บทที่ 11 EP. 11

ข้างๆ ที่เงียบกริบตั้งแต่รถเคลื่อนออกจากประตูบริษัท ถึงได้เห็นร่างผอมบางที่สลัดรองเท้าส้นสูงออก ยกสองเท้าขึ้นไปบนเบาะแล้วกึ่งนั่งกึ่งนอนตะแคงกอดเข่าหันไปทางหน้าต่าง

ก็รู้ได้ทันทีว่าหลับไปแล้ว เขารีบหรี่แอร์ลง แล้วพยายามขับให้นิ่มที่สุดเพื่อไม่ให้คนนอนสะดุ้งตื่น ประตูเหล็กดัดทางเข้าสวนเขาก็ลงไปเปิดเองเมื่อมาถึง จอดรถไว้หน้าบ้านแล้วคนข้างๆ ก็ยังไม่ตื่นเลยติดเครื่องไว้ก่อน

แล้วลงไปจัดแจงขนของขึ้นรถอีกคันไว้ให้เจ้านายทั้งสองไปขายในรุ่งเช้าอย่างรู้งานจนเสร็จสรรพ ถึงได้ตัดสินใจเดินมาปลุกคนนอนขดอยู่กับเบาะในท่าเดิม

“ถึงแล้วเหรอ”

แล้วงัวเงียตื่นขึ้นและถามเสียงอู้อี้ออกมา

“ครับ คุณแจมขึ้นนอนเถอะครับ ผมขนของใส่รถไว้ให้คุณลุงคุณป้าแล้ว เดี๋ยวผมจะปิดประตูให้แล้วออกหลังครัวแทน”

เขาส่งยิ้มบางๆ ให้ แล้วถือกระเป๋าสะพายไปส่งถึงหน้าบันได วิวรรญาที่เหนื่อยและง่วงทำตามอย่างไม่เกี่ยงงอนด้วยประทับใจในความเอื้ออารีจากลูกจ้างหนุ่มไม่น้อย

มื้อเช้าในตลาดของวันถัดไปจึงกลายเป็นเครื่องตอบแทนให้เขาอย่างไม่หวงแหน

“หล่อนนี่โชคดีนะ ได้คนสวนหล่อเป็นบ้า”

ลดาลัยแซวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อวิวรรญาแยกจากลินตรงหน้าประตูสำนักงานในวันต่อมา

“อยากมีอย่างนี้มารอรับส่งจังเลยอะ”

ทาริกาก็พลอยเป็นปลื้มกับหน้าหล่อๆ ของคนสวนหนุ่มไปด้วย จนไม่อยากจะกลับบ้านเลยทีเดียว วิวรรญาไม่ได้ว่าอะไรนอกจากโบกมือลาเพื่อนแล้วเดินไปขึ้นรถที่มีลินก้าวยาวๆ ไปเปิดประตูให้อย่างเคย แต่ที่ไม่เหมือนเคยนั้นคือ วันนี้มีหมอนลายเฮโลคิตตี้สองใบวางอยู่บนเบาะ

“พอดีผมเห็นขายในตลาดเลยซื้อมาไว้ให้คุณแจมหนุนตอนกลับบ้านครับ มันเป็นผ้าห่มได้ด้วยคุณแจมรูดซิปออกซิครับ”

เขาให้ความกระจ่างเมื่อใบหน้าสวยมองไปหาตามเดิม แล้วเขาก็เอี้ยวตัวไปด้านหลัง คว้าถุงแคนตาลูปที่ปอกแล้วหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วมาส่งให้

“เผื่อคุณแจมหิวครับ กินได้ไม่อ้วน”

วิวรรย ายิ้มน้อยๆ ออกมาอีกก่อนจะรับไปถือไว้ ชายหนุ่มก็เอี้ยวตัวไปอีก แล้วกลับมาพร้อมหมอนยาวๆ เป็นรูปตัวหนอนส่งไปให้

“ไว้กอดเวลานอนครับ จะได้หลับสบาย”

อีกครั้งที่วิวรรญายิ้มให้ แต่เป็นยิ้มที่หมั่นไส้น้อยๆ ในความรู้มากของคนสวนหนุ่ม

“หมดนี่นายซื้อมาเท่าไหร่ ฉันจะคืนเงินให้”

เพราะรู้ดีว่าค่าจ้างของเขาเพียงวันละสองร้อยเท่านั้น

“เอาไว้แลกกับมื้อเช้าที่คุณแจมซื้อให้ผมก็แล้วกันนะครับ เพราะปกติคุณลุงจะให้ผมไว้วันละห้าสิบบาทค่ามื้อเช้าอยู่แล้ว คุณแจมซื้อให้ผมก็ไม่ต้องจ่ายไงครับ เผลอก็เหลือได้เก็บด้วย”

รอยยิ้มอย่างหมั่นไส้จึงถูกส่งมาให้อีก ก่อนจะกินผลไม้แล้วก็หลับด้วยความเหนื่อยอ่อนไป และทุกวันตารางชีวิตของทั้งสองก็จะเป็นไปแบบนี้ แบ่งปันน้ำใจให้กันแบบนี้ไปถึงสองอาทิตย์เต็มๆ

“ขับรถดีๆ นะลิน ไม่ต้องรีบมาก ถึงเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น”

กระทั่งถึงวันที่วิวรรญาต้องเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปพบกับคู่หมั้น เกรียงไกรเลยสั่งคนสวนอีกคำรบ ก่อนจะปล่อยให้ออกรถจากรั้วไป เขาชำเลืองดูคนข้างๆ ที่ดูจะนั่งเงียบกว่าทุกวัน

อยากจะถามแต่ก็ไม่กล้า และดูเหมือนเธอเองก็ไม่อยากเอ่ยอะไรออกมาสักเท่าไหร่ จึงทำตัวเป็นคนขับที่ดี นำพาหลานเจ้านายไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

“พ่อต้องไปออกรอบกับลูกค้า แจมไปกินข้างนอกกับพ่อซีเลยก็แล้วกันนะ ให้ไอ้ลินรออยู่ที่บ้านนี่ล่ะ”

ไกรเดชสั่งการเมื่อสองหนุ่มสาวมาเจอกันที่บ้านแล้ว วิวรรญาพยายามหันไปหาคนสวนอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่เห็นเลยจำต้องเดินไปขึ้นรถที่ปาลินเดินไปเปิดประตูรอแล้วอย่างสุภาพบุรุษ

ไม่นานเมอร์เซเดสเบนซ์รุ่นล่าสุด ก็ทยายออกไปสู่ท้องถนน มุ่งตรงไปยังห้างสรรพสินค้าชื่อดัง

“อีกเป็นชั่วโมงกว่าจะเที่ยง ถ้ายังไม่หิวงั้นเราเดินช้อปปิ้งกันก่อนดีกว่านะครับคุณแจม พอหิวแล้วค่อยไปหาอะไรกิน ตบท้ายด้วยไปดูหนังสักเรื่อง”

วิวรรญาหันไปส่งยิ้มบางๆ ให้คนข้างๆ ก่อนจะลงจากรถแล้วเดินดูข้าวของด้วยกันไปอย่างไม่รีบร้อน แต่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงปาลินก็มีสายเรียกเข้ามา แล้วท่าทีของเขาก็ดูจะร้อนรนอย่างเห็นได้ชัดหลังจากวางสายแล้ว

“คุณแจมครับ ที่บริษัทมีเรื่องด่วนให้ผมต้องไปดู ผมขออนุญาตไปจัดการปัญหาสักสองชั่วโมงจะได้หรือเปล่าครับ ผมขอโทษจริงๆ ครับที่ต้องเสียมารยาท”

ท่าทีเขารู้สึกผิดเวลาเอ่ยประโยคนี้ออกมาจนวิวรรญาไม่กล้าตำหนิติเตียนแต่อย่างใด

“ได้ค่ะ ไม่เป็นไร เชิญคุณซีตามสบายค่ะ ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ก็ไม่ต้องรีบมาหรอกนะคะ เรื่องงานสำคัญกว่าเรื่องอื่นค่ะ”

เลยตอบเขาไปตรงๆ

“แต่ผมกลัวคุณอาจะว่าจังเลยครับ แค่นัดแรกผมก็ต้องทิ้งว่าที่เจ้าสาวให้เดินแกร่วอยู่ในห้างคนเดียวซะแล้ว คุณแจมมีเพื่อนอยู่แถวๆ นี้หรือเปล่าครับที่พอจะมาเที่ยวช้อปปิ้งด้วยกันได้ หรือผมจะโทรให้เลขามาเดินเป็นเพื่อนดี”

เขาก็ยังไม่วายรู้สึกผิด

“ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ เดี๋ยวฉันจะโทรตามนายลินมาเป็นเพื่อนก็ได้ คุณซีไปทำงานเถอะค่ะไม่ต้องเป็นห่วง แล้วยังไงก็โทรมาบอกนะคะ”

“ครับคุณแจม ขอบคุณมากนะครับ เอ่อ! แล้วคุณแจมจะบอกเรื่องนี้กับคุณอาหรือเปล่าครับ ผมกลัวจะถูกว่าครับ”

อีกฝ่ายยังไม่คลายกังวล วิวรรญาเลยรีบยิ้มบางๆ ให้

“ไม่หรอกค่ะ เรื่องนี้เรารู้กันแค่สองคนก็พอ คุณซีสบายใจได้ค่ะ”

“ค่อยยังชั่วหน่อย งั้นผมขอตัวนะครับ แล้วผมจะโทรมาบอกนะครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป