บทที่ 15 Ep. 15

ใบหน้าคมสัน ผิวขาวสะอาด นั่งกับเก้าอี้ห้องทำงาน พร้อมทั้งเอาขาไขว้ห้างด้วยความสบายใจ เขามองไปหาเพื่อนที่ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงบ้านเขา ก็ก้มหน้าก้มตาอ่านสัญญาที่เขาเขียนขึ้น เพื่อจะให้กับลูกศัตรู

“แกจะไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอไอ้ดำ นี่มันสัญญาทาสชัดๆ นะ อะไรกัน ใจคอแกจะไม่ยอมอ่อนข้อให้ทางโน้นบ้างรึไง” พิสิทธิ์ค่อนขอดเล็กน้อย หลังจากเข้าใจเนื้อความในสัญญาแล้ว

“ทำไมฉันจะต้องอ่อนข้อให้พวกมันด้วยล่ะ แกจำไม่ได้เหรอ ว่าตอนที่ฉันไม่มีกิน แล้วกระเสือกกระสนไปพึ่งใบบุญพ่อแกน่ะฉันอยู่ในสภาพไหน” เขาไม่วายจะต่อว่าเพื่อน

“ไอ้จำได้มันก็จำได้ แต่แกก็ไม่ได้สูญเสียอิสรภาพซะหน่อย แล้วนี่อะไร อาทิตย์หนึ่งอยู่บ้านแกตั้งหกวัน จะกลับไปหาพ่อก็ต้องรีบกลับมาให้ทันตีห้า สายนาทีเดียวก็เป็นอันว่าสัญญายกเลิก มันจะไม่โหดไปหน่อยเหรอ แล้วถ้าเกิดเขาไปไหน แล้วเกิดเหตุฉุกเฉินจนมาไม่ได้ หรือมาไม่ทัน หรือมีอุบัติเหตุจนทำให้มาไม่ได้ ไอ้ที่เขาทำงานกับแกมามันก็สูญเปล่าสิวะ” เขาแย้งเพื่อน เพราะเห็นว่าสัญญาที่ทำนั้น ไม่ค่อยยุติธรรมสักเท่าไหร่

“ก็แล้วแต่เขาสิ กลัวจะมาไม่ทันก็ไม่ต้องกลับ แกอย่ามาว่าฉันนะ แกเป็นทนายของฉัน มีหน้าที่ทำงานให้ฉัน ไม่ใช่ไปเห็นใจฝ่ายตรงข้าม” เขาไม่วายจะว่าเพื่อนกลับ แต่ก็ไม่จริงจังอะไรนัก แล้วพิสิทธิ์เองก็รู้ดี

“ไปได้แล้ว แม่นั่นมารอก่อนเวลาตั้งชั่วโมงหนึ่งแล้ว สงสัยกลัวจะมาสาย เลยเผื่อเวลาไว้ซะเยอะเลย” เขาบอกแล้วก็เดินนำหน้าพิสิทธิ์ไป โดยไม่สนใจจะฟังคำติติงของเพื่อนแม้แต่น้อย จนพิสิทธิ์ต้องส่ายหน้าแล้วก็เดินตามเขาไปอย่างไม่มีทางเลือก

“ว่ายังไง ตกลงวันนี้เธอมีเงินมา หรือจะมาทำงาน”

เขาถามทันทีที่เข้ามาถึงห้องรับแขก ทั้งๆ ที่เขาเองก็พอจะอ่านเกมส์ออกว่าไม่มีวันที่ระพีพรรณจะหาเงินมาคืนเขาได้เป็น แล้วเขาก็ทรุดตัวลงนั่ง และเอาขาไขว้ห้างอย่างไม่แยแสต่อสายตาโสภาที่มองมาที่เขาอย่างขุ่นเคือง

“ฉันจะมาทำงานค่ะ เตรียมข้าวของมาแล้ว และนี่ก็พยานของฉันค่ะ คุณโสภา” เธอบอกเขาออกไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบ และไม่คิดอะไร เพราะเธอตั้งใจมาอย่างแน่วแน่แล้วว่า จะต้องอดทนให้มากที่สุด เพราะไม่เช่นนั้นเธอก็อาจจะทำภารกิจไม่สำเร็จ ดังที่ตั้งใจเอาไว้ก็ได้

แล้วเธอก็ให้สัญญากับตัวเองว่า ต่อให้เขาทำอะไรกับเธอมากแค่ไหน เธอก็จะไม่ถือโทษโกรธเคือง เพราะเธอเองก็เข้าใจเขาค่อนข้างมาก กับการกระทำของผู้เป็นพ่อและพี่ชาย ที่ทำต่อเขาและครอบครัว

“ดี! นี่ทนายของฉัน ชื่อพิสิทธิ์ เขาจะเป็นพยานให้ฉัน และเป็นทนายให้ครอบครัวฉันด้วย แล้วฉันกับเขาก็เปิดบริษัททนายด้วยกันด้วย ที่ฉันบอกเพื่อจะให้เธอรับรู้ว่าสัญญาที่ตกลงกันวันนี้ ไม่ได้ทำขึ้นมาแบบชุ่ยๆ แล้วเธออ่านร่างสัญญาเข้าใจดีทุกข้อแล้วใช่ไหม” เขาแนะนำเพื่อน แต่ไม่ปล่อยช่องว่างให้พิสิทธิ์ได้กล่าวทักทายเธอเลย ส่วนเธอก็ได้แต่ยิ้มให้และก้มหนั้าให้กับพิสิทธิ์แค่นั้น

“ค่ะ”

“แล้วมีคำถามเพิ่มเติมอะไรรึเปล่า” เขาไม่วายจะถาม

“เอ่อ! ไม่มีค่ะ” เธออยากจะถามอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่กล้า

“มีค่ะ!” โสภาอดที่จะถามแทนเธอไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าระพีพรรณอยากจะถามอะไร

“อะไร” เขามีน้ำเสียงไม่พอใจนัก

“ก็สัญญาคุณระบุว่า จะให้เพื่อนฉันทำงานทุกอย่างตามแต่คุณจะสั่ง ยกเว้นงานนั้นจะมีอันตรายหรือจะได้รับบาดเจ็บ หรือชีวิต แล้วถ้าเกิดคุณสั่งให้เพื่อนฉันไปทำงานพวก!  เอ่อ!  อะไรทำนองนั้นล่ะ มันรวมไปในสัญญานี้หรือเปล่า ที่ฉันถามก็เพื่อต้องการความกระจ่างเท่านั้นนะคะ” โสภารีบอธิบายเพราะไม่อยากให้เขากับทนายเข้าใจผิดว่าเธอดูจะจู้จี้กว่าคนที่จะมาทำงานเองด้วยซ้ำ

“คุณหมายถึงเรื่องอย่างว่าน่ะเหรอ! ถ้าใช่! คุณก็สบายใจได้เลยนะ ผมไม่ขายเพื่อนคุณหรอก หน้าตาอย่างนี้ ไม่รู้จะมีคนสนใจหรือเปล่า หรือถ้าคุณกลัวว่าผมจะสั่งให้เพื่อนคุณ ทำเรื่องอย่างว่าให้ผม คุณยิ่งไม่ต้องกังวลใหญ่เลยนะ ผมไม่เอาเลือดสะอาดๆ ของผม ไปเกลือกกลั้วกับไอ้พวกเลือดชั่วๆ ของเพื่อนคุณหรอก หรือถ้าไม่ไว้ใจหรือกลัว ก็ยกเลิกสัญญาก็ได้นะ ผมจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลา” เขาทำเสียงเดือดใส่โสภาอย่างเห็นได้ชัด

“เอ่อ! เพื่อนดิฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นหรอกค่ะ แต่ถ้าทำให้คุณเข้าใจผิดแบบนั้น ดิฉันก็ขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ สัญญาทุกข้อฉันอ่านเข้าใจดีแล้ว และก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรค่ะ” เธอต้องรีบออกรับแทนเพราะรู้ดีว่า โสภาเองก็เป็นคนเลือดร้อน

“คุณระพีพรรณยินยอมทำตามข้อตกลงทุกอย่างเลยใช่ไหมครับ” พิสิทธิ์รีบสรุปอีกที เพราะไม่อยากให้ดนุพรทำอะไรที่วู่วาม

“ค่ะ” 

“สาระสำคัญๆ ก็คือ คุณจะต้องทำงานตามที่คุณดนุพรสั่งทุกอย่าง ยกเว้นงานที่จะเป็นอันตรายแกตัวเองและชีวิต เวลาทำงานคือสิบหกชั่วโมงต่อวัน คือตั้งแต่ตีห้าถึงสามทุ่ม เวลาพักก็แล้วแต่จะว่างจากงาน ส่วนใหญ่งานบ้านก็ไม่ได้ทำตลอดอยู่แล้ว หรือนายจ้างอาจจะเรียกใช้เวลาใดก็ได้ นอกเหนือจากที่ระบุเอาไว้ในนี้ โดยลูกจ้างจะต้องไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น

สถานที่ปฏิบัติงานก็แล้วแต่นายจ้างจะสั่งการครับ แต่ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่บ้านนี้ สำหรับการลาป่วยก็ลาได้ตามป่วยจริง ส่วนลากิจไม่สามารถทำได้ หรือหากมีความจำเป็นจริงๆ ก็จะต้องได้รับความเห็นชอบจากนายจ้างก่อนลาเท่านั้น และหากนายจ้างอนุญาตให้ลากิจได้ ก็จะต้องกลับมาทำงานชดเชยให้นายจ้างในอัตราหนึ่งต่อห้า ก็คือลาหนึ่งวัน ต้องทำงานใช้ห้าวันครับ  ก่อนลาก็จะต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยสามวันครับ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป