บทที่ 14 Ep. 14
“คุณเพลงไม่ต้องห่วงครับ ลุงจะดูแลคุณท่านอย่างดี คุณเพลงทำงานให้สบายใจเถอะนะครับ ระวังๆ ตัวด้วยก็แล้วกันนะลุงเป็นห่วง” โป่งให้ความมั่นใจ
“พี่ก็จะมาช่วยดูคุณลุงให้อีกแรงนะเพลงไม่ต้องห่วง แล้วพรุ่งนี้พี่จะไปด้วยนะ จะได้ไปเป็นพยานให้ตามที่นายคนนั้นสั่งไว้ งั้นพรุ่งนี้พี่กับภคินจะมารับสิบโมงนะ เขาให้เราไปบ่ายโมงตรงไม่ใช่เหรอ เผื่อเวลาไว้เยอะๆ แล้วกัน เกิดนายคนนั้นเล่นแง่กับเราอีก” โสภาย้ำกับเธอ
“ค่ะพี่โสภา ขอบคุณมากๆ ค่ะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้ค่ะ เพลงจะไปส่งหน้าบ้านค่ะ” เธอบอก
“ไม่ต้องหรอกจ๊ะเพลง พักผ่อนเถอะ แล้วเจอกัน” สิ้นเสียงไม่นานสักเท่าไหร่ร่างโสภาก็หายไปจากห้องนั่งเล่นเอาดื้อๆ ด้วยความเคยชินกับบ้านเธอเป็นอย่างดี ถึงแม้จะมาเพียงไม่กี่ครั้งก็ตาม
“คุณเพลงครับ เอ่อ! ลุงได้ยินมาว่านายดำนี่ ไม่เบานะครับ รอบตัวทีเดียว ไม่อย่างนั้นเขาจะสร้างตัวจนร่ำรวยได้เร็วเหรอครับ” โป่งบอกอีกครั้งเมื่อโสภากลับออกไปจากบ้านแล้ว
“ยังไงเพลงก็จะอดทนค่ะ เขาเป็นไฟมา เพลงก็จะเป็นน้ำกลับ ก็เราไม่มีทางเลือกนี่คะ และอีกอย่าง ถ้าคิดๆ ไปถึงเรื่องที่คุณพ่อกับพี่พีทำกับครอบครัวของเขาไว้ มันก็ไม่น้อยนะคะลุงโป่ง เพลงคิดว่าเพลงพอจะเข้าใจความรู้สึกของเขาค่ะ” เธอรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ
“คุณเพลงเป็นคนมองโลกในแง่ดีเสมอ คงจะพอเอาชนะนายดำได้กระมังครับ งั้นลุงขอตัวก่อนนะ วันนี้ปวดหลังจังเลย สงสัยเพราะไปถางหญ้าหลังบ้านแน่ๆ เลย คุณเพลงก็พักผ่อนนะครับ”
“ค่ะลุงโป่ง เพลงก็จะไปดูคุณพ่อก่อน” แล้วทั้งสองก็แยกย้ายกัน
“เพลงเหรอลูก” เสียงกำพลเอ่ยถาม เมื่อรู้สึกว่ามีมือมาสัมผัสกับใบหน้าเขา ทั้งๆ ที่ดวงตายังคงปิดสนิทอยู่
“ค่ะคุณพ่อ วันนี้เป็นยังไงบ้างคะ ได้ย้ายมาอยู่ข้างล่างแล้ว ต่อไปต้องให้ลุงโป่งพาไปนั่งรถดูอะไรๆ ข้างนอกบ้างนะคะ อยู่แต่ในห้องมันอุดอู้ค่ะ” เธอบอกเมื่อทำการย้ายที่หลับนอนของเขาลงมาที่ห้องข้างล่าง เมื่อวันก่อน
“จะไปไหนมาไหนมันก็ลำบากเจ้าโป่งมัน ไหนจะไปไหว้วานเพื่อนบ้านอีกล่ะ ไม่เอาหรอก พ่อขออยู่อย่างนี้ก็แล้วกันนะเพลง ถ้ามันจะตายก็ให้มันตายอยู่ในนี้ก็แล้วกัน”
กำพลไม่วายที่จะตัดพ้อ เพราะการที่เขาจะเคลื่อนย้ายตัวเอง ที่เป็นอัมพาตตั้งแต่ช่วงเอวลงไปนั้น เป็นเรื่องที่ลำบากไม่น้อยเวลาจะโยกย้ายตัวเองไปไหนแต่ละที เพราะต้องใช้คนที่แข็งแรงไม่น้อยกว่าสองคน ช่วยกันยกตัวเขา ให้ไปนั่งที่รถเข็น
“ไม่ลำบากหรอกค่ะคุณพ่อ เพลงบอกลุงโป่งไว้แล้ว เพื่อนบ้านเราก็เต็มใจมาช่วยนะคะ คุณพ่ออย่าพูดแบบนี้อีกนะ มันทำให้เพลงฟังแล้วหมดกำลังใจค่ะ” เธอบอกพ่อด้วยใบหน้าที่ยิ้มจางๆ
“แล้วว่าแต่เรื่องบ้านกับโรงงานตกลงเพลงทำยังไงล่ะลูก พรุ่งนี้ก็จะถึงกำหนดแล้วนะ แล้วหาเงินได้มั้ย ไม่เห็นเพลงบอกพ่อเลย หรือเห็นพ่อไม่มีความหมายแล้ว” เขาส่งน้ำเสียงต่อว่าเล็กน้อย แต่เธอก็รู้ว่าพ่อไม่ได้จริงจังกับคำพูดเท่าใดนัก
“คุณพ่อคะ คุณพ่อเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตเพลงค่ะ แต่เพลงไม่อยากให้คุณพ่อคิดมาก เพลงก็เลยยังไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง แต่เพลงก็กำลังจะมาบอกค่ะ ว่าเพลงตกลงจะไปทำงานใช้หนี้เขา มันดูจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด และเพลงก็ไม่ต้องไปรบกวนใครๆ ด้วยค่ะ คุณพ่อเห็นด้วยไหมคะ” เธอบอกพ่อในที่สุด
“แล้วเขาให้เราทำอะไรบ้างล่ะเพลง ทำงานแค่ห้าปี แลกกับเงินตั้งห้าสิบล้าน มันไม่น้อยไปหน่อยเหรอลูก” เขาไม่วายจะสงสัย เพราะนั่นคือคำถามที่มีในใจเขา ตั้งแต่วันแรกที่ลูกสาวเอามาบอกเล่าแล้ว
“โธ่! คุณพ่อคะ เพลง น่ะอินทีเรีย ดีไซเนอร์ ปริญญาโทจากนอกนะคะ ทำงานแป๊บๆ ก็หาเงินให้เขาได้มากกว่าที่เรายืมอีกค่ะ”
“ยังไงลูก”
“คือเขาให้เพลงทำงานตามที่เพลงเรียนมานี่ล่ะค่ะ ปีๆ หนึ่งเพลงก็จะต้องหาลูกค้าที่กระเป๋าหนักๆ เข้าบริษัทเขาเยอะๆ ให้ได้มากที่สุดค่ะ ช่วงนี้ธุระกิจด้านนี้กำลังบูมค่ะ อีกไม่นานเพลงก็ทำเงินคืนให้เขาได้แล้วล่ะค่ะ คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ แต่ว่าช่วงที่เพลงไปทำงาน เพลงคงไม่ได้มาอยู่ที่นี่นะคะ จะมาหาคุณพ่อได้ก็เฉพาะคืนวันเสาร์ แล้วก็คืนวันอาทิตย์ค่ะ เพราะเพลงหยุดวันอาทิตย์วันเดียว”
“แล้วทำไมมานอนบ้านเราไม่ได้ล่ะลูก” แต่พ่อก็ยังสงสัยไม่วาย
“ก็บริษัทอยู่ไกลค่ะคุณพ่อ เพลงก็คงจะเดินทางไปมาไม่ไหวหรอกค่ะ แล้วอีกอย่าง เพลงก็ไม่มีรถ เพลงพักที่ออฟฟิศเลยค่ะ เขาทำที่พักไว้ให้คนงานต่างจังหวัดพักด้วย น่าอยู่มากๆ เลยค่ะ คุณพ่อไม่ต้องห่วงเพลงนะคะ”
“พ่อค่อยสบายใจหน่อย ทำงานกับเขาก็ทำตัวดีๆ นะลูก ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด และอดทนนะลูก อย่าทำไม่ดี เพราะบาป กรรมทุกวันนี้มันเดินทางเร็วเหลือเกิน ไม่นานมันก็ตามมาทันในชาตินี้แล้ว ไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้าหรือชาติไหนหรอก แต่พ่อว่าลูกพ่อเป็นคนดี พ่อภูมิใจในตัวลูกจริงๆ เลย”
เขาสอนลูกพร้อมๆ กับยิ้มจางๆให้ แต่ในใจนั้นมันช่างเศร้าเหลือเกิน เมื่อคิดถึงกรรมที่ตัวเองกำลังรับอยู่ในตอนนี้ และยังผลให้ลูกต้องลำบากไปเป็นลูกจ้างคนอื่น
“ค่ะคุณพ่อ เพลงจะจำคำสอนคุณพ่อไว้ค่ะ งั้นคุณพ่อพลิกตัวก่อนนะคะ นอนนานๆ เดี๋ยวจะเป็นแผลกดทับ เป็นแล้วมันรักษายาก หรือคุณพ่อจะนั่งไหมคะ เพลงจะอ่านหนังสือให้ฟังค่ะ”
“เอางั้นก็ได้ลูก นานๆ ทีจะมีคนอ่านหนังสือให้ฟัง เจ้าโป่งมันก็หูตาไม่ค่อยดีแล้วช่วงนี้ อีกอย่างก็เกรงใจมันด้วย มันช่วยงานสารพัด”
