บทที่ 11 Ep. 11

“ลูกนายกำพลติดต่อมาหรือยังดำ” เพราะลูกเคยบอกเอาไว้เมื่อหลายวันมาแล้ว

“ยังเลยครับแม่ อีกสองวันก็จะถึงกำหนดแล้ว คงหาไม่ได้หรอกครับ ใครจะช่วยพวกมัน เงินตั้งมากมายขนาดนั้น” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ชิงชังผู้ที่ถูกพูดถึงยิ่งนัก

“แล้วถ้าเกิดเขาหากันมาได้ล่ะ ดำ” ลัดดาไม่วายที่จะห่วงเรื่องนี้ เพราะถ้าศัตรูหัวใจของเธอสามารถทำได้ตามที่ลูกชายบอกเอาไว้ โอกาสที่เธอจะได้แก้แค้นก็จะหมดไป

“ข้อแรก ผมว่าไม่มีทางที่พวกนั้นจะหาได้ ข้อสอง ถึงหาได้ มันก็แค่เงินต้นนี่ครับแม่ แต่ดอกเบี้ยผมยังไม่ได้บอกพวกมันไป จะยังไงซะ ลูกนายกำพลมันก็ต้องมารับกรรมอย่างไม่มีทางเลือกหรอกแม่”

เขาบอกถึงแผนการที่เตรียมเอาไว้ แรกทีเดียวเขาคิดจะยึดสมบัติทั้งหมดแล้วนำไปขายทอดตลาด เพราะคิดว่ากำพลคงจะปล่อยให้หลุดไปแล้ว แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีทายาทนายกำพลดิ้นรนมาหาถึงที่ จนทำให้เขาได้ความคิดดีๆ ที่จะให้กำพลได้รับความเจ็บปวด เพิ่มจากเดิมที่กำลังได้รับอยู่ในตอนนี้

“แม่อยากจะเห็นหน้ามันจริงๆ เลยดำ มันคงคิดไม่ถึงนะ ว่าเราจะได้มีโอกาสเอาคืนกับลูกของมัน แม่ยังนึกสะใจไม่หาย ที่เราส่งไอ้พีเข้าคุกคราวนั้น มันรักลูกมาก รักจนลืมไปว่า คนอื่นๆ เขาก็รักลูกเขาเหมือนกัน พูดแล้วแม่เกลียดมันจริงๆ เลย ไอ้คนใจร้าย ใจโหด ไอ้คนสับปลับ” ลัดดาพูดด้วยอารมณ์โกรธจัด เมื่อนึกถึงการกระทำของกำพลเมื่อหนหลัง

“อีกไม่นานหรอกครับแม่ อีกไม่นาน มันจะได้รับรู้รสชาติของการสูญเสียว่ามันจะเป็นยังไง ผมว่าแม่เข้าบ้านก่อนเถอะครับ อาหารเย็นคงจะตั้งแล้ว” เขาบอกแม่ แล้วก็เข็นรถเข้าบ้านไปด้วยหัวใจเบิกบาน ที่จะได้ทำอะไรๆ ที่อยากจะทำมานานแล้ว

EP 11

ระพีพรรณจ้องมองใบหน้าผอมซูบของพ่อ ที่นอนทอดร่างอยู่บนเตียงแล้วก็รู้สึกใจหายยิ่งนัก กับภาพที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าตัวเองในเวลานี้ ทั้งๆ ที่เมื่อไม่นานมานี้ ภาพของผู้ชายที่แข็งแรง ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยยังอยู่ในความทรงจำเธออยู่เลย แต่ตอนนี้กับความเป็นจริง มันช่างบั่นทอนจิตใจเธอเสียนี่กระไร พ่อคงจะเสียใจมากที่ทุกอย่างกลับกลายเป็นแบบนี้ แล้วเธอจะทำยังไงดี อีกสองวันแล้วสินะที่จะถึงกำหนดเส้นตาย แล้วเธอจะทำยังไง

“เพลงนี่อานะ ตอนนี้อาหาได้ทั้งหมดก็สิบห้าล้าน จากเพื่อนๆ กับลูกค้าที่สนิทกัน ถ้าจะเอาจริงๆ เขาก็ไม่เอาหลักประกันอะไรหรอก  เขาเชื่อเครดิตอา เงินของอาเองก็มีให้ได้ประมาณสิบล้านเห็นจะได้ แล้วเพลงล่ะหาได้เท่าไหร่”  เสียงกำธรกรอกมาตามสายเมื่อเช้านี้

“ของเพลงยังได้ไม่เท่าไหร่ค่ะคุณอา ส่วนใหญ่เพื่อนๆ กันก็เป็นพวกเรียนหนังสือทั้งนั้น ที่ได้มาก็ไปขอพ่อแม่ที่พอจะมีมาให้ ประมาณสิบล้านค่ะ ยังขาดอยู่อีกตั้งเยอะ เพลงไม่รู้จะไปหาที่ไหนแล้วค่ะคุณอา” ระพีพรรณบอกออกไปอย่างสิ้นหวัง พร้อมๆ กับทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้

“แล้วเพลงจะทำยังไงดี” กำธรถามกลับมา

“เพลงยังคิดไม่ออกค่ะ เอาไว้รอดูพรุ่งนี้อีกวันนะคะ ถ้าไม่ได้เพลงก็คงจะต้องเลือกอีกทางค่ะ แต่ยังไงเพลงก็กราบขอบพระคุณ คุณอามากๆ นะคะ ที่ช่วยเพลง แล้วเพลงจะติดต่อกลับไปนะคะ”

หญิงสาวนั่งลงข้างเตียงแล้วก็น้ำตาคลอเบ้าด้วยความหนักใจ กับเงินที่หามาได้แค่สามสิบห้าล้าน เธอก็ปรารถนาที่จะได้อีกแค่สิบห้าล้านเท่านั้น แล้วเธอจะไปหาได้จากที่ไหน กับเวลาที่เหลือแค่สองวัน โทรศัพท์ถูกกดไปหาคนที่เธอคิดว่าจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายของเธอ นั่นคือ ธนากร ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นคนที่รู้ใจเธอมากที่สุด หรือจะเรียกได้ว่าเป็นคนที่เธอมีใจให้ก็ว่าได้ เพราะเธอเป็นคนที่ไม่ค่อยจะมีเพื่อนผู้ชายมากนัก ส่วนใหญ่ชีวิตจะหมดไปกับการเรียน และอยู่กับโสภาตลอดเวลา

“ก๊อปเหรอคะ เพลงนะคะ” เสียงกรอกไปตามสายด้วยความเคยชิน

“เอ่อ! ก๊อปไม่อยู่เหรอคะ” เธอถามคนที่มารับโทรศัพท์ ซึ่งเป็นเสียงผู้หญิง และเสียงนี้เธอจำได้แม่นยำว่าเป็นเสียงของ ยดา หรือมิ้นท์ ผู้ที่เฝ้าคอยแย่งความสนใจจากธนากรไปจากเธอ ตั้งแต่อยู่เมืองนอกแล้ว

“มิ้นท์เหรอ เพลงฝากให้ก๊อปช่วยโทรกลับด้วยนะ พอดีมีเรื่องด่วน”

เธอฝากข้อความเอาไว้ แต่ก็ไม่ทันจะได้เรื่องอะไร ปลายทางก็วางสายแล้ว เธอพยายามโทรกลับไปอีก แต่ก็ดูเหมือนว่าสายจะไม่ว่างแล้ว เธอละความพยายามในการติดต่อทางโทรศัพท์ในที่สุด เพราะโทรเท่าไหร่สายก็ไม่ว่างเลย

หญิงสาวรู้โดยสัญชาตญาณว่า ถูกยดาขัดขวางเสียแล้ว จึงไม่รอช้ารีบไปต่ออินเตอร์เนท ผ่านคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปทันที แล้วส่งอีเมล์ไปหาธนากรเกี่ยวกับเรื่องที่เธอรอคำตอบจากเขา หลังจากที่ได้เล่าเรื่องต่างๆ ให้เขาฟังไปแล้ว และขอให้เขาช่วยหาเงินมาสมทบตามที่เขาจะพอช่วยได้

เธอรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเหนือบ่ากว่าแรงสำหรับลูกมหาเศรษฐีอย่างเขา แค่เพียงโทรมาขอความช่วยเหลือจากผู้พ่อแค่นั้น แต่เธอก็อดกังวลไม่ได้ หากเรื่องต่างๆ มันไม่เป็นไปตามที่เธอคาดคิดเอาไว้ เสร็จจากส่งข่าวสารให้ธนาการแล้ว หญิงสาวเดินกลับมานั่งทรุดตัวลงข้างๆ เตียงผู้พ่อด้วยหัวใจที่อ่อนล้าอีกครั้ง

สิ่งนี้คือสิ่งที่เธอไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นกับเธอเลยแม้แต่น้อย ชีวิตเธอทั้งชีวิตนับตั้งแต่จำความได้ เงินไม่เคยเป็นปัญหากับเธอเลย อยากจะได้เท่าไหร่พ่อก็หยิบยื่นให้ โดยไม่คิดจะไตร่ถาม ว่าเอาไปใช้อะไร จะมากน้อย หรือจะบ่อยครั้งแค่ไหนที่เธอโทรข้ามทวีปมาพ่อไม่เคยบ่น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป