บทที่ 10 EP. 10

จะได้อยู่พร้อมหน้ากันเพียงแค่มื้อนี้เท่านั้น

“น้าปิ่นยังบอกอีกนะว่าทั้งพระไทย และซินแสต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าดวงแจมกับดวงพ่อซีสมพงษ์กันอย่างไม่น่าเชื่อ เหมือนเกิดมาค้ำจุนกันและกันยังไงยังงั้น ถ้าได้แต่งงานกันก็จะครองสุขไปด้วยกันตลอดชีวิต มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง เป็นที่พึ่งพิงให้พ่อแม่พี่น้องตลอดไป”

อรพินบอกตามที่ได้ยินมาโดยไม่ได้แต่งเสริมเติมแต่งให้บรรยากาศในบ้านดีขึ้นแต่อย่างใด แต่วิวรรญานั้นไม่ได้คิดและไม่เชื่อแบบนั้น

ด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บวกกับเทใจไปทางที่ว่าป้าอาจจะอยากปลอบใจหลายด้วยการพูดให้เกินจริงบ้าง แต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมานอกจากฟังเงียบๆ

“อ้อ! แล้ววันหยุดหน้าพ่อให้แจมเข้าไปกินมื้อเที่ยงด้วยนะ แจมจะขับรถไปคนเดียวหรือจะให้ลินขับไปให้ก็ได้ แต่ลุงกับป้าคงไม่ไป ให้หนุ่มสาวไปพบกันไปทำความรู้จักกันบ้าง ผู้ใหญ่ไปยุ่งมากๆ ไม่ค่อยดี”

เกรียงไกรเห็นหลานเงียบเลยบอกเสียงเรียบๆ

“ค่ะ”

หลานก็ตอบเสียงเรียบๆ ไม่แพ้กัน แล้วก้มหน้ากินหรือเขี่ยอาหารมากกว่า เพราะกลืนไม่ค่อยจะลงแล้ว

“ถ้าอิ่มแล้วก็ขึ้นห้องเถอะลูก ไม่ต้องรอเก็บหรอก ให้ป้ากับลินจัดการก็ได้ แต่อย่าลืมเอาแบบบ้านไปดูด้วยนะ เพราะทางนั้นขอเร็วๆ”

ดูเหมือนลุงจะจับสังเกตอาการหลานได้

“ค่ะ”

หลานเองก็รีบรับคำเพราะอยากจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว จึงเดินไปคว้าเอาแบบที่บางอยู่โต๊ะกลางตรงห้องรับแขก แล้วตรงไปหาบันได แต่ยังไม่ได้ก้าวขาขึ้นก็เหมือนคิดอะไรได้เลยหันมาหาลุงกับป้าก่อน

“ลุงคะ พรุ่งนี้แจมต้องทำโอแล้ว ลุงจะให้แจมขับรถไปเองหรือจะไปรับไปส่งคะ”

เพราะความห่วงหลานมาก บวกกับทางเข้าบ้านเปลี่ยวไม่น้อยเกรียงไกรจึงมักจะไม่ยอมปล่อยให้ขับรถกลับบ้านคนเดียวในเวลาเกือบห้าทุ่มหลังหลานเลิกงาน แต่จะไปรับส่งเองมาโดยตลอดนับตั้งแต่หลานเข้าทำงานได้เกือบปีแล้ว

“ให้ลินไปรับไปส่งแทนก็ได้นี่พี่เจียง จะได้ไม่ต้องขับรถจากตลาดมา รับมาแล้วก็ให้ลินเอาของจากตู้ขึ้นรถรอไว้เลย จะได้ไม่ต้องตื่นมาตอนตีสามอีก”

อรพินรีบเสนอแนะ ซึ่งเกรียงไกรก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

เช้าวันรุ่งขึ้น ลูกจ้างหนุ่มจึงกลายเป็นสารถีให้หลานเจ้านายอย่างไม่เกี่ยงงอนใดๆ

“เดี๋ยวแวะตลาดแป๊บสิ ฉันจะซื้อของ”

วิวรรญามักจะซื้อมื้อเช้าสำหรับตัวเองและเพื่อนอีกสองไปด้วยทุกวัน ลินจอดรถแล้วก็รีบลงไปเดินตามร่างผอมบางในชุดกางเกงผ้ายืดนิดๆ สีม่วงอ่อน ทับเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวกับเข็มขัดหนังเส้นเล็กๆ คาดเอวไว้

“ผมถือให้นะครับ”

เขายื่นมือไปอย่างมีน้ำใจขณะเดินเข้าตลาดที่มีผู้คนพลุกพล่าน วิวรรญาจึงล้วงกระเป๋าสตางค์ออกมาถือก่อนจะยื่นกระเป๋าสะพายให้เขาไป ถุงข้าวเหนียวหมูปิ้ง ถุงโจ๊ก

และถุงผลไม้เขาก็รับไปถือไว้อย่างไม่เกี่ยงงอน แม้จะแปลกใจอยู่บ้างว่าทำไมหลานเจ้านายกินจุจัง ตัวก็ผอมนิดเดียว แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถามนอกจากเดินตามไปเท่านั้น

“คุณแจมระวังนะครับรถเยอะ”

แต่พอจะข้ามถนนไปหารถ เขากลับทำตัวเป็นผู้นำด้วยการรีบคว้ามือนุ่มมากุมไว้ด้วยความห่วงใย เพราะยวดยานหน้าตลาดเยอะเป็นพิเศษ ต้องยืนรอนานกว่าจะหาจังหวะข้ามไปได้

และแม้วิวรรญาจะเป็นคนค่อนข้างถือเนื้อถือตัว โดยเฉพาะกับลูกจ้างในบ้านยังไง แต่ก็ยอมให้เขาจูงเดินไปโดยไม่ว่าอะไร ด้วยสัมผัสได้จากไออุ่นที่มือแข็งแรงของเขาว่ามันมาจากความห่วง

ความอยากปกป้อง มากกว่าจะให้คิดว่ากำลังถูกหาเศษหาเลย และเมื่อข้ามไปอีกฟากได้แล้วเขาก็รีบปล่อยมือทันที ด้วยรู้ดีว่าคงไม่เป็นการเหมาะสมนัก ก่อนจะรีบไปเปิดประตูให้ แล้วถึงได้อ้อมกลับมานั่งตำแหน่งคนขับ

“ผมถือไปส่งให้ครับ”

พอจอดรถได้เขาก็ยังมีน้ำใจรีบหอบหิ้วกระเป๋ากับถุงต่างๆ ไปให้อย่างรวดเร็ว จนวิวรรญาไม่อยากทำลายน้ำใจด้วยการเอ่ยคำปฏิเสธ เลยยอมลงจากรถตัวเปล่าเดินนำเขาไปจนถึงหน้าทางเข้าสำนักงาน โดยมีเพื่อนทั้งสองยืนรออยู่ด้านในไม่นานนัก

“ขอบคุณนะ ถุงพวกนี้ของนาย ฉันซื้อมาเผื่อ ไว้เจอกันตอนห้าทุ่ม”

หมูปิ้ง โจ๊กและผลไม้ถูกยื่นกลับให้เขาพร้อมกับยิ้มบางๆ ของผู้ให้ ก่อนจะเดินผละไป เลยไม่ได้เห็นรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจจากคนที่ยืนอยู่ข้างหลังอยู่ครู่หนึ่ง ถึงได้กลับไปหารถ

ห้าทุ่มสิบห้าเป็นเวลาที่หลานสาวเจ้านายเดินออกมากับสองเพื่อน ลินนั่งรออยู่ม้าหินหน้าสำนักงาน และมีขับรถบัสวัยห้าสิบกับอีกสองสามหนุ่มนั่งอยู่ไม่ห่างเพราะมารอรับคนของตัวเองเช่นกัน เขารีบลุกขึ้นไปแล้วช่วยรับกระเป๋าสะพายมาถือให้อย่างมีน้ำใจเช่นเคย

“ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ”

วิวรรญาโบกมือลาเพื่อนที่จ้องมองหนุ่มหน้าหล่อตาเป็นมัน ก่อนจะโบกมือลาด้วยความเสียดาย

“ผมกลัวคุณแจมหิวเลยซื้อมาให้ครับ”

ลินรีบบอกเมื่อวิวรรญายกกล่องนมเปรี้ยวออกจากเบาะนั่งแล้วมองเขาอย่างมีคำถาม

“ขอบคุณนะ แต่ทีหลังไม่ต้องหรอกเปลืองนายเปล่าๆ ถ้าวันไหนฉันอยากจะให้ซื้ออะไรฉันจะฝากเงินไว้”

วิวรรญาใช้หลอดจิ้มไปที่กล่องแล้วดูดด้วยความหิว เพราะเหนื่อยกับชั่วโมงทำงานอันยาวนานไม่น้อย แม้จะทำงานในส่วนของออฟฟิศ แต่เมื่อแผนกต้องอยู่ยงทำงานล่วงเวลา

ตัวเองจึงรับหน้าที่นี้แทนเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ที่มีครอบครัวกันหมดแล้ว นับตั้งแต่มาทำงานสองสามเดือนแรกแล้ว ด้วยคุ้นเคยกันดีในตอนที่เป็นนักศึกษามาฝึกงานกับบริษัทนี้มาก่อนนั่นเอง

ลินองคนข้างๆ ที่เงียบกริบตั้งแต่รถเคลื่อนออก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป