บทที่ 2 Smokin'Love ❤️วิมานรักสีเทา<1>ไปเป็นแฟนเธอตั้งแต่เมื่อไหร่?
“ขอ Pink แก้วหนึ่งค่ะ"
เพลงพิณทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทรงสูง พลางสั่งเครื่องดื่มค็อกเทลสุดโปรด ก่อนที่เธอจะอยู่ในท่านั่งเท้าคาง พลางจ้องมองร่างสูงที่ดูแปลกตาไปไม่เหมือนทุกวัน เพราะอาร์มเด็กประจำบาร์ที่เธอรู้จักนั้นค่อนข้างผอมบาง และมีผิวสีแทน ผิดกับคนตรงหน้าที่รูปร่างสมส่วน และมีผิวขาวจัดราวกับลูกคุณหนู
เกรย์หยิบจับส่วนผสมของเครื่องดื่ม ที่ลูกค้าสั่งอย่างคล่องแคล่ว เขาใช้เวลาเพียงสามนาที ก็หันกลับมาวางเครื่องดื่มลงตรงหน้าของผู้หญิง ที่เขาไม่คิดว่าจะบังเอิญเจอกันอีกครั้ง
แม่สาวหวงซิง ที่ตอนนี้ดวงตากลมโตของเธอกำลังจ้องมองมาที่เขา
"หล่อจัง"
คำพูดที่คิดอยู่ในใจเงียบ ๆ กลับเล็ดลอดออกมาจากปากเจ้าของเสียงหวานรื่นหู ที่คนพูดยังตกใจตัวเองที่เผลอคิดเสียงดัง จนหลุดออกมาทั้งเสียงและคำพูด ให้ขายหน้าผู้ชายที่สบตาเธอเพียงชั่วครู่เท่านั้น
ทว่าเขากลับหันไปชงเหล้าต่อเงียบ ๆ โดยที่ไม่สนใจเธอ ที่กำลังรู้สึกหัวใจห่อเหี่ยว เมื่อโดนผู้ชายตรงหน้าเมินเป็นครั้งแรกและคนแรก เพราะที่ผ่านมาเธอเป็นฝ่ายเมินผู้ชายมาตลอด แต่มาวันนี้สาวสวยอย่างเธอ กลับถูกผู้ชายที่หล่อมากคนนี้เมินอย่างไม่ไยดี
เหอะ มันจะมากไปแล้วนะ
"เชอะ คิดว่าตัวเองหล่อมากนักหรือไง"
ความคิดที่มีเสียงหลุดออกมาจากริมฝีปากสีแดงฉ่ำอีกครั้ง ทำเอาคนที่กำลังชงเครื่องดื่มอยู่คิ้วกระตุกอย่างมีน้ำโหนิด ๆ กับคำพูดเชิงประชดประชันจากแม่สาวหวงซิง
ก่อนที่เกรย์จะตัดสินใจ หันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้หญิงปากร้ายคนนั้น พลางยื่นหน้ามาหาเธอที่ชะงักเล็กน้อยด้วยความตกใจ เพราะระยะห่างระหว่างเขากับเธอมีเพียงลมหายใจกั้นเท่านั้น
“ถ้าไม่หล่อคุณคงไม่ชมหรอกจริงไหมครับ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อย่าแถนะครับว่าไม่ได้ชมผม เพราะสายตาคุณมองมาที่ผมตอนที่พูดคำว่าหล่อจังนี่นา หลักฐานมัดตัวขนาดนี้จะแถอีกไหมครับ”
เกรย์ดักทางอีกฝ่ายอย่างรู้ทัน เมื่อเธอตั้งท่าจะอ้าปากแก้ตัวตามที่เขาว่า เมื่อเห็นเธอชะงักไป เขาจึงหันกลับไปจัดของทุกอย่างให้เข้าที่อย่างเป็นระเบียบ
เพลงพิณหน้ามุ่ยอย่างหงุดหงิดใจ ที่โดนผู้ชายตรงหน้าเมินไม่พอเขายังรู้ทันเธออีกด้วย
มือบางยกเครื่องดื่มขึ้นกระดกทีเดียวจนหมดแก้ว ก่อนที่น้ำเสียงคุ้นหูจะดังขึ้นข้าง ๆ เธอ
“Whisky sour แก้วหนึ่งครับ”
เพลงพิณหันหน้ามองคนข้างกาย ที่กำลังร้องสั่งเครื่องดื่ม ในขณะที่คิมหันต์ยกยิ้มมุมปากให้เธอด้วยความเจ้าเล่ห์ พลางถือวิสาสะนั่งลงข้าง ๆ เธออย่างใกล้ชิด
แต่หญิงสาวกลับขยับหนีเขา ราวกับว่ารังเกียจคนข้างกายจนทนนั่งใกล้ ๆ กันไม่ได้ เกรย์เหลือบมองท่าทีแปลก ๆ ของหนุ่มสาวทั้งสองคนตรงหน้าด้วยความสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะละสายตากลับมาชงเครื่องดื่มต่อเงียบ ๆ
“ไงจ๊ะที่รัก หนีพี่คิมมานั่งตรงนี้เอง พี่ตามหาตั้งนาน”
คำพูดที่ราวกับว่าเธอยังคบกับเขาอยู่ ทำเอาเพลงพิณขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ เพราะคำพูดของเขา ดูเหมือนกำลังจงใจทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่า เธอกับเขาเป็นแฟนกันทั้งที่เลิกรากันไปแล้ว
“ถ้าเรียกผิดเพลงอนุญาตให้เรียกใหม่ได้นะคะพี่คิม เพลงไม่ใช่ที่รักของพี่ แต่เป็นแค่แฟนเก่าที่บังเอิญมาเจอกัน ทั้งที่เพลงน่ะไม่ได้อยากเจอพี่คิมเลยสักนิดต่างหากล่ะคะ”
เพลงพิณทักทายแฟนเก่ากลับไปอย่างไม่ไว้หน้าเลยสักนิด ส่วนคนที่โดนตอกย้ำสถานะแฟนเก่า ก็ทำเพียงหุบยิ้มลง พลางชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจ
แต่ยังไม่ทันที่คิมหันต์จะได้เอ่ยง้องอน หรือต่อปากต่อคำกับเพลงพิณ เครื่องดื่มที่เขาสั่งก็ถูกวางลงตรงหน้าเสียก่อน
“Whisky sour ได้แล้วครับ”
เกรย์ผายมือไปยังเครื่องดื่ม แล้วหันหลังให้คนทั้งคู่ ที่อยู่ในสถานะแฟนเก่าอันน่าอึดอัดใจ แล้วทำทีเป็นจัดอุปกรณ์ชงเครื่องดื่มให้เป็นระเบียบ แต่หูกลับคอยแอบฟังบทสนทนาของทั้งคู่อย่างเนียน ๆ
“เพลงครับ พี่คิมขอโอกาสได้ไหม เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมกันนะ”
คิมหันต์ไม่พูดเปล่า หากแต่มือใหญ่กลับยื่นไปจับมือเล็ก ที่สะบัดออกทันทีอย่างนึกรังเกียจ
ผู้ชายตรงหน้าคือคนที่เคยเอ่ยขอมีอะไรกับเธออย่างหน้าด้าน ๆ แต่พอเธอไม่ยินดีและยินยอม เขาก็โพล่งคำบอกเลิกเธอออกมา โดยที่ไม่หยุดคิดหรือทบทวนคำพูดของตัวเองแม้แต่น้อย
“เหมือนเดิมของพี่คิม คือการขอมีอะไรกับเพลง แต่พอเพลงไม่ยอมก็บอกเลิกแบบนี้เหรอคะ หึ พี่คิมคะ เพลงเป็นคนนะคะไม่ใช่ควาย ที่จะโง่กลับไปคบกับผู้ชายแบบพี่คิมซ้ำสอง”
ฝีปากจัดจ้านของเพลงพิณ ทำเอาคนที่ทำทีเช็ดแก้วอยู่ แอบหลุดยิ้มออกมาน้อย ๆ ด้วยความชอบใจในตัวเธอ ที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา คิดอะไรก็พูดออกมาแบบนั้น โดยที่คำพูดนั้นไม่ได้ปรุงแต่งให้สวยหรู เพื่อรักษาน้ำใจคนฟัง หากแต่เป็นคำพูดจากใจของเธอ ที่หนุ่มสาวสมัยนี้ชอบพูดกันว่าแมน ๆ คุยกัน
“แต่พี่คิมรักเพลงนะคะ รักมาก อีกอย่างเรื่องมีอะไรกันของคนที่คบเป็นแฟนกัน มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสักนิด ทุกวันนี้คนเป็นแฟนกันเขาก็มีอะไรกันทั้งนั้นแหละครับ”
“แต่เพลงไม่ได้รักพี่คิม และไม่เคยรักเลยสักนิด เราแค่อยู่ในช่วงทดลองคบกันเป็นแฟนไม่ใช่เหรอคะ เรื่องแบบนั้นสำหรับพี่คิม ที่ผ่านการมีแฟนมาแล้วหลายคน คงเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับเพลงแล้ว มันไม่ใช่ค่ะ พี่คิมอาจจะมองว่าเพลงหัวโบราณ แต่เพลงไม่คิดจะยกสิ่งที่มีค่าของเพลงให้ใครง่าย ๆ หรอกนะคะ”
เพลงพิณยังคงตอบโต้คิมหันต์อย่างเผ็ดร้อน ตอนนี้เธอทั้งหงุดหงิดและโมโห ที่ต้องมานั่งพูดถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาแล้ว กับผู้ชายดื้อด้านอย่างคิมหันต์
ในเมื่อเขาเลือกจบความสัมพันธ์กับเธอเอง แต่เขากลับไม่ยอมทำตามอย่างที่ปากพูดเลยสักนิด
“หึ สมัยนี้มันไม่มีแล้วเพลง ผู้ชายที่รักจริงและรอเพลงได้จนถึงแต่งงานน่ะ สงสัยเพลงคงอ่านนิยายมากเกินไปแล้วมั้งครับ เพราะผู้ชายดี ๆ พวกนี้มันมีแต่ในนิยายเท่านั้นแหละ”
คิมหันต์พูดขึ้นมาอย่างดูถูกความคิดของเธอ
เขามองว่าผู้ชายดี ๆ ทุกวันนี้นั้นหายากมาก มันแทบไม่มีหลงเหลืออยู่แล้ว ไอ้ประเภทที่รักและรอเปิดซิงเจ้าสาวในวันแต่งงาน เขาคนหนึ่งแหละที่คงอดใจรอไม่ได้จนถึงวันนั้น
“แต่แฟนใหม่เพลง เขาไม่เคยมีความคิดเหมือนพี่คิมเลยสักนิด”
เพราะความโมโหที่โดนแฟนเก่าดูถูก ทัศนคติและความคิดของตัวเอง ทำให้เพลงพิณพลั้งปากออกไปแบบนั้น ซึ่งพอพูดออกไปแล้ว เธอก็อยากจะกัดลิ้นตัวเองเสียจริง ๆ ที่ไม่ยั้งคิด
ส่วนคิมหันต์เมื่อได้ยินอย่างนั้น เขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นอย่างนึกขันเพลงพิณ ที่ไม่อยากคืนดีกับเขาจนต้องอ้างว่ามีแฟนใหม่แล้ว
“หึ เพิ่งเลิกกับพี่ได้แค่สองเดือน แต่กลับมีแฟนใหม่ได้รวดเร็วทันใจขนาดนี้ คิดว่าพี่จะเชื่อคำพูดของเพลงหรือไง ตั้งแต่ที่เราเลิกกัน พี่สั่งให้คนคอยตามดูเพลงตลอดเวลา ไม่เห็นมีใครหน้าไหนมันเข้ามาจีบเพลงเลยสักคน แต่ถึงจะมีเพลงก็ปฏิเสธจนพวกมันหน้าหงายกลับไป อย่ามาหลอกพี่เสียให้ยากเลยจ้ะเพลงจ๋า”
คิมหันต์บอกเพลงพิณ ด้วยไม่คิดที่จะเชื่อคำพูดของเธอเลยสักนิด เพราะตั้งแต่ที่เขาพลั้งปากบอกเลิกเธอด้วยความโมโห เขาก็ให้คนคอยตามดูความเคลื่อนไหวของแฟนเก่าตลอดเวลา ซึ่งเธอไม่ได้มีแฟนใหม่อย่างที่บอกเขา เพราะเวลาส่วนใหญ่ของเธอ คืออยู่กับเจ้าเอยและเอวาเพื่อนสนิท โดยที่ไม่มีตัวผู้หน้าไหนมาเกาะแกะเธอทั้งนั้น
“ดูเหมือนพี่คิมจะมั่นใจจังเลยนะคะว่า เพลงยังไม่มีแฟนใหม่น่ะ แต่พี่คิมอย่าลืมนะคะว่า คนของพี่คิมไม่ได้ตามดูเพลงตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงสักหน่อย”
เอาวะ เพลงพิณ ได้แถแล้วก็เอาให้สุดไปเลย ถึงจะไม่ได้เรียนเอกการแสดง แต่มารยาหญิงที่สั่งสมมาหลายปี เธอต้องงัดเอาออกมาใช้ให้หมด
เพลงพิณบอกตัวเองอยู่ในใจ ด้วยหัวใจที่เต้นแรงเพราะกลัวว่าคิมหันต์จะจับได้ว่า เธอกำลังโกหกเขาอยู่
ในขณะที่เกรย์ได้แต่ยิ้มน้อย ๆ กับเหตุการณ์ตรงหน้า ที่ดูเหมือนละครน้ำเน่าหลังข่าวเข้าไปทุกที
ให้เดาต่อจากนี้เธอคงหาใครสักคนมาสมอ้างเป็นแฟนสินะ
อืม ครบสูตรละครหลังข่าวเลยว่ะ หวังว่าแฟนใหม่ของเธอ คงไม่ใช่เขาที่อยู่ใกล้เธอที่สุดตอนนี้หรอกนะ
“หึ ถ้ามีจริง ๆ ก็พามาแนะนำให้พี่รู้จักหน่อยสิครับ พี่ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าแฟนใหม่ของเพลงมันจะหน้าตาดี และนิสัยดีขนาดไหนกันเชียว ขึ้นชื่อว่าผู้ชายร้อยทั้งร้อยนิสัยมันก็เหมือนกันหมดนั่นแหละน่า”
คำท้าทายของคิมหันต์ ทำเอาเพลงพิณหน้าเสียไปเพียงชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด เพื่อไม่ให้มีพิรุธ สมองน้อย ๆ ก็พยายามคิดหาทางออกสุดฤทธิ์ เพราะดูเหมือนว่าครั้งนี้ คิมหันต์จะไม่ยอมล่าถอยกลับไปง่าย ๆ ก็แหงแหละ เธอดันไปโกหกคำโตว่ามีแฟนใหม่แล้วนี่
ในขณะที่กำลังคิดหาทางออกจนปวดหัว ผู้ชายที่ยืนหันหลังให้เธอกับพี่คิมหันต์ และกำลังทำตัวราวกับอากาศธาตุ ก็ค่อย ๆ หันมาเผชิญหน้ากัน
แววตาที่ไหววูบสบเข้ากับดวงตาคมกริบของคนตรงหน้า โดยที่ไม่รู้ตัวความคิดแผลง ๆ ก็สั่งให้เพลงพิณตัดสินใจยื่นมือไปกระชากแขนผู้ชายแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ ให้เข้ามาแนบชิดกัน
“แต่แฟนใหม่คนนี้ของเพลง ไม่เหมือนผู้ชายร้อยทั้งร้อย ที่พี่คิมหันต์พูดถึงแน่นอน ใช่ไหมคะที่รัก”
รอยยิ้มหวานถูกส่งไปให้ผู้ชาย ที่ตกอยู่ในสถานะแฟนใหม่ของเพลงพิณอย่างไม่ทันตั้งตัว พลางส่งสายตาขอร้องอ้อนวอนให้เขา
คิมหันต์กำหมัดแน่นด้วยความโมโห เมื่อผู้ชายที่เป็นพนักงานบาร์เทนเดอร์ของที่นี่ ถูกเพลงพิณแนะนำให้เขารู้จักในฐานะแฟนใหม่
ส่วนคนที่ถูกแนะนำว่าเป็นแฟนใหม่ ของผู้หญิงที่กำลังควงแขนตัวเองอยู่ ได้แต่หลับตาลงช้า ๆ เพราะรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมากะทันหัน กับสถานะแฟนที่เกรย์ไม่เคยคิดจะใช้กับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น ไม่ว่าจะตอนนี้หรือในอนาคตก็ตาม
เพลงพิณพยายามส่งสายอ้อนวอนอีกฝ่ายสุดฤทธิ์ เมื่อเขายังคงเงียบไม่ยอมตอบรับคำพูดของเธอ
“ใช่ครับ คนรักกันไม่เห็นต้องมีเรื่องเซ็กซ์เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ถ้าคุณมีความคิดแบบนั้นอยู่ในหัว ทั้งที่เพิ่งคบกันได้ไม่นาน เขาเรียกว่ารักหวังฟันครับ สำหรับผม ต่อให้ต้องรอเพลงไปจนถึงวันแต่งงานของเรา ผมก็รอได้ครับ เพราะความรักที่ผมมีให้เพลง คือความรักที่หวังเพียงให้เธอมีความสุขในทุกวัน แล้วมีผมคอยอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป”
เกรย์ตอบรับคำพูดนั้นอย่างหนักแน่น แล้วกุมมือเล็กของเธอเอาไว้ พร้อมทั้งส่งยิ้มปลอบโยนมาให้เธอ ที่หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ กับคำพูดของเขาผู้ชายที่เธอหวังเพียงดึงเขาเข้ามาในชีวิตชั่วคราวเท่านั้น
โดยที่เพลงพิณและเกรย์ไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่า ละครทุกเรื่องเมื่อมีตอนแรก ก็ย่อมต้องมีตอนจบ ที่บทสรุปจะสมหวังหรือผิดหวัง ก็ขึ้นอยู่กับตัวละครเอกของเรื่องว่า จะดำเนินเรื่องราวให้จบลงอย่างไร
เช่นเดียวกับบทละครเรื่องนี้ ที่สุดท้ายแล้วบทสรุปจะเป็นอย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับเธอและเขาเพียงสองคนเท่านั้น
Smokin'Love ❤️วิมานรักสีเทา<2>จูบที่แสนหวานแทนคำขอบคุณ
“หึ หน้าหล่อ ๆ แบบมันเนี่ยนะจะรักเพลงจริง ดีไม่ดีมันอาจจะคบกับผู้หญิงหลายคนอยู่ก็ได้ ซื่อ ๆ แบบเพลงตามมันไม่ทันหรอก”
คิมหันต์พูดอย่างดูถูกเกรย์
เขาไม่มีวันเชื่อว่า ผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลาอย่างแฟนใหม่ของเธอ จะรักเดียวใจเดียว ดูทรงหน้าตาดีมากขนาดนี้ คงมีสาว ๆ แวะเวียนมาขายขนมจีบ ไม่ก็ชวนขึ้นเตียงไม่เว้นแต่ละวัน ขนาดตัวเขาเองหน้าตาก็จัดว่าหล่อเหลา ถึงจะไม่เท่าแฟนใหม่ของเพลงพิณ แต่สาว ๆ ต่างก็พากันแวะเวียนมาทำความรู้จักกับเขาแทบทุกวัน
คำพูดจาดูถูกจากผู้ชาย ที่เกรย์คิดว่าหน้าตาดีไม่ได้ครึ่งของเขาเลยสักนิด ทำเอาคนที่อยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์บาร์ ต้องกระโดดข้ามฝั่งมา ท่ามกลางความตกใจของเพลงพิณ และคิมหันต์ที่ผงะถอยหลังจนเกือบตกเก้าอี้ เพราะฝ่าเท้าของเกรย์นั้น เหวี่ยงเฉียดใบหน้าของเขาเพียงนิดเดียวเท่านั้น
ร่างสูงในชุดบาร์เทนเดอร์ เดินไปหยุดอยู่ข้าง ๆ เพลงพิณ และยกมือขึ้นโอบไหล่บอบบางเข้ามาแนบชิด ทำเอาคนที่โดนโอบ ถึงกับใจเต้นแรงด้วยความหวั่นไหว
กลิ่นหอมที่ชวนหลงใหลของคนข้างกาย ทำเอาเพลงพิณเผลอสูดดมกลิ่นหอม ๆ เข้าไปเต็มปอด
ผู้ชายอะไรตัวหอมชะมัด หอมจนเธออยากจะเอนตัวลงไปซบอกให้มันรู้แล้วรู้รอด
“อย่าดูถูกความรักของผมสิครับ ถึงผมจะหน้าตาดีมาก แต่ผมก็รักเดียวใจเดียวนะครับ”
เกรย์ไม่เพียงแค่พูด หากแต่ใบหน้าหล่อเหลากลับก้มลงมาหาเพลงพิณ จนจมูกของทั้งคู่แตะกันเบา ๆ แล้วยกยิ้มมุมปากน้อย ๆ ทำเอาคนที่แอบใจเต้นในครั้งแรก กลับใจเต้นแรงอีกครั้งราวกับมีกลองรัวในอก เมื่อรอยยิ้มของคนตรงหน้าช่างละมุนเสียจน เธอเผลอคิดอยากจะครอบครองเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว
หึ เล่นใหญ่ให้เด็กมันดูสักหน่อยแล้วกัน อยากให้เขาเป็นแฟน เขาก็จะเป็นให้ ปกติแล้วเขาไม่ค่อยชอบยุ่งเรื่องของใครสักเท่าไหร่ แต่วันนี้คงต้องแสดงละครเป็นแฟนปลอม ๆ ให้ไอ้หน้าอ่อนนี่มันดูสักหน่อย
เกรย์คิดในใจอย่างนึกสนุก ในขณะที่คิมหันต์ได้แต่กำหมัดแน่น กับความใกล้ชิดของคนทั้งคู่ ที่ดูจะหวานกันจนลืมไปว่า เขายังคงนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้
“หึ ความรักบางทีมันก็กินไม่ได้เสมอไป เป็นแค่เด็กชงเหล้า แต่ริอ่านเอื้อมไปเด็ดดอกฟ้าที่สูงส่ง ช่างไม่เจียมตัวเอาเลยนะมึง นี่ถ้าพ่อเพลงรู้ว่าเพลงคบเด็กชงเหล้าเป็นแฟน พี่ว่าคุณอาคงจะผิดหวังในตัวของเพลงมากนะ”
คำพูดที่ยังคงดูถูกดูแคลนเกรย์ของคิมหันต์ ทำเอาคนที่กำลังอยู่ในอารมณ์หวานซึ้ง ที่ตัวเองคิดไปเองคนเดียว ต้องสะกดกลั้นอารมณ์เอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มอย่างไม่สบอารมณ์
เมื่อคุณค่าของความเป็นคน ที่ต้องการมีความรักอันลึกซึ้ง ถูกลดทอนด้วยฐานะทางสังคมที่ไม่เท่าเทียมกัน คิดมาถึงตรงนี้แล้ว เกรย์ก็อยากจะหัวเราะให้กับความเหลื่อมล้ำทางสังคมของที่นี่ ที่มักตัดสินคนด้วยความรวยและความจน โดยไม่คำนึงถึงความดีหรือความจริงใจเลยสักนิด
“ขอโทษนะคะพี่คิม ผู้หญิงแบบเพลงเน้นรักไม่เน้นรวยค่ะ ยังไงเพลงก็รักแฟนคนนี้ที่สุด ก็แหม แสนดีที่หนึ่งขนาดนี้ ตกหลุมรักรอบที่ร้อยแล้วค่ะ”
มือบางยกขึ้นบีบแก้มของเกรย์ พลางจับส่ายไปมาเบา ๆ ทำเอาคนที่ไม่เคยถูกแม้แต่มารดาเล่นแก้มชะงักไปด้วยความตกใจ เพราะแก้มคือบริเวณที่เขาหวงที่สุดตั้งแต่โตเป็นหนุ่มมา
แต่ตอนนี้แก้มที่เขาหวงนักหนา กลับถูกบีบถูกดึงเล่นจากผู้หญิงตรงหน้า ที่อยู่ในสถานะแฟน (ปลอม ๆ) จากสถานการณ์ที่เขาตกกะไดพลอยโจน
อะไรวะ ตั้งใจมาเที่ยวผ่อนคลายแต่ดันมีแฟนไม่ทันตั้งตัว
หึ เล่นแก้มเขาใช่ไหม ได้เลย...
ถ้าอย่างนั้นเขาก็ขอเล่นกลับคืนแล้วกันจะได้วินวิน
“เกรย์ก็รักเพลงที่สุดเหมือนกันครับที่รัก”
เกรย์ยิ้มตบท้ายด้วยคำพูดเจ้าเล่ห์ แล้วก้มหน้าลงไปหอมแก้มเพลงพิณฟอดใหญ่ด้วยความชื่นใจ แต่คนถูกหอมแก้มกลับเบิกตากว้างอย่างตกใจ
อะไรเนี่ย! เธอไม่คิดว่าแฟนปลอม ๆ ของเธอจะเล่นใหญ่ ด้วยการถึงเนื้อถึงตัวขนาดนี้
มือบางเผลอยกขึ้นผลักอีกคนให้ออกห่าง แต่พอเหลือบไปเห็นสายตาของคิมหันต์ที่มองมา เพลงพิณก็ได้แต่กลั้นใจ ให้จมูกโด่งของคนข้างกายคลอเคลียที่แก้มเธอต่อไป
“หึ ดูจะรักกันดีอย่างที่พูดสินะ แต่ระวังจะรักกันไม่ยืดล่ะ ดอกฟ้ากับหมาวัด มันไม่มีทางไปด้วยกันได้หรอก”
“ความรักมันไม่ได้วัดที่ความรวยหรือความจนหรอกครับ เขาวัดกันที่ใจต่างหาก ถึงผมจะเป็นแค่เด็กชงเหล้า แต่ผมก็มีหัวใจและมีความรักที่จริงใจให้กับเพลง”
“ผมอาจจะไม่รวยเท่าคุณ แต่ผมอาจจะทำให้เพลงมีความสุขมากกว่าที่เคยคบกับคุณก็ได้ ซึ่งข้อนี้ผมมั่นใจว่าเพลงจะมีความสุขที่สุดในฐานะแฟนของผม ‘เกรย์ กันต์ณทีป์’ คนนี้”
คำพูดที่ดูแสนธรรมดา แต่กลับให้ความรู้สึกจริงใจ จนเพลงพิณรับรู้ได้ว่า สิ่งที่ผู้ชายคนนี้พูดออกมา เขาจะทำให้แฟนตัวจริงของเขามีความสุขอย่างที่พูดแน่นอน
เธอชักจะอิจฉาผู้หญิงคนนั้นซะแล้วสิ ที่ได้แฟนที่ดีและจริงใจแบบนี้
ถึงเขาจะแอบปากแซ่บไปหน่อย แต่ทุกคำพูดเธอรู้ว่ามันไม่ได้ถูกปรุงแต่งให้ดูดีเลยแม้แต่น้อย
“คำพูดก็แค่น้ำลาย ใครจะพ่นมันออกมาแบบไหนก็ได้ แล้วฉันจะคอยดูว่า สิ่งที่แกพูดมันจะเป็นไปได้มากแค่ไหน แต่ในสายตาของฉันแล้ว มันไม่มีทางเป็นไปได้ว่ะ หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือเท่ากับศูนย์”
จบประโยคคิมหันต์ก็ลุกขึ้น และเดินจากไปทันที ทิ้งให้เกรย์กับเพลงพิณค่อย ๆ หันมามองหน้ากัน ก่อนที่ทั้งคู่จะดีดตัวออกจากกัน ราวกับเพิ่งคิดได้ว่าคิมหันต์ไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว
“ขอโทษคุณด้วยนะคะ ที่ลากเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง”
เพลงพิณเอ่ยขอโทษร่างสูง ที่ผละไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ เธออย่างรู้สึกผิด เพราะความอยากเอาชนะพี่คิมหันต์ ทำให้เธอพลั้งปากบอกว่าเขาเป็นแฟนทั้งที่เธอกับเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ
“หึ จะบอกว่าไม่เป็นไรก็ดูจะเสแสร้งเกินไป หวังว่าเรื่องแฟนปลอม ๆ ของเราจะจบลงแค่วันนี้นะครับคุณ”
คำพูดที่แสนเย็นชาของคนข้างกาย ทำเอาเพลงพิณรู้สึกงอนไม่ได้ทั้งที่เธอไม่ได้เป็นแฟนจริง ๆ กับเขาสักหน่อย
โธ่เอ๊ย ก่อนหน้านี้ยังหวานกับเธออยู่เลย พอพี่คิมหันต์ไปแล้ว ก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา ทำตัวราวกับเป็นน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ
นี่เขาใช่คนคนเดียวกับผู้ชายก่อนหน้านี้ไหมเนี่ย ทำไมถึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนไวขนาดนี้เล่า
“ขอโทษอีกครั้งนะคะ แต่ก็ยินดีที่ไม่รู้จักค่ะ สายไปหน่อยคุณคงไม่ว่าอะไรเนอะ”
จบประโยคคนตัวเล็กไซซ์มินิในความคิดของเกรย์ ก็กระโดดลงจากเก้าอี้พลางหันหลังกลับไป คล้ายกำลังจะหนี แต่มือใหญ่กลับจับข้อมือเล็กเอาไว้แล้วกระชากเบา ๆ จนร่างบางเซถลาเข้าสู่อ้อมกอดอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ผมไม่ได้ต้องการคำขอโทษจากคุณ สิ่งที่ผมต้องการคือคำว่าขอบคุณต่างหาก ลืมหรือเปล่าครับคุณ”
เขายกยิ้มเบา ๆ หลังจบประโยค ทว่าไม่ทันให้เอได้ตั้งตัว ริมฝีปากสีไวน์ก็ประทับลงบนริมฝีปากสีพีชน่าจูบ ก่อนที่เกรย์จะเป็นฝ่ายขบเม้มกลีบปากอวบอิ่มราวกับกำลังหยอกล้อ ส่วนคนที่โดนช่วงชิงจูบแรกไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ได้แต่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
ชายหนุ่มใช้ชั้นเชิงที่เหนือกว่า หลอกล่อให้คนที่กำลังจะปฏิเสธจูบจากเขายอมเปิดปาก ให้เขาได้เข้าไปสำรวจความหอมหวานอย่างเพลิดเพลิน
ท่ามกลางผู้คนที่เดินสวนกันไปมา
ท่ามกลางเสียงเพลง ที่กลบทุกเสียงรอบข้าง จนไม่ได้ยินอะไรเลย นอกจากเสียงลมหายใจของกันและกัน
ท่ามกลางความรู้สึกที่เริ่มหวั่นไหว จนแทบควบคุมตัวเองเอาไว้ไม่อยู่
จูบที่แสนอ่อนโยนจากผู้ชายแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกันเพียงไม่นาน
กลับหวานละมุนและตราตรึงใจ ราวกับนิทราที่แสนหวานในค่ำคืนนี้
