที่ 2 แรกพบสบตา
ไม่ๆๆ ฉันไม่ตื่นเต้นเลย แม่คงนัดทานข้าวธรรมดาแหละ เนอะ! ตึกตัก ตึกตัก ฟู่วววว~ คิดบวกไว้ก๊อนนนน
พอมือเรียวบางดันประตูสีดำเข้าไปข้างใน เท้าสองข้างก็ชะงัก! เดี๋ยวนะ!? ทำไมมีคนอื่นอยู่ในห้องด้วย ผู้ชายสองคนนี่ใคร?
เฮือกกกก!! หรือว่าไปติดค่าหวยเขาป่าว แต่เเค่เจ้าของแผงหวยต้องแต่งตัวหล่อเต็มยศขนาดนี้เลยเหรอวะ?
" มาถึงแล้วก็มานั่งสิ จะยืนรอเสิร์ฟอาหารรึไงลูกสาว " เสียงคุณนายแม่ทำฉันตื่นจากภวังค์
สองขาเรียวค่อยๆเดินมาที่โต๊ะสี่เหลี่ยมที่มีอาหารวางรออยู่แล้วเต็มโต๊ะ หัวกระเซอะกระเซิงถูกจัดแล้วดีขึ้นนิดหน่อยค่อยๆก้มหน้าขอโทษและหย่อนก้นนั่งเก้าอี้ฝั่งซ้ายถัดจากคนเป็นแม่
อึดอัดชะมัด! ฉันทำหน้าไม่ถูกเลย เพราะไม่เคยเห็นหน้าผู้ชายสองคนนี้ด้วยซ้ำ ใจก็กลัวจะถูกฆาตกรรมคาห้องอาหารเพราะแม่เบี้ยวค่าหวยเขาไว้หลายบาทหรือเปล่าก็ไม่รู้
" อะแฮ่ม " อะไรอีกแม๊......
"นี่ลุงประวิทย์ เป็นเพื่อนกับพ่อเรา" อ่อ.. เป็นเพื่อนพ่อนี่เอง ใจหายใจคว่ำหมด นึกว่าจะไม่มีชีวิตรอดไปหาผู้ชายในอนาคตซะแล้ว
" นี่ มะลิลา ค่ะ เป็นลูกสาวคนเดียวของวัลย์ ตอนนี้เรียนบริหารอยู่ปี3 แล้วค่ะ "
" สวัสดีค่ะคุณลุงประวิทย์ " ฉันยิ้มหวานตอบพร้อมยกมือไว้แนบอกและก้มหน้าสวยๆ
" เรียกลุงวิทย์เฉยๆก็ได้ลูก เรียกประวิทย์มันทะแม่งๆ ฮ่าๆๆ " เออแหะ... แถมเป็นคนอารมณ์ดีซะด้วย ฉันเริ่มหายใจคล่องขึ้นมาบ้าง
" นี่อคิณลูกชายลุงครับ เรียกพี่คิณก็ได้ " ชื่อหล่อเข้ากับหน้าตาเลย แต่นิ่งไปหน่อย ถ้าชื่อชื่อประยุทธนี่ฉันไม่คบค้าสมาคมด้วยหรอกนะ
" สวัสดีค่า "
" ครับ " แค่เนี๊ยะ? เขาโมโหหิวหรือเปล่า
หลังจากแนะนำกันเสร็จ ก็เริ่มทานข้าวตรงหน้ากันสักที คุณลุงคุยเก่งมาก ถามถึงการเรียน สารทุกข์สุขดิบ บลาๆๆ ฉันตอบไปยิ้มไปและเติมข้าวจานที่สองแล้วจ้า... หิวมากแม่
พอของหวานเริ่มมาเสิร์ฟเท่านั่นแหละ แม่ก็เริ่มเข้าเรื่องแบบหน้าตึงเครียด ไม่เกรงใจโบท็อกซ์สักนิด ฉันเริ่มรับรู้ปัญหาของแม่และของที่บ้านไปพร้อมกัน ว่าตอนนี้บริษัทของแม่ที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงกับพ่อกำลังจะถึงทางตัน! ปัญหาภายในที่คาราคาซังมาหลายปี แต่ทำไมแม่ไม่เคยบอกให้ฉันรู้เรื่องพวกนี้เลย ตาฉันเริ่มร้อน คอเริ่มตีบ หายใจไม่ออก ฉันตกใจกับเรื่องที่แม่จะขายหุ้นทั้งหมดให้ลุงประวิทย์ดูแลต่อ
" ทำไมแม่ไม่บอกหนู? " เสียงสั่นเครือถามกลับคนเป็นแม่
" ถ้าแม่บอก หนูก็จะเครียดไปด้วย แม่อยากให้ตั้งใจเรียน และสดใสเป็นกำลังใจให้แม่เหมือนที่หนูทำทุกๆวัน " แม่บีบมือฉัน และมองตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาสีใส แต่แม่ไม่ร้องไห้เลย แววตามีแต่เป็นห่วงเป็นใยคนตรงหน้าเท่านั้น
" เอาหละ ใจเย็นๆนะหนูมะลิ เราปรึกษากันแล้ว ลุงจะไม่ซื้อหุ้นทั้งหมดของพ่อกับแม่หนู แต่จะให้อคิณเข้าไปช่วยแก้ปัญหาและบริหารแทนไปก่อน แต่ต้องตกลงทำเงื่อนไขกัน "
ฉันสบตาคุณลุงด้วยความตื้นตัน พ่อโชคดีจังที่มีเพื่อนที่ดี ทั้งๆที่พ่อไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว เงื่อนไขอะไรก็ว่ามาเถอะ! ฉันพร้อมทำทุกอย่างเพื่อแม่และครอบครัวแล้ว
+++++++++
เงื่อนไขอะไรน้าาาาาาาา
