บทที่ 3 ผมมาหาเจ๊
"ฉันเป็นห่วงพนักงานทุกคนนั่นแหละ อย่าหลงตัวเองนักเลย ไป กลับบ้านได้แล้ว" ซินดี้โบกมือไล่อีกครั้งก่อนจะเดินแยกไปทางห้องทำงานของเธอ
ชายหนุ่มมองตามร่างระหงไปจนลับตา เขาไม่ได้เดินกลับบ้านตามที่บอกเจ้านายสาว แต่เดินออกไปทางหลังร้านซึ่งมีรถตู้คันหรูจอดรออยู่แล้ว จอนห์เปิดประตูรถให้เจ้านายอย่างรู้หน้าที่
"เป็นยังไงบ้างครับบอส? งานวันแรกราบรื่นดีไหมครับ?" จอนห์ถามขึ้นเมื่อรถเริ่มเคลื่อนตัว
"ก็สนุกดี ได้เห็นอะไรแปลกใหม่หลายอย่าง" วินเซนต์เอนหลังพิงเบาะ หลับตาลงอย่างผ่อนคลาย
"แล้วเรื่องผู้หญิงคนนั้น บอสจะเอายังไงต่อครับ?"
"ก็แค่เล่นเกมไปเรื่อยๆ จนกว่าเธอจะยอมแพ้"
เสียงทุ้มตอบกลับอย่างเยือกเย็น แต่จอนห์ที่รับใช้มานานกลับสัมผัสได้ถึงประกายความตื่นเต้นในน้ำเสียงนั้น
วันรุ่งขึ้นวินเซนต์กลับมาทำงานที่บาร์อีกครั้งในเวลาเดิม วันนี้เขาได้รับมอบหมายให้ดูแลลูกค้ากลุ่มใหม่ ซึ่งก็ยังคงทำยอดขายได้ทะลุเป้าเหมือนเดิม
ความโด่งดังของวินซ์แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในหมู่นักเที่ยวกลางคืน ทำให้มีลูกค้าจองคิวขอเรียกใช้บริการเขาจนคิวยาวไปถึงสัปดาห์หน้า
ความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดของเด็กใหม่ทำให้ออแกนรู้สึกเสียหน้าอย่างหนัก จากที่เคยเป็นเบอร์หนึ่งและมีแต่คนรุมล้อม
ตอนนี้ลูกค้าประจำหลายคนเริ่มเปลี่ยนใจไปหาวินซ์แทน ออแกนทนดูต่อไปไม่ไหว จึงแอบนัดแนะกับเพื่อนโฮสต์อีกสองคนเพื่อสั่งสอนเด็กใหม่ให้รู้ที่ต่ำที่สูง
หลังเลิกงานขณะที่วินเซนต์กำลังเดินไปตามตรอกแคบๆ ด้านหลังบาร์เพื่อกลับไปยังจุดที่รถของจอนห์จอดรออยู่ ร่างของชายสามคนก็ก้าวออกมาขวางทางไว้ หนึ่งในนั้นคือออแกนที่มีสีหน้าถมึงทึง
"จะรีบไปไหนวะเด็กใหม่! เรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อย" ออแกนก้าวเข้ามาหาพลางหักนิ้วมือดังกรอบแกรบ
วินเซนต์หยุดเดิน เขามองประเมินสถานการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
"ผมเหนื่อยแล้ว อยากกลับบ้าน มีอะไรก็พูดมาตรงๆดีกว่าครับ" วินเซนต์ตอบเสียงเรียบ
"ปากดีนักนะมึง คิดว่าทำยอดได้เยอะแล้วจะมาเบ่งใส่พวกกูได้เหรอ วันนี้กูจะสั่งสอนให้มึงรู้ว่าใครเป็นใคร" ออแกนพยักหน้าให้เพื่อนอีกสองคนพุ่งเข้าไปจับตัววินเซนต์
แต่ยังไม่ทันที่มือของคนพวกนั้นจะแตะโดนตัว ชายหนุ่มก็เบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วพร้อมกับตวัดขากวาดลานใส่ชายคนหนึ่งจนล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น
ชายอีกคนพุ่งเข้ามาหมัดใส่ วินเซนต์ก็ยกแขนขึ้นปัดป้องได้อย่างง่ายดายก่อนจะสวนหมัดกระแทกเข้าที่หน้าท้องของอีกฝ่ายอย่างแรงจนทรุดลงไปจุก
ออแกนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาไม่คิดว่าเด็กใหม่ท่าทางสำอางจะต่อสู้เป็นและมีแรงเยอะขนาดนี้
เมื่อเห็นเพื่อนทั้งสองคนล้มลงไปกองกับพื้น ออแกนก็รีบล้วงมีดพับขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋ากางเกง
"มึงเก่งนักใช่ไหม!! เข้ามาสิวะ!" ออแกนตวาดลั่นพยายามข่มความกลัว
วินเซนต์มองมีดในมือของอีกฝ่ายด้วยแววตาสมเพช เขาค่อยๆปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตออกอย่างใจเย็น รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงทำเอาออแกนถึงกับก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
"ผมอุตส่าห์จะไม่ออกแรงแล้วนะ" วินเซนต์พึมพำเบาๆ
ชายหนุ่มพุ่งตัวเข้าหาออแกนด้วยความเร็วที่มองแทบไม่ทัน มือหนาคว้าข้อมือที่ถือมีดของอีกฝ่ายไว้แน่นก่อนจะบิดอย่างแรงจนออแกนร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
มีดพับร่วงหล่นลงพื้น วินเซนต์ใช้เข่ากระแทกเข้าที่สีข้างของออแกนซ้ำจนล้มลงไปนอนคุดคู้ร้องครวญคราง
"จำเอาไว้ อย่ามาหาเรื่องผมอีก ถ้าไม่อยากเจ็บตัวไปมากกว่านี้" วินเซนต์ก้มลงกระซิบข้างหูออแกนด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
เขาจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้ออแกนและพวกนอนเจ็บใจอยู่กลางตรอกมืดมิด
เช้าวันต่อมาข่าวเรื่องออแกนและเพื่อนโดนทำร้ายร่างกายแพร่สะพัดไปทั่วร้าน ซินดี้เรียกพนักงานทุกคนมาประชุมด่วนเพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ออแกนที่ใบหน้ามีรอยฟกช้ำอ้างว่าโดนวัยรุ่นรุมทำร้ายตอนเดินกลับบ้าน ไม่ได้พาดพิงถึงวินเซนต์แม้แต่น้อย เพราะรู้ดีว่าถ้าบอกความจริงไป ตัวเองก็จะมีความผิดที่ไปหาเรื่องพนักงานคนอื่นก่อน
ซินดี้มองหน้าออแกนสลับกับวินเซนต์ที่ยืนนิ่งสงบอยู่ด้านหลัง แม้จะไม่มีหลักฐาน แต่สัญชาตญาณของเธอบอกว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับเด็กใหม่คนนี้แน่ๆ
หลังเลิกประชุมซินดี้สั่งให้วินเซนต์ตามเข้าไปในห้องทำงานของเธอ ทันทีที่ประตูปิดลง หญิงสาวก็หันมาจ้องหน้าชายหนุ่มด้วยสายตาจับผิด
"นายมีอะไรจะบอกฉันไหมวินซ์ เรื่องของออแกน" ซินดี้ถามตรงๆ
"ผมไม่ทราบครับ เจ๊ก็เห็นว่าเขาบอกเองว่าโดนวัยรุ่นทำร้าย" วินเซนต์ตอบหน้าตาย
"อย่ามาโกหกฉัน ฉันรู้ว่านายกับออแกนไม่ถูกกันตั้งแต่วันแรก นายเป็นคนทำใช่ไหม?" ซินดี้เดินเข้าไปใกล้ กดดันด้วยสายตาดุดัน
"ถ้าผมบอกว่าใช่ เจ๊จะไล่ผมออกไหมครับ" วินเซนต์ไม่ปฏิเสธ เขากลับท้าทายด้วยคำถามที่ทำเอาซินดี้ถึงกับชะงัก
"นายยอมรับแล้วสินะว่านายทำร้ายเพื่อนร่วมงาน กฎของร้านคือห้ามทะเลาะวิวาทกันเอง นายก็รู้" ซินดี้พยายามทำเสียงแข็ง
"เขามาหาเรื่องผมก่อน ผมก็แค่ป้องกันตัว เจ๊จะให้ผมยืนเฉยๆให้พวกเขารุมกระทืบหรือไงครับ"
วินเซนต์ก้าวเข้าไปหาเจ้านายสาวจนเธอต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน
"แต่ก็ไม่ควรลงไม้ลงมือรุนแรงขนาดนั้น นายมันอันตรายเกินไป ฉันชักจะไม่แน่ใจแล้วสิว่ารับนายเข้ามาทำงานจะเป็นเรื่องดี"
ซินดี้พยายามเบี่ยงตัวหนี แต่วินเซนต์กลับใช้สองแขนค้ำยันกับขอบโต๊ะ กักขังเธอไว้ในอ้อมแขน
"กลัวผมเหรอครับ เจ๊ซินดี้"
วินเซนต์โน้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สายตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มสั่นไหว
"ฉันไม่เคยกลัวใคร ถอยออกไปนะ"
ซินดี้พยายามผลักอกแกร่ง แต่เหมือนผลักกำแพงหิน ชายหนุ่มไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
"ถ้าไม่กลัว แล้วทำไมใจเต้นแรงขนาดนี้ล่ะครับ" วินเซนต์กระซิบชิดริมฝีปากบาง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
"บอกแล้วไง ว่าผมไม่ได้มาหาเรื่องใคร ผมแค่มาหาเจ๊"
คำพูดกำกวมและระยะประชิดที่อันตรายทำเอาซินดี้ถึงกับหายใจติดขัด เธอพยายามรวบรวมสติเพื่อตอบโต้ผู้ชายตรงหน้า แต่สมองกลับขาวโพลนไปหมดเมื่อริมฝีปากอุ่นจัดของเขาก้มลงมาเฉียดแก้มของเธอไปเพียงนิดเดียว
