บทที่ 12 Ep. 12

บ่น จัดการหาให้ตามที่ต้องการ ชีวิตเธอและพี่ชายเกิดมาพบกับความสะดวกสบาย และเพรียบพร้อม จนจะเรียกได้ว่าคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด เธอไม่คาดคิดเลยว่าจะเจอะเจอกับปัญหาอันหนักอึ้งขนาดนี้ น้ำตาแห่งความเสียใจมันไหลออกมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่ก็ไม่อยากให้พ่อต้องเห็นจึงรีบสงบสติ แล้วก็ล้มตัวลงนอนกับที่นอนใกล้เตียงผู้เป็นพ่อในที่สุด

ใบหน้าที่ดูซีดเซียว ผ่ายผอมของพี่ชาย ดูแล้วทำให้ระพีพรรณสะเทือนใจเป็นที่สุด ภาพต่างๆ ของเขาเมื่อก่อนที่เธอเคยเห็นผุดขึ้นในความทรงจำได้ไม่ยาก ภาพของพี่ที่เคยไว้ผมยาวแล้วรวบมัดเอาไว้บ้าง หรือบางคราวตัดสั้น แล้วแต่อารมณ์ที่เขาจะสรรหา บางครั้งในช่วงปิดเทอมเธอก็จะเห็นพี่ชายทำสีโน่นสีนี่บ้าง แต่พอใกล้จะเปิดเทอมเขาก็จะทำให้มันกลับมาเป็นสีดำ

ภาพที่พี่เคยพาเธอไปเที่ยว สอนการบ้านเธอบ้างเป็นบางเวลา แต่บัดนี้ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอช่างแตกต่างเหลือเกิน ผมถูกตัดให้เหี้ยนเตียน เสื้อผ้าที่เคยใส่แต่ของยี่ห้อดังและแพง กลับต้องมาใส่เครื่องแบบของนักโทษ พี่ชายที่เธอเคยได้โอบกอด หอมแก้มและขี่หลังเมื่อยามเหน็ดเหนื่อยหรืองอแง เพราะโดนพี่ชายแกล้ง กลับต้องมาถูกกางกั้นด้วยกรงเหล็กเส้นเขื่อง ตามด้วยกระจกใสๆ ที่เจาะรูเล็กๆ เอาไว้พอให้ได้ยินเสียงพูดแค่นั้น

ความเสียใจ ความสงสาร และก็ความรู้สึกที่เธอไม่สามารถบรรยายได้ถูกอีกมากมาย ได้สื่อออกมาทางน้ำตาแทน มันค่อยๆ ไหลออกมาให้ผู้เป็นพี่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกนั้นได้ไม่ยาก ระพีพงศ์เองก็รู้สึกสะเทือนใจไม่แพ้กัน

“อะไรกัน ยัยเพลง ร้องไห้อีกแล้ว เป็นยังไงบ้างเรา แล้วคุณพ่อสบายดีหรือเปล่า”

เขาถามน้องสาว ด้วยสีหน้าและแววตาที่ไม่แตกต่างกันนัก ไม่นานน้ำตาของเขาก็ไหลออกมาให้เธอเห็น ด้วยความเจ็บปวด ความเสียดายในอิสระภาพของตัวเอง เสียดายในโอกาสที่มีครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนตัวเอง จนในที่สุดต้องมาอยู่ในสถานที่ๆ โหดร้ายที่สุดในชีวิตสำหรับเขา

“เพลงสบายดีค่ะ คุณพ่อด้วย พี่พีล่ะคะ เป็นยังไงบ้าง ทำไมพี่พีต้องเป็นแบบนี้คะ ทำไมบ้านเราต้องเจอแต่เรื่องร้ายๆ ด้วยคะ” เธอร่ำไห้ถามพี่ชาย

“มันก็สมควรกับการกระทำของพี่แล้วนี่เพลง ใครทำกรรมอะไรเอาไว้ เราก็ต้องชดใช้มัน พี่ทำตัวไม่ดี พี่ก็ต้องเจอแต่สิ่งที่ไม่ดีอย่างนี้ล่ะ เพลงเองก็ต้องทำตัวดีๆ นะ อยู่ข้างนอก มีอิสระเสรีอยู่ในมือแล้วอย่าใช้มันไปในทางที่ผิดๆ เดี๋ยวจะเป็นเหมือนพี่” เขาบอกน้องสาวด้วยสีหน้าของคนที่เจนชีวิต เพราะเวลาอยู่ในคุกหกปีสอนอะไรต่อมิอะไรหลายๆ อย่างให้เขา

“พี่พีคะ เพลงเอาของมาฝากค่ะ ช็อคโกแลตขาวที่พี่พีชอบค่ะ” น้องยกกล่องให้พี่ชายดู หากแต่ให้ตอนนี้ไม่ได้ เพราะต้องผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ก่อน

“ขอบใจมากนะเพลง เอามาเยอะหรือเปล่า พี่จะเอาไปแบ่งเพื่อนๆ ข้างในด้วย นานๆ ทีพี่จะได้มีอะไรให้พวกเขากินด้วยสักที ลุงโป่งมาเยี่ยมทีก็ไม่ค่อยมีอะไรมาฝากมาก แต่ก็ยังดีที่ลุงโป่งมาเยี่ยมพี่บ่อย” เขายิ้มบางๆ ให้น้อง

“แล้วว่าแต่ตกลงเพลงจะเอายังไงเรื่องบ้านกับบริษัท เจ้าหนี้ผ่อนผันให้ไหม เพลงไปคุยกับเขาหรือยัง” เขาห่วง เพราะเคยบอกไว้ครั้งก่อนว่าหลุดจำนองแล้ว จะรอให้ระพีพรรณกลับมาก่อน แล้วค่อยหาทางออก

“ไปมาแล้วค่ะ แต่พี่พีคะคนที่เป็นเจ้าหนี้เรา ไม่ใช่นายเมธีนะคะ แต่เป็นอีกคน...” ระพีพรรณเล่าเรื่องต่างให้พี่ชายได้รับรู้ 

“ไม่ได้นะเพลง ไอ้ดำมันคงจะไม่ปล่อยให้เพลงได้สบายหรอกนะ เงินตั้งเยอะแยะ อย่าไปทำเลยนะเพลง ไม่ได้ก็ไม่เอา มีแค่ไหนก็อยู่แค่นั้นเถอะ อยู่ข้างนอก ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน มันก็ยังดีกว่าอยู่ในนี้เป็นร้อยเท่า” เขาไม่เห็นด้วยกับความคิดเธอ

“เพลงแค่บอกพี่พีว่าถ้าหาเงินไม่ได้ค่ะ แต่ถ้าหาได้เพลงก็ไม่ต้องไปทำงานให้เขา แต่ถึงจะทำ ถ้ามันจำเป็นเพลงก็คงจะต้องทำค่ะ เพลงไม่อยากให้คุณพ่อผิดหวัง ห้าปี มันคงไม่นานเท่าไหร่ค่ะ ก็อย่างที่พี่พีบอก อยู่ข้างนอกคงจะดีกว่าที่พี่พีอยู่ในนี้ ไม่ต้องห่วงเพลงนะคะ” เธอบอก

“โธ่เพลง เพราะพี่แท้ๆ ทุกคนถึงได้มาเดือดร้อนกันแบบนี้ พี่ขอโทษๆ” เขาพร่ำบอกน้องสาว

“หมดเวลาเยี่ยมแล้ว” เจ้าหน้าที่คุมขัง เดินเข้ามาให้สัญญาณ

“แล้วเพลงจะเขียนจดหมายมาเล่าให้พี่พีฟังนะคะ เพลงจะหาเวลามาเยี่ยมพี่พีใหม่” เธอรีบบอกเมื่อเจ้าหน้าที่มายืนรอรับระพีพงศ์ให้เข้าไปด้านใน

“ไม่ต้องห่วงพี่นะเพลง ดูแลตัวเองดีๆ พี่ฝากพ่อด้วย”

เขาพูดได้แค่นั้น ก็ต้องหยุดแล้วก็ลุกเดินหายเข้าไปข้างใน ทิ้งให้ผู้เป็นน้องมองตามพี่ชายด้วยหัวใจที่ปวดร้าวยิ่งนัก แล้วน้ำตามันก็พาลไหลออกมาอีกครั้งที่มองตามพี่ชายเดินหายลับไป โดยมีผู้คุมขังเดินประกบคู่ไปไม่ห่าง

สีหน้าของระพีพรรณที่เดินออกมาจากโทรศัพท์สาธารณที่ใช้สำหรับโทรข้ามทวีปไม่ค่อยจะสู้ดีสักเท่าไหร่ หลังจากที่ออกมาจากเยี่ยมระพีพงศ์ เธอก็ตัดสินใจโทรหาธนากรอีกครั้ง แต่ไม่มีคนรับสาย เธอได้แต่ฝากข้อความกับเครื่องตอบรับเอาไว้ และมันก็เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วเธอก็ไม่อยากจะจดจำ

เธอยืนเหลียวซ้ายแลขวาอยู่ตรงมุมถนนอยู่นาน เหมือนกับไม่แน่ใจว่าจะเอายังไงกับหนทางที่จะเดินต่อไป แล้วเธอก็ยิ้มให้กับจุดหมายที่เพิ่งมองเห็น นั่นคือร้านอินเตอร์เน็ตนั่นเอง ระพีพรรณสาวเท้าตรงไปยังจุดหมายด้วยความมั่นใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป