บทที่ 5 เริ่มงานวันแรก

ร่างเล็กในชุดนักศึกษาเดินเข้ามาในห้องทำงานใหญ่ สาวเท้าก้าวไปยังโซฟามุมที่มีมารดา กับอคิณนั่งอยู่ ถัดไปข้างหลังของทั้งสองมีอีกสองคนที่ยืนเฉียงๆ ดูจากชุดยูนิฟอร์มเป็นเลขาของมารดา และผู้ชายตัวสูงๆคือเลขาพร้อมมือขวาคนสนิทของอคิณ

เธอหยุดเดินและยกมือไหว้ทุกคนพร้อมเดินไปนั่งลงข้างๆมารดา หลังจากแนะนำตัวกันเรียบร้อย คุณรำไพเลขาที่ดูอายุไล่เลี่ยกับแม่ของคนตัวเล็กก็สรุปประชุมพร้อมอธิบายเนื้อหาของช่วงเช้าให้เจ้าตัวฟัง

วันนี้คุณมะลิวัลย์ในฐานะประธานบริษัท FW group (เป็นบริษัทจำหน่ายและส่งออกชาดอกไม้) ได้แนะนำอคิณ ให้ทุกฝ่ายได้รู้จัก และรวมถึงการเปลี่ยนแปลงการทำงานบางส่วนของบริษัทที่ต้องปรับปรุงแก้ไข และทุกเรื่องขึ้นกับอคิณโดยตรง เธอจะอยู่เบื้องหลังคอยตอบรับและอนุญาตในเรื่องสำคัญเท่านั้น และไม่ลืมเรื่องที่มะลิลาต้องเข้ามาเรียนรู้งานภายในบริษัทซึ่งอยู่ภายใต้ในการดูแลของอคิณ บางคนพยักหน้ารับทราบและแสดงออกทางแววตาว่าบริษัทกำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และเป็นไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม

ฉันนั่งฟังเลขาของแม่และปัญหาภายในคือดีลกับบางบริษัทไม่ลงตัวแถมยังเป็นพวกเสี่ยที่มีอำนาจอีก ตอนนี้ฉันเข้าใจในสิ่งที่แม่กำลังทำ ถ้าแม่ไว้ใจให้เขาดูแลบริษัท แสดงว่าเขาไว้ใจได้และคงเก่งพอตัวรวมถึงปากด้วย หลังจากนั้นแม่ก็ขอกลับ ให้เหตุผลว่าฉันและเขาจะได้เต็มที่กับการทำงานวันแรก... แม่คิดถูกก่อนเปล่าก่อน?!

งานแรกของฉันคือ อ่านสรุปการประชุมและบัญชีรายรับรายจ่ายย้อนหลังทั้งหมด ตายกูตาย ตอนนี้ล้าตาไปหมดแล้ว เหลือบไปดูคนตัวใหญ่ที่ตั้งใจนั่งหน้าขรึมอ่านเอกสารบนโต๊ะ ขวามือมีแก้วกาแฟและกองเอกสารมากมายวางอยู่

" มองอะไรเด็กฝึกงาน " พูดทั้งๆที่ตาคมยังคงจ้องเอกสารอยู่ เขามีตาอยู่บนหัวด้วยรึไง

ครืด ครืด ครืด ~

ตกใจเสียงสั่นของโทรศัพท์ ฉันรีบละสายตาจากหน้าหล่อๆมาดูที่จอ แม่เจ้า! ไลน์กลุ่มเพื่อนสนิทมีกันอยู่สามหน่อ! จะคุยอะไรกันเยอะแยะวะ แต่ตอนนี้เป็นเวลางานฉันต้องตั้งใจทำงานก่อน ถึงแม้ว่าตาโตๆและสมองของฉันตอนนี้เริ่มเบลอและเริ่มจะไม่ตอบสนองอะไรแล้วก็ตาม

17:00

" ได้เวลาเลิกงานแล้ว " ร่างสูงเอ่ยบอกกับคนตัวเล็กที่ไม่แน่ใจว่าตอนนี้สติสัมปชัญญะเหลืออยู่เท่าไร

" เยสสสสส " ฉันดีใจพร้อมทิ้งตัวบนโซฟาขนาดใหญ่ที่ใช้นั่งอ่านเอกสารนั่นแหละ

" แต่ฉันจะทำงานต่ออีกนิดหน่อย เธอไหวไหม? " ว้อท!? กูขอกลับไปกู้ร่างที่บ้านก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาสู้ใหม่ได้ไหมแม่!

" วันนี้เธอพอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาต่อ " ค่ะ! มันต้องแบบนั้นอยู่แล้ว ตอนนี้ฉันแทบจะไม่มีแรงขับรถกลับบ้านด้วยซ้ำ!

ใครว่ากันละ! เรื่องงานกับเรื่องสังสรรค์มันคนละส่วนกัน! ฉันกลับมาถึงบ้านเปิดอ่านไลน์กลุ่ม ยัยสองหน่อนั่นคุยกันเรื่องธีมการแต่งตัวไปงานวันเกิดของยัยปุยฝ้าย หนึ่งในกลุ่มไลน์นี่แหละ โอเคฉันขออนุญาตแม่แล้ว แม่โอเคเพราะฉันมีเพื่อนแค่สองคน แถมแม่ก็รักยัยสองตัวนี่ยังกะคลานตามฉันมาจากท้องแม่ เพราะพวกนางมากินข้าวที่บ้านบ่อยจ่ะ!

ผับหรูชื่อดัง

ฉันจอดรถและเช็คความเรียบร้อยของเบ้าหน้าและชุดเล็กน้อย ฉันแต่งหน้าบางๆพอน่ารักกรุบกริบ ดัดปลายผมสีน้ำตาลอ่อนของตัวเองพอมีวอลลุ่ม ส่วนชุดนั้นเป็นเดรสคล้องคอเปิดหลังผ้ากำมะยี่สีน้ำเงินตัดกับผิวขาวอมชมพู ฉันยิ้มให้ตัวในกระจก 'คนอะไรน่ารักจังอิอิ' สร้างขวัญและกำลังใจให้ตัวเองเล็กน้อยก่อนลงจากรถและเดินเข้าไปสบทบเพื่อนที่มีกันแค่สามคนข้างใน

เสียงเพลงข้างในดังกระหึ่ม ผู้คนมากมายยืนโย้กย้ายกันสนุกสนาน บางคนคลอเคลียกันไม่สนใจสิ่งรอบข้าง กลิ่นเหล้ากลิ่นบุหรี่ตีกันไปหมด แทบจะเมาตั้งแต่ยังไม่แตะแอลกอฮอล์ด้วยซ้ำ

" มึงทางนี้ๆ อีมะลิ๊....." เสียงยัยปุยฝ้ายตะโกนแข่งกับเสียงเพลงในผับ ดูจากสภาพทั้งสองคนคงจะเริ่มกรึ่มๆแล้ว เจ้าของวัดเกิดแต่งตัวเซ็กซี่ตามสไตล์นาง ปุยฝ้ายเป็นเจ้าแม่พริตตี้เอ็มซีรวมถึงดาวคณะบริหาร ความสวยไม่ต้องพูดถึง พูดถึงแต่ความขี้เมาของนางเถอะ ข้างๆกันนี่ก็ อาเจ หน้าหล่อแบบตี๋ๆตามชื่อ พ่วงด้วยตำแหน่งเดือนคณะที่มีสาวๆตามกรี๊ดทุกวันแต่อาเจไม่ได้ชอบผู้หญิงจ้า ใต้ลุคมาดแมดนั่นไม่มีใครสงสัยอะไรเลย เรารู้กันแค่สามคน!

เราเริ่มดื่มกันไป เม้าท์กันหัวเราะกันตามสไตล์แอลกอฮอล์เริ่มเข้าสู่เส้นเลือด

แต่ฉันรู้สึกเหมือนมีใครมองตลอดเวลา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป