บทที่ 1 Intro

ประเทศไทย

แว่นตาสีดำค่อย ๆ ถูกดึงออกจากใบหน้าหล่อเหลา ก่อนที่เกรย์ กันต์ณทีป์จะยืนมองเจดีย์ที่บรรจุอัฐิของบุคคลสำคัญทั้งสองที่อยู่ตรงหน้า แววตาคู่คมแฝงไปด้วยความหม่นเศร้า เมื่อเห็นรูปถ่ายเปื้อนรอยยิ้มของคุณทวดทั้งสอง นั่นยิ่งทำให้ผู้ชายยิ้มยากอย่างเกรย์ยกยิ้มด้วยความคิดถึง

“คุณทวดครับ”

เสียงเล็ก ๆ ร้องเรียกชายชรา ที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานด้วยความขะมักเขม้น เรียกให้คุณทวดของเด็กชายเกรย์เงยหน้าขึ้นมา พร้อมกับส่งยิ้มอบอุ่นให้เหลนตัวน้อยอย่างอ่อนโยน

“คิดถึงจังเลยหลานทวด”

เสียงนี้ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเกรย์ พลันเป็นตัวกระตุ้นให้น้ำตาลูกผู้ชาย ไหลออกมาด้วยความคิดถึงคุณทวดทั้งสอง ที่ถึงแม้คุณทวดที่รักจะจากไปแล้ว แต่รอยยิ้มของท่านกลับยังงดงามอยู่ในใจเขาเสมอ

เขายังจำได้ดีในวันที่คุณทวดที่รักจากไป ใบหน้าของท่านเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับพึมพำบอกเขากับทุกคนว่า คุณทวดกฤษฎิ์มารับท่านแล้ว ก่อนที่ท่านจะสิ้นลมจากไปอย่างสงบ ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของลูกหลานพิสิฐกุลวัตรดิลกทุกคน

“น้องเกรย์กลับมาแล้วนะครับ”

เสียงนุ่มทุ้มบอกคุณทวดทั้งสอง พลางยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากใบหน้า ร่างสูงก้มหัวลงเล็กน้อย เพื่อทำความเคารพบุคคลที่รักยิ่งทั้งสองคน ที่บัดนี้ลาลับจากไป ทิ้งไว้เพียงความทรงจำที่ยังคงสวยงามเสมอ

ร่างสูงค่อย ๆ หันหลังเดินจากไป ท่ามกลางสายลมที่พัดผ่านมาต้องร่างเบา ๆ ราวกับว่าคุณทวดทั้งสองรับรู้ถึงการมาของเหลนตัวน้อย ที่บัดนี้เติบใหญ่และเดินตามรอยคุณทวดอย่างที่ท่านเคยคาดหวังเอาไว้

Smokin’ Pub

“นี่มึงเสียใจที่โดนพี่คิมบอกเลิกขนาดนั้นเลยเหรอวะเพลง”

เจ้าเอยถามเพลงพิณด้วยความสงสัย เพราะตั้งแต่ที่พวกเธอมาถึงผับ จนตอนนี้ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว เพื่อนรักอย่างเพลงพิณยังคงไม่หยุดดื่ม ทั้งที่ปกติแล้วเพลงพิณเป็นคนที่ดื่มแค่พอเป็นพิธีเท่านั้น เพราะเธอคนนี้ไม่ชอบการดื่มแอลกอฮอล์รสขมบาดคอสักเท่าไหร่

หากแต่วันนี้กลับแปลกไปจากทุกวัน เพราะเพลงพิณยกแก้วขึ้นดื่มครั้งแล้วครั้งเล่า จนเธอกับเอวาหันมองหน้ากัน พลางพากันตั้งข้อสงสัย ว่า เพลงพิณอาจจะกำลังเสียใจ ที่โดนพี่คิมหันต์แฟนหนุ่มรุ่นพี่ปีสี่บอกเลิกอยู่หรือเปล่า

“เหอะ สวย ๆ แบบกูทำไมต้องเสียใจให้กับผู้ชายที่คบกูหวังฟันด้วยวะ กูก็แค่เบื่ออะมึง เลิกกันไปแล้วทำไมไม่ยอมจบสักที ยังคอยโทรมารังควานกูอยู่ได้ทุกวัน ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายบอกเลิกก่อนแท้ ๆ ถ้ากูรู้ว่าพี่คิมมันจะน่ารำคาญขนาดนี้นะ กูชิงเลิกกับมันนานละ ไม่เสียเวลาทนคบนานถึงสามเดือนหรอก”

เพลงพิณสาวสวยที่ถูกโหวตว่า หน้าตาดีที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัยชื่อดัง กำลังบ่นด้วยความเบื่อหน่ายปนรำคาญแฟนหนุ่มคนล่าสุด ที่เป็นฝ่ายบอกเลิกเธอก่อน ด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่าเธอให้ไม่ได้ในสิ่งที่เขาต้องการ ซึ่งก็คือเรื่องของการมีความสัมพันธ์ ที่ลึกซึ้งตามประสาคนรักกันทั่วไป

แต่มันต้องไม่ใช่กับเพลงพิณคนนี้ ที่ถึงแม้ว่าจะผ่านการมีแฟนมาแล้วหลายคน แต่ทุกคนนั้นกลับได้ใกล้ชิดเธอมากสุดแค่การจับมือกัน

ซึ่งคิมหันต์แฟนคนล่าสุด ไม่ใช่ผู้ชายคนแรกที่บอกเลิกเธอด้วยเหตุผลนี้ เพราะแฟนทุกคนที่ผ่านมาของเธอ ต่างบอกเลิกเธอด้วยเหตุผลเดียวกับคิมหันต์ทั้งนั้น

แต่เพลงพิณก็ไม่เคยร้องไห้ฟูมฟาย หรือตีโพยตีพายที่ถูกบอกเลิก กับเหตุผลที่เธอมองว่าไร้สาระมากให้เสียเวลา แต่เธอกลับดีใจที่ไม่ต้องทนคบกับพวกผู้ชาย ที่หวังเพียงอยากเชยชมร่างกายของเธอเท่านั้น

ถึงเธอจะเป็นผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวเซ็กซี่ขี้ยั่วมากแค่ไหน แต่เธอกลับไม่เคยปล่อยตัวให้ใครได้เชยชมง่าย ๆ เพราะเชื่อว่าถ้าผู้ชายพวกนั้นรักเธอจริง พวกเขาจะยอมอดทนจนถึงวันแต่งงานได้สิ

จะมองว่าเธอหัวโบราณก็ได้ ในเรื่องเซ็กซ์ของคู่รัก แต่เธอแค่ต้องการมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต ให้กับคนที่คู่ควรเท่านั้น

"กูถามจริง ๆ เหอะเพลง มึงไม่อยากมีความรักที่ซาบซ่านซู่ซ่าบ้างเหรอวะ กูเห็นพวกคู่รักในมหา’ลัย เขาก็คบกันแบบคู่ผัวเมียกันทั้งนั้น"

เอวาเพื่อนสนิทของเพลงพิณอีกคนถามอย่างสงสัย เพราะตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยมา เพลงพิณมีแฟนมาทั้งหมดแล้วถึงห้าคน ซึ่งแต่ละคนนั้นเพื่อนของเธอคบเพียงสามเดือนก็เลิกรากันไปด้วยเหตุผลเดิม ๆ

ทว่าสำหรับเอวากับเจ้าเอยแล้ว การคบหากันจนไปถึงขั้นมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมดาของคนรักกัน ซึ่งทั้งสองคนต่างก็ผ่านเรื่องราวเหล่านั้นมาก่อน มีเพียงเพลงพิณคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงบริสุทธิ์ผุดผ่อง

"ซาบซ่านซู่ซ่าบ้านมึงสิเอวา ถึงกูจะชอบแต่งตัวเซ็กซี่ดูเหมือนจะขี้ยั่ว แต่กูก็รักตัวเองนะเว้ย ถ้าไม่เจอคนที่รักกูจริง ๆ กูไม่ยอมเสียซิงให้เด็ดขาดเลยคอยดู"

คำพูดเด็ดขาดของหญิงสาวโต๊ะข้างเคียง ทำเอาคนที่นั่งดื่มอยู่ในมุมเงียบ ๆ คนเดียวยกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ ในทัศนคติของสาวน้อยคนนี้ที่รักนวลสงวนตัว และไม่ยอมยกสิ่งมีค่าของตัวเองให้ใครง่าย ๆ

ซึ่งน้อยคนนักที่จะมีความคิดแบบนี้ คงต้องบอกว่ามีเพียงสาวหัวโบราณเท่านั้นแหละ ที่ยังคงคิดแบบนี้อยู่ ในสังคมที่คู่รักหลายคู่ต่างพากันถลำลึกกับความสัมพันธ์ลึกซึ้งทั้งทางกายและทางใจ

แต่พอถึงวันหนึ่งที่ความสัมพันธ์ไปต่อกันไม่ได้ และจบลงด้วยการเลิกรา ส่วนใหญ่แล้วผู้หญิงมักจะเป็นฝ่ายเสียใจและทำใจไม่ได้ ส่วนหนึ่งมาจากความสัมพันธ์ทางกายที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะลืมได้ง่าย ๆ นั่นเอง

"หึ แล้วผู้ชายแบบไหนกันนะที่เธอจะยอมเสียซิงให้"

เกรย์พึมพำเสียงเบาอยู่คนเดียว พลางยกแก้วเหล้าขึ้นควงเล่น นั่งฟังสาว ๆ สนทนากันมาสักพัก ก็ยกแก้วกระดกรวดเดียวจนหมด ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉย ถึงแม้ว่าเหล้าราคาแพงที่ไหลผ่านลำคอลงไป จะมีรสชาติคมจนบาดคอเพียงใดก็ตาม

นี่ก็เป็นเวลากว่าสองสัปดาห์แล้ว ที่เกรย์มานั่งดื่มเงียบ ๆ ที่นี่คนเดียว หลังจากที่เขาย้ายกลับมาอยู่เมืองไทยถาวร เพื่อรอเวลาพร้อมเข้ารับตำแหน่งประธานโรงพยาบาล N ที่คุณย่าแก้มใสยกให้เขารับช่วงต่อ ทันทีที่ได้รับความเห็นชอบจากลูกหลานตระกูลพิสิฐกุลวัตรดิลกทุกคน

"เฮีย เฮียเกรย์ ผมฝากบาร์ทีดิ หน้าร้านคนเยอะมาก เด็กเสิร์ฟไม่พออะเฮีย ผมขอแวบไปช่วยเขารับทิปแป๊บ"

อาร์มบาร์เทนเดอร์หนุ่มประจำผับ วิ่งมาร้องขอความช่วยเหลือจากเกรย์ ผู้เป็นลูกค้าประจำช่วงนี้ แม้จะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แต่กลับมีความสนิทสนมกันราวกับว่า รู้จักกันมานานนับสิบปี เพราะครั้งแรกที่เกรย์มาเที่ยว เขาสั่งเครื่องดื่ม Sex on the beach ค็อกเทลรสโปรดของเขา แต่อาร์มกลับทำรสชาติออกมาได้ไม่ถูกปากสักนิด...นั่นแหละจุดเริ่มต้นความสนิทของทั้งคู่

เกรย์จึงลงมือชงเองอย่างชำนาญ แล้วให้อาร์มลองชิมฝีมือเขาดูและเปรียบเทียบกับแก้วที่อาร์มทำ ซึ่งรสชาติกลมกล่อมของ Sex on the beach ทำให้อาร์มยอมรับอย่างไม่อายเลยว่า แก้วที่ตัวเองทำออกมานั้นห่วยแตกมาก

หลังจากวันนั้นอาร์มก็ขอร้องให้เกรย์ ช่วยสอนเขาชงค็อกเทลใหม่ ซึ่งเกรย์ที่กำลังว่างงานก็ตอบตกลงทันทีอย่างคนที่ไม่หวงวิชา เพราะคุณทวดมักจะสอนเขาอยู่เสมอว่า วิชาความรู้ที่มีหากมีประโยชน์ต่อผู้อื่น ก็จงแบ่งปันสิ่งนั้นให้เขา โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาคิดให้เปลืองพื้นที่สมอง

ซึ่งที่ผ่านมาเกรย์ก็มักจะแบ่งปันความรู้ของตัวเองให้ผู้อื่นอยู่เสมอ ยกเว้นสิ่งเดียวที่เขาไม่สามารถแบ่งปันให้คนอื่นได้จริง ๆ นั่นก็คือความสามารถในการเป็นจิตรกร

ฝีมือไม้ลายมือการวาดลายเส้นของเขานั้น เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณความเป็นศิลปิน ที่เขาไม่สามารถถ่ายทอดให้ใครได้

"อืม กำลังว่างจัด ไปโกยทิปให้เต็มที่เลย เดี๋ยวเฮียดูแลบาร์ให้"

เกรย์รับปากอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเฝ้าบาร์แทนอาร์ม แต่มันคือครั้งที่ห้าแล้ว ที่เจ้าเด็กทะลึ่งทะเล้นคนนี้ ฝากบาร์ให้เขาดูแลชั่วคราว ส่วนตัวเองก็วิ่งไปช่วยหน้าร้านเสิร์ฟเหล้า เพื่อโกยทิปที่ได้มากถึงสามพันบาทในแต่ละครั้งที่อาสาไปช่วย

"เฮียเกรย์ของอาร์มน่ารักที่สุดเลย"

อาร์มวิ่งเข้าไปสวมกอดเกรย์ด้วยความดีใจ และซาบซึ้งในความมีน้ำใจของคนพี่ ที่ยอมอยู่เฝ้าบาร์เครื่องดื่มแทนเขา ทั้งที่เกรย์ก็ไม่ใช่พนักงานของที่นี่ด้วยซ้ำ

และทุกครั้งที่อาร์มมาขอความช่วยเหลือ เกรย์กลับไม่เคยปฏิเสธเขาเลยสักครั้ง มันทำให้อาร์มรู้สึกรักและเคารพในตัวอีกคนมาก ถึงแม้ว่าอาร์มจะเพิ่งรู้จักเกรย์ได้ไม่นานก็ตาม

"เอวา เจ้าเอยเดี๋ยวกูมานะ ขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บ"

จังหวะที่เกรย์ลุกขึ้น เพื่อไปทำหน้าที่บาร์เทนเดอร์ชั่วคราวแทนอาร์ม เพลงพิณที่รู้สึกอยากจะเข้าห้องน้ำ ก็ลุกขึ้นพร้อมกับบอกเพื่อนสนิททั้งสองคน ที่พยักหน้าตอบรับคำพูดของเธอ แล้วบังเอิญหันไปสบตาเกรย์ที่อยู่ไม่ไกลกันอย่างไม่รู้ตัว

เกรย์มองผู้หญิงตรงหน้า ที่เขายอมรับกับตัวเองในใจเลยว่าเธอสวยมาก สวยราวกับรูปปั้นเทพีวีนัส จนเผลอมองด้วยสายตานิ่งเรียบ แต่หัวใจเจ้ากรรมดันแอบเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว

หึ ผู้หญิงคนนี้สินะแม่สาวหวงซิง

ส่วนเพลงพิณเอง ก็มองผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าด้วยหัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ด้วยความตกตะลึงกับใบหน้าหล่อเหลา ที่ดูดีไร้ที่ติไปหมดทุกส่วน

สองขาพลันก้าวไม่ออก ได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่และมองเขานิ่งราวกับต้องมนต์สะกด ยิ่งยามที่เขายกยิ้มมุมปากน้อย ๆ ยิ่งทำให้ใบหน้าหล่อเหลาดูดีมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก

เกรย์เป็นฝ่ายละสายตาไปก่อน แล้วเดินผ่านเพลงพิณ ที่ยกมือขึ้นมาแตะหน้าอกข้างซ้าย จนสัมผัสได้ถึงหัวใจดวงน้อยที่ยังคงเต้นแรง ถึงแม้ว่าเขาคนนั้นจะเดินผ่านไปแล้วก็ตาม

บทถัดไป