บทที่ 4 Smokin'Love ❤️วิมานรักสีเทา<3>บทละครที่ต้องดำเนินต่อไป
มหาวิทยาลัย S
เจ้าเอยกับเอวาหันมามองหน้ากันด้วยความแปลกใจระคนสงสัย เมื่ออยู่ ๆ เพื่อนรักของเธอ ที่กำลังนั่งใจลอยยกมือขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากเบา ๆ ครู่หนึ่งใบหน้าก็แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก เหมือนกับว่าเพลงพิณกำลังคิดเรื่องที่ทะลึ่งตึงตังอยู่ในหัวอย่างไรอย่างนั้นเลย
ปัง!!
“ว้าย”
เสียงตบโต๊ะทำเอาคนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ได้สติ เพลงพิณสะดุ้งตัวน้อย ๆ แล้วมองหน้าเพื่อนสนิททั้งสองคน ที่ยื่นหน้าเข้ามาหาเธอราวกับกำลังจับผิดกับพฤติกรรมแปลก ๆ ของเธอ เพราะตั้งแต่ที่กลับมาจากไปเที่ยวในคืนนั้น เพลงพิณก็เปลี่ยนไปและเหม่อลอยอยู่บ่อย ๆ
ปกติแล้วเพื่อนของเธอคนนี้ ถึงแม้จะมีเรื่องภายในใจมากมายแค่ไหน แต่เพลงพิณก็ไม่เคยนั่งเหม่อหรือใจลอยเลยสักครั้ง แต่สองสามวันที่ผ่านมา เพื่อนของพวกเธอเอาแต่นั่งเหม่อ แล้วก็ยกมือขึ้นลูบที่ปากบ่อยครั้ง จนพวกเธอพากันตั้งข้อสันนิษฐานว่า วันนั้นที่เพื่อนเธอหายไปนาน ต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่ ๆ เลย เพียงแต่เพลงพิณไม่ยอมปริปากบอกพวกเธอ จะด้วยเหตุผลอันใดก็ไม่อาจจะล่วงรู้ได้
“มึงจะนั่งใจลอยไปถึงไหนคะเพื่อน นี่นั่งใจลอยมานานแล้วนะ เดี๋ยวก็หน้าแดง เดี๋ยวก็ลูบปาก สรุปมึงเป็นอะไรของมึงกันแน่เพลง”
เอวาที่ทนไม่ไหว ตัดสินใจเอ่ยถามเพลงพิณตรง ๆ แต่คำถามของเพื่อน ทำให้เหตุการณ์ในค่ำคืนนั้นแวบเข้ามาในหัวของเธออีกครั้ง จนเพลงพิณต้องเม้มปากด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
ใจหนึ่งก็รู้สึกเสียใจที่เสียจูบแรกให้กับผู้ชายแปลกหน้า แม้จะหน้าตาหล่อมากขนาดไหน แต่ก็เป็นใครที่ไหนก็ไม่รู้
แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกดีใจ ที่จูบแรกของเธอคือเขา
จูบที่แสนอ่อนโยนและเร่าร้อน จนเธอเผลอยกมือขึ้นคล้องคอเขาด้วย
อ๊าย เพลงพิณเธอทำเรื่องน่าขายหน้าแบบนั้นลงไปได้ยังไง
สองมือพลันยกขึ้นปิดหน้าด้วยความเขิน เมื่อคิดไปถึงตอนที่เธอจูบตอบเขา ไหนจะการตอบรับสัมผัสนั้นอีก
หรือวันนั้นเธอเมามาก ก็เลยทำให้เผลอทำตัวน่าอายแบบนั้นออกไป
“เพลงมึงเป็นไรมากปะเนี่ย กูแค่ถามยังไม่ได้ทำอะไรเลย มึงจะหน้าแดงแล้วแดงอีกแบบนี้ไม่ได้นะ ทำตัวแปลก ๆ แบบนี้แปลว่าวันนั้นต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ ๆ จะบอกดี ๆ หรือต้องให้ใช้กำลังคะเพื่อน”
เจ้าเอยถามเพื่อนบ้าง แล้วเคลื่อนกายขยับเข้าไปนั่งข้าง ๆ เพลงพิณ ส่วนอีกด้านหนึ่งก็เป็นเอวา ที่ขยับเข้ามานั่งใกล้ ๆ เพลงพิณเช่นกัน
กลายเป็นว่าตอนนี้สองสาวเพื่อนสนิท พร้อมจะหยุมหัวเพลงพิณ เพื่อเค้นความจริงที่พวกเธออยากรู้ แต่เพื่อนกลับปิดเป็นความลับ
“ไม่ยอมบอกใช่ไหม ได้เลยเดี๋ยวรู้กัน”
จบประโยคของเอวา ทั้งสองสาวก็เตรียมจี้เอวเพื่อน เพื่อให้เพลงพิณคายความลับออกมา แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองสาวจะได้ลงมือ เพลงพิณก็ยกมือขึ้นเบรกพวกเธอทั้งสองคนเอาไว้ก่อน ทำให้มือที่เตรียมประทุษร้ายเพื่อนหยุดชะงักค้างกลางอากาศ
“ยอมแล้ว ๆ เล่าก็ได้”
มือที่ค้างอยู่กลางอากาศของสองสาว เปลี่ยนเป็นมาแตะมือกันด้วยความถูกใจ แล้วยื่นหน้ามาจนชิดแก้มเนียนของเพลงพิณ ที่ยังคงแดงไม่หยุด แสดงออกชัดเจนว่า ต้องการใส่ใจเรื่องที่เพื่อนจะเล่าอย่างใกล้ชิด
“เรื่องมันมีอยู่ว่า...”
“อ๊ายยยย เพลงเรื่องฟินขนาดนี้ ทำไมมึงไม่ยอมเล่าให้พวกกูฟังเลย นี่ขนาดกูไม่ได้โดนจูบเอง ยังฟินขนาดนี้เลยอะมึง”
เอวายกมือขึ้นจับที่ใบหน้าด้วยความเขิน เมื่อเพลงพิณเล่าเรื่องของเธอกับผู้ชายแปลกหน้าให้พวกเธอฟัง ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้เห็นหน้าตาของผู้ชายคนนั้นว่าหล่อแค่ไหน แต่เธอมั่นใจว่าเรดาร์ของเพลงพิณทำงานได้ดีแน่นอน เพราะน้อยมากที่เพลงพิณจะชมใครว่าหล่อ
ขนาดพี่คิมหันต์ที่เพิ่งเลิกรากันไป หน้าตาก็เข้าขั้นหล่อ แต่เพลงพิณไม่เคยใช้คำว่าหล่อมากชมแฟนเก่าเลย แปลว่าผู้ชายคนนั้นต้องหน้าตาดีมากอย่างแน่นอน
“ใครจะกล้าเล่าให้ฟังวะ ขนาดแฟนตัวเองแท้ ๆ กูยังไม่เคยให้กอดจูบเลย แล้วนี่เขาเป็นใครก็ไม่รู้ แต่กูดันยอมให้เขาจูบเฉยเลย กูใจง่ายไปไหมอะพวกมึง”
เสียงหวานพูดอ่อย ๆ บอกเพื่อนอย่างรู้สึกผิด ต่อปณิธานอันแน่วแน่ของตัวเอง ที่เคยตั้งใจว่าจะไม่มีจูบแรก หรือความสัมพันธ์ทางกายกับแฟนคนไหนทั้งนั้น จนกว่าเธอจะแต่งงาน
แต่กับเขาคนนี้ เพียงแค่ครั้งแรกที่ได้สบตา เธอก็ราวกับต้องมนต์สะกด
ใบหน้าหล่อเหลาดูดีและมีเสน่ห์ อย่างที่เธอไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรง จนแทบไม่เป็นจังหวะ ยิ่งยามที่เขายกยิ้มน้อย ๆ นั่นอีก มันดูดีเสียจนเธอแทบละลาย
ความรู้สึกแบบนี้เพิ่งเคยเกิดขึ้นกับเธอเป็นครั้งแรก ทั้งที่ก็เคยผ่านการมีแฟนมาแล้วหลายคน
“ว้าย เพื่อนเพลงพูดแบบนี้ กูชักจะอยากเห็นหน้าบาร์เทนเดอร์หนุ่มหล่อคนนั้นซะแล้วสิ เสน่ห์อะไรในตัวของเขากันน้า ที่ทำให้แม่ชีอย่างเพื่อนเพลงเผลอใจ จนยอมให้เขาจูบได้ง่าย ๆ แบบนี้”
คำพูดของเจ้าเอย ยิ่งทำให้ใบหน้าสวยเฉี่ยวแดงก่ำด้วยความอาย
เกิดมาจนอายุ 21 ปี ไม่มีครั้งไหนเลยที่เธอจะรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน แต่เขากลับเป็นผู้ชายคนแรกและคนเดียว ที่เธอยอมฉีกกฎเหล็กของตัวเอง
หรือเพราะว่าเธอเมามากกันแน่นะ...
“แล้วจะรออะไรล่ะ คืนนี้เลยเป็นไง กูก็อยากจะรู้เหมือนกัน คำว่าหล่อมากของเพลง มันจะหล่อขนาดไหนเชียว”
เจ้าเอยรีบยกมือขึ้น เห็นดีเห็นงามด้วยกับคำพูดของเอวา เพราะเธอเองก็อยากจะเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นเหมือนกันว่า จะหล่อสักแค่ไหน
เพลงพิณเมื่อเห็นเพื่อนทั้งสองคนต่างเห็นดีเห็นงามไปด้วยกัน ก็เตรียมอ้าปากจะท้วงติง แต่เอวากลับชี้หน้าเธออย่างรู้ทัน
“หุบปากไปเลยจ้ะเพื่อนรัก เอยกับกูเห็นด้วยตรงกัน ถือว่าเป็นสองต่อหนึ่งเสียง ชนะหนึ่งเสียงเห็น ๆ เพราะงั้นแกต้องยอมแล้วจ้ะเพื่อน”
คำพูดสรุปออกมาเป็นเอกฉันท์ ทำเอาปากเล็ก ๆ ที่อ้าค้างอยู่ค่อย ๆ หุบลงอย่างจำยอม
เธอได้แต่หวังว่าคืนนี้ เขาคงลาป่วยหรือไม่ก็ติดธุระ จนไม่สามารถมาทำงานได้ แต่จะว่าไปแล้ว เพลงพิณเป็นลูกค้าประจำของผับนี้มานานถึงสามปี เธอกลับไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อนเลยสักครั้ง
หรือเขาจะเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานกันนะ
เธอคิดคนเดียวไปต่าง ๆ นานา ก่อนที่จะโดนเพื่อนสาวทั้งสองคนลากกลับคอนโด เพื่อเตรียมตัวออกท่องราตรีในค่ำคืนนี้
Smokin’Pub
ร่างสูงภายใต้เสื้อยืดสีเทากับกางเกงยีนธรรมดา แม้จะแต่งตัวง่าย ๆ แต่กลับไม่ได้ทำให้ออร่าความหล่อของเขาลดลงเลยแม้แต่น้อย
วันนี้ก็เหมือนเฉกเช่นทุกวัน ที่เกรย์มานั่งดื่มเงียบ ๆ คนเดียว หลังจากที่เขาเพิ่งเคลียร์งานเสร็จ
ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่เข้าไปรับตำแหน่งประธานโรงพยาบาล N อย่างเต็มตัว แต่ธุรกิจสีเทาของเขาที่อิตาลี ก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป ภายใต้การบริหารของเขา ผู้เป็นทายาทโดยตรงของหมอกฤษฎิ์ พิสิฐกุลวัตรดิลก
“เฮีย เฮียเกรย์”
ร่างสูงที่วิ่งหน้าตั้งมาทางเขา ทำให้เกรย์ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เขากะจะนั่งดื่มชิลล์ ๆ แต่เจ้าอาร์มก็ดันวิ่งหน้าตั้งจนหอบขึ้นคอมาหาเขา
สงสัยว่าคงจะอยากไปดูคอนเสิร์ตวงโปรดแน่นอนเลย เพราะวันนี้ที่ผับจ้างนักร้องชื่อดังมาเปิดมินิคอนเสิร์ตที่ร้าน จึงทำให้วันนี้คนแน่นร้านกว่าปกติ
แต่นั่นมันก็คนละโซนกับโซนที่เขามานั่งดื่ม เพราะคนส่วนใหญ่ที่ไปออกันอยู่หน้าเวที มีแต่เด็กมหา’ลัยกันทั้งนั้น ส่วนโซนที่เขานั่งอยู่ มีแต่หนุ่มสาววัยทำงานที่เน้นนั่งดื่มเงียบ ๆ เพื่อต้องการดื่มด่ำกับรสชาติของเครื่องดื่ม ที่มีทั้งไวน์ชื่อดัง เหล้าราคาแพง และเบียร์สดรสชาติดี มากกว่าไปโยกตัวตามเสียงดนตรีเหมือนกับเด็ก ๆ พวกนั้นที่นิยมความสนุกสนานตามวัย
“จะไปดูคอนเสิร์ตล่ะสิ”
คำพูดรู้ทันของเกรย์ ทำให้เด็กหนุ่มพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม คล้ายว่ากำลังยอมรับความจริง เพราะวงดนตรีที่มาวันนี้ เป็นวงโปรดที่อาร์มชอบมาก เพราะฉะนั้นวันนี้เด็กหนุ่มจะพลาดคอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่ได้เด็ดขาด
“เฮีย อาร์มอยากไปดู นาน ๆ วงโปรดมาทีอะ ถ้าได้ดูนะอาร์มจะได้มีกำลังใจทำงานหาเงินต่อไง”
คำพูดของเด็กหนุ่ม ทำให้เกรย์ส่ายหน้าไปมาช้า ๆ พลางหลุดยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกเอ็นดูคนตรงหน้า แววตาทอแสงเป็นประกายยามพูดถึงวงดนตรีโปรดของตัวเอง มันทำให้เกรย์เข้าใจความรู้สึกของอาร์มได้เป็นอย่างดีว่า เจ้าเด็กคนนี้ชื่นชอบวงดนตรีวงนี้มากแค่ไหน
ขนาดตัวเขาเองที่เป็นนักวาดชื่อดังระดับโลก แม้จะไม่เคยมีใครเห็นหน้ามาก่อน ทว่าผู้คนที่ชื่นชอบในผลงานวาดรูปของเขา ยังอยากมาเจอกับเขาเลยสักครั้งในชีวิต
แต่เขากลับปฏิเสธที่จะพบเจอคนเหล่านั้น เพราะไม่ชอบมีตัวตนในสังคม ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ไม่อยากเข้าหาผู้คนมากหน้าหลายตา ที่พร้อมจะเข้าหาเขาด้วยความชื่นชม แต่กลับแฝงไปด้วยผลประโยชน์
“อืม ไปเถอะ เดี๋ยวทางนี้เฮียดูแลให้”
จบประโยคของเกรย์ อาร์มก็โถมตัวเข้ากอดหนุ่มรุ่นพี่ราวกับเด็กน้อย ที่เก็บความดีใจเอาไว้ไม่อยู่ เมื่อพ่ออนุญาตให้ไปเที่ยวเล่นอย่างอิสระ
เกรย์ยกมือขึ้นลูบหัวอาร์มด้วยความเอ็นดู เด็กหนุ่มผละออกมาแล้ววิ่งหายลับไปท่ามกลางผู้คน ที่กำลังมุ่งหน้าไปจับจองพื้นที่หน้าเวทีเช่นเดียวกัน
“รับบทบาร์เทนเดอร์อีกวันก็แล้วกัน หวังว่าวันนี้คงไม่ต้องรับบทเป็นแฟนปลอม ๆ ให้ใครอีกหรอกนะ”
เกรย์พึมพำกับตัวเองอย่างติดตลก โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า สิ่งที่เขาได้พูดออกมานั้น กำลังจะเกิดขึ้นจริงในไม่ช้า
ขึ้นชื่อว่าบทละคร เมื่อมีจุดเริ่มต้นก็ย่อมต้องมีบทต่อ ๆ ไปเสมอ
“วันนี้ทำไมคนเยอะจังวะ”
เมื่อเดินเข้ามาในผับ เจ้าเอยก็พูดขึ้นด้วยความแปลกใจ เพราะวันนี้ภายในผับคราคร่ำไปด้วยบรรดาวัยรุ่นวัยว้าวุ่น ที่ออกมาท่องราตรีกันหลังจากที่เหนื่อยล้าจากการเรียนมาทั้งวัน
“อ้าวเอย นี่มึงอย่าบอกนะว่าไม่ได้ดูประกาศหน้าเพจของผับ วันนี้วงเซนส์เขามาเล่นที่นี่เว้ยมึง”
“คุยกับพี่เป้ทั้งวัน จะเอาเวลาที่ไหนดู”
เจ้าเอยบอกเพื่อนรักทั้งสองคน ที่พร้อมใจกันเบะปากมองบน ด้วยความหมั่นไส้เจ้าเอย ที่ชอบคุยกับผู้ชายทีละหลาย ๆ คนโดยไม่รู้จักเบื่อสักนิด ในขณะที่เอวากับเพลงพิณ ขนาดพวกเธอมีแฟนแค่คนเดียวยังปวดหัวจะแย่
“เอย พี่เป้มันไม่ได้โสดนะเว้ยมึง วงในกูบอกว่ามันมีเมียแล้ว”
เพลงพิณเอ่ยเตือนเพื่อนสาวคนสนิทด้วยความหวังดี เพราะพี่เป้ของเจ้าเอยนี่ขึ้นชื่อมากเรื่องความเจ้าชู้ ที่สำคัญเพื่อนต่างสาขาของเธอต่างบอกว่า พี่เป้มันมีแฟนแล้ว
แต่สถานะที่มันโปรโมตตัวเองคือโสดไงล่ะ เพื่อนของเธอที่ไม่ชอบผูกมัดก็ดันเล่นด้วย เธอกับเอวาพยายามห้ามแล้วก็ไม่ฟัง
“เออน่า พวกมึงก็ กูไม่ได้จริงจังกับพี่มันสักหน่อย ไป ๆ กินเหล้ากัน คอแห้งจะแย่แล้ว”
เจ้าเอยพูดอย่างไม่ใส่ใจมากนัก แล้วคล้องแขนเพื่อนสาวทั้งสองคน ออกแรงดันเตรียมพากันเดินเข้าไปภายในโซน ที่พวกเธอจองเอาไว้ ซึ่งโซนนี้อยู่ชั้นสองของร้าน เป็นโซนเงียบ ๆ ที่พวกเธอชอบมานั่งดื่ม แล้วแอบเมาท์มอยกันตามประสา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วโซนนี้จะมีแต่หนุ่มสาววัยทำงานกันทั้งนั้น นาน ๆ ทีพวกเธอถึงจะลงมาโยกเอวที่ด้านล่าง
หมับ
“อ๊ะ”
ยังไม่ทันที่จะก้าวเดิน แขนเล็กของเพลงพิณก็ถูกกระชากอย่างแรงจนเธอเซถลาไปปะทะเข้ากับแผ่นอกกว้าง ของผู้ชายที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนเก่า ท่ามกลางความตกใจของเอวาและเจ้าเอย ที่อยู่ ๆ พี่คิมหันต์ก็มาฉุดกระชากเพื่อนเธอกลางผับ โดยที่ไม่แคร์สายตาผู้คนที่เดินสวนไปสวนมาเลยสักนิด
“เจอกันอีกแล้วนะจ๊ะที่รัก ว่าไงเอ่ย ทำไมวันนี้มากับเพื่อนล่ะคะ แฟนที่แสนดีของเราไปไหนแล้ว หรือว่ากำลังชงเหล้าหาเงินมาเปย์เราอยู่”
คำพูดที่แสดงถึงนิสัยใจคอ ที่ชอบดูถูกคนของคิมหันต์ ทำให้เพลงพิณรู้สึกไม่พอใจ จนเผลอแสดงออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน
ในขณะที่คิมหันต์เองก็ก้มหน้าลงมาหาเธอ จนใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงแค่ลมหายใจกั้น ทำให้เพลงพิณรีบเบือนหน้าหนีด้วยความรังเกียจ
“ปล่อยเพลงเดี๋ยวนี้นะคะพี่คิม”
เอวาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด เธอพยายามจะเดินเข้ามาช่วยเพื่อนที่อยู่ในอ้อมแขนของแฟนเก่า แต่กลับถูกคนของเขาเข้ามาขวางเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นเอวากับเจ้าเอย ก็พยายามเข้ามาช่วยเพื่อนด้วยความเป็นห่วง
“เป็นแค่เพื่อนอย่าเสือก แฟนเก่าเขาจะคุยกัน”
คำพูดของคิมหันต์ ทำเอาเอวากับเจ้าเอยโมโหจนเลือดขึ้นหน้า เพราะที่ผ่านมาคิมหันต์ไม่เคยพูดจาหยาบคายใส่พวกเธอเลยสักครั้ง นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เลิกรากับเพื่อนของเธอไป
“เป็นแค่แฟนเก่าก็ควรอยู่ส่วนแฟนเก่าสิ ไม่ใช่มาทำตัวเป็นหมาหวงก้าง คอยมาระรานเพลงแบบนี้ ปล่อยเพลงเดี๋ยวนี้นะ! ถ้าไม่ปล่อยเอยโทรแจ้งตำรวจจริง ๆ ด้วย”
เจ้าเอยตะโกนใส่คนตรงหน้าด้วยความโมโห ในขณะที่เพลงพิณเบะหน้าด้วยความเจ็บ เมื่อคิมหันต์เผลอบีบมือของเธออย่างแรงด้วยความโกรธ ที่โดนเจ้าเอยด่าแสกหน้าแบบนั้น
“ปล่อยเพลงเดี๋ยวนี้นะพี่คิม เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว พี่คิมไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับเพลงนะ”
เพลงพิณกดเสียงต่ำ บอกคิมหันต์ด้วยความรู้สึกที่ทั้งเจ็บใจและโมโห เพราะตอนนี้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ต่างเริ่มหันมาให้ความสนใจเรื่องของเธอแล้ว แต่กลับไม่มีใครมีน้ำใจเข้ามาช่วยเหลือพวกเธอสักคน
“ต้องเป็นผัวก่อนหรือยังไง ถึงจะทำแบบนี้กับเพลงได้”
เพล้ง
“อ๊าก”
“กรี๊ดดดดด”
เสียงขวดเหล้าดังขึ้น ตามแรงที่ฟาดลงบนหัวของคิมหันต์อย่างเต็มแรง จนเขาเผลอปล่อยมือของเพลงพิณให้เป็นอิสระ เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของสามสาวดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ร่างบางจะถูกใครบางคนกระชากเข้ามาอยู่ภายใต้อ้อมกอดที่เธอคุ้นเคย
น้ำหอมกลิ่นนี้เธอจำได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าจะเคยได้กลิ่นแค่เพียงครั้งเดียวก็ตาม
“อยากจะเป็นผัวของเพลง ถามผัวตัวจริงของเขาหรือยังว่ายอมไหม”
