บทที่ 5 Smokin'Love ❤️วิมานรักสีเทา<4>แฟนก็เท่ากับเมีย เมียก็เท่ากับแฟน
“อยากจะเป็นผัวของเพลง ถามผัวตัวจริงของเขาหรือยังว่ายอมไหม”
น้ำเสียงเย็นชาถามคิมหันต์ ที่ตอนนี้หัวแตกเลือดอาบ ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ผิดกับเพลงพิณที่ตอนนี้ตัวสั่นด้วยความกลัวและตกใจ เพราะหยดเลือดที่กำลังหยดลงตามเสื้อผ้าของคิมหันต์
ส่วนเอวากับเจ้าเอยได้แต่อ้าปากค้างอย่างตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า ที่ไม่รู้ว่าต้องตกใจที่คิมหันต์โดนตีหัวจนเลือดอาบ หรือตกใจกับสถานะไม่โสด แถมยังมีผัวของเพื่อนสาวดี
ส่วนคำพูดของเพลงพิณ ที่บอกกับพวกเธอว่า ผู้ชายคนนั้นหน้าตาดีมากไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะผู้ชายที่กำลังโอบกอดเพื่อนรักของพวกเธออยู่นั้น หน้าตาดีเสียจนพวกเธอหลงเคลิ้มไปชั่วขณะ
พวกเธอไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเพลงพิณถึงยอมแหกกฎเหล็กของตัวเอง ด้วยการยอมให้ผู้ชายคนนี้จูบ เพราะถ้าเป็นพวกเธอเองก็คงทำไม่ต่างจากเพื่อนหรอก
ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร ทำให้พวกเธอไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้เลยจริง ๆ
“แม่งเอ๊ย มึงกล้าดียังไงมาตีหัวกูวะ อยากตายหรือไง”
มืออีกข้างกุมหัวด้วยความเจ็บ ส่วนอีกข้างก็ยกขึ้นชี้หน้าเกรย์ด้วยความโมโหจนแทบคลั่ง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครกล้าทำร้ายคิมหันต์ต่อหน้าสาธารณะชนแบบนี้มาก่อน
แต่ผู้ชายตรงหน้ากลับกล้าฟาดเขาด้วยขวด มิหนำซ้ำยังทำหน้านิ่งเฉยไร้ความหวาดกลัวเขา ที่เป็นถึงลูกชายของท่านรัฐมนตรี
แบบนี้มันหยามหน้ากันชัด ๆ
“แล้วมึงกล้าดียังไงมาแตะเมียกู เป็นแค่แฟนเก่าก็อยู่ส่วนแฟนเก่าสิวะ สะเหล่อมายุ่งกับเมียกูอยู่ได้ หน้าตาก็เหมือนปลิงทะเล ยังจะทำตัวเหมือนปลิงเข้าไปอีกทุเรศสิ้นดี”
คำพูดที่ไม่เคยคิดว่า เกิดมาชาตินี้จะได้พูดแบบนี้กับใคร หลุดออกมาจากปากของเกรย์ ผู้ชายที่แทบจะพูดกับคนอื่นนับคำได้
อีกอย่างคำพูดพวกนี้ เขาจำมาจากย่าแก้มที่ชอบโมโหเวลาดูละครน่ะ
นี่เขาไม่ได้อินเกินไปใช่ไหม?
ถึงปากจะพูดออกไปอย่างนั้น แต่ภายในใจเขากลับนึกตำหนิตัวเอง เพราะเป็นอีกครั้งที่เอาตัวเข้ามาพัวพันกับผู้หญิงคนนี้
และครั้งนี้เขาไม่ได้มาแค่ในสถานะแฟน แต่กลับเล่นใหญ่ด้วยการกลับมาในสถานะผัว ที่คนพูดเองยังรู้สึกกระดากปากไม่น้อย
ทีแรกเขาแค่เดินผ่านมาเจอเหตุการณ์นี้เข้าพอดี และคิดว่าจะแกล้งทำเป็นหูทวนลมเดินผ่านไป แต่คำพูดที่น่ารังเกียจของผู้ชายปากโสมมคนนี้ มันทำให้เขาไม่สามารถเดินผ่านไป โดยไม่สนใจเธอไม่ได้
เคยเป็นแฟนกันแค่วันเดียว ถ้าจะเพิ่มสถานะมาเป็นผัวเมียกันในวันที่สอง มันจะเป็นไรไปจริงไหม...
“นึกว่าตัวเองทำตัวเป็นพระเอกอยู่หรือไงไอ้กระจอก มึงมันก็แค่เด็กบาร์น้ำ ส่วนกูน่ะลูกใครมึงคงไม่รู้ ทำตัวห้าวตีนแบบนี้ ระวังจะหายไปจากโลกนี้ ไม่ได้กลับมาอีกนะมึง”
“อ้อเหรอ แต่ขอโทษทีว่ะที่กูไม่ใช่พระเอก แต่ดันเป็นผัวตัวจริงของเพลง รุ่นนี้แสตนด์อินไม่ต้องแล้วมั้ง อีกอย่างมึงลูกใคร มึงจำชื่อพ่อไม่ได้เหรอวะ หรือเกิดมาจากกอไผ่ ถึงได้มาถามกูว่ามึงลูกใคร”
“เหอะ ส่วนเรื่องห้าวตีนก็พอตัว หายไม่กลัวกลัวไม่หาย หรือมึงจะหายก่อนก็ไม่รู้สินะ อ๋อ แล้วนี่คิดออกยังว่าพ่อมึงชื่ออะไร”
คำพูดที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่เพลงพิณเคยได้ยินมา ทำเอาคนที่อยู่ในอาการตกใจในทีแรก ได้แต่พยายามกลั้นขำอย่างสุดฤทธิ์ กับมุกตลกร้ายที่ตอนนี้ทุกคนต่างพากันหัวเราะด้วยความขำขัน รวมไปถึงเพื่อนของเธอทั้งสองคน ที่กำลังอ้าปากหัวเราะ ไม่คีพลุคความสวยอะไรเลยสักนิด
“ปากดีนักนะมึง กูก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ถ้าวันนี้มึงโดนกระทืบจนหมอบ มึงยังจะปากเก่งอยู่ไหม พวกมึงจัดการ”
ถึงแม้จะเจ็บที่หัวจนแทบจะทนไม่ไหว แต่คิมหันต์ก็ขอจัดการกับแฟนใหม่ของเพลงพิณก่อน
เขาไม่คิดเลยว่า เพลงพิณจะลดตัวลงไปคบกับผู้ชายกระจอก ๆ และนิสัยหยาบคายอย่างมัน
ใบหน้าที่อาบด้วยเลือดพยักพเยิด ส่งสัญญาณให้ลูกน้อง เพียงเท่านั้นคนของคิมหันต์ก็พากันกรูเข้ามา หมายจะรุมกระทืบเกรย์ที่ไม่ได้รู้สึกตกใจ หรือหวาดกลัวคนเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย
เวลาผ่านไปเพียงห้านาที คนของคิมหันต์ก็ต่างพากันร่วงลงไปนอนหมอบอยู่บนพื้น พลางร้องโอดโอยด้วยความเจ็บ เมื่อเจอกับฝีมือต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาของเกรย์
เขาเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วตามแบบฉบับมาเฟีย ไหนจะออกท่าตามวิชาการต่อสู้ที่เกรย์มั่นใจว่า เขาไม่เป็นสองรองใครแน่นอน
“จะจ้างบอดี้การ์ดทั้งที ก็เลือกพวกที่ฝีมือดีกว่านี้หน่อยนะ ไม่ใช่พวกเก่งแต่ปากเหมือนมึง ไสหัวไปไกล ๆ แล้วอย่าเสนอหน้ามายุ่งกับเมียกูอีก ไป๊”
น้ำเสียงทรงอำนาจและเด็ดขาด ตะคอกใส่คิมหันต์กับพวก ทำให้เพลงพิณต้องรีบเงยหน้าขึ้นมอง ผู้ชายที่กำลังโอบกอดเธออยู่ด้วยความแปลกใจ
เขาเป็นแค่เด็กบาร์น้ำ แต่คำพูดและน้ำเสียง ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนธรรมดาเลยสักนิด
น้ำเสียงทุ้มปราศจากความลังเล และความหวาดกลัว สุ้มเสียงเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม ที่ตัวเธอเองยังสัมผัสได้ชัดเจน
หรือเขาจะเคยแสดงละครเป็นสแตนด์อินมาก่อนนะ การแสดงถึงได้เนียนแบบไม่ต้องไปเรียนมาใหม่แบบนี้
เมื่อได้ยินแบบนั้น คนของคิมหันต์ก็รีบลุกขึ้นมาพยุงนายตัวเองให้ลุกขึ้น แล้วรีบพากันเดินหนีไปจากตรงนี้ด้วยความอับอาย เมื่อห้าคนแพ้ให้หนึ่งคนอย่างราบคาบ ในขณะที่อีกคนกลับไม่มีบาดแผลหรือรอยข่วนแม้แต่นิดเดียว
หลังจากที่คิมหันต์กับพวกจากไปแล้ว เจ้าเอยกับเอวาก็รีบถลาเข้ามาหาเพื่อนด้วยความเป็นห่วงและตื่นเต้น ในขณะที่เกรย์ค่อย ๆ ปล่อยเพลงพิณออกจากอ้อมแขนด้วยความรู้สึกเสียดาย ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเสียดายไปทำไม ในเมื่อเขาไม่ได้เป็นแฟนกับเธอจริง ๆ สักหน่อย
“วันนั้นฉันแค่แอบอ้างว่าคุณเป็นแฟน แต่วันนี้คุณเล่นใหญ่กว่าฉันอีกนะคะ เราสองคนไปเป็นผัวเมียกันตั้งแต่เมื่อไหร่”
เพลงพิณถามเกรย์ด้วยน้ำเสียงงอน ๆ เพราะเธอยังไม่เคยมีผัวมาก่อน แต่เขากลับประกาศไปทั่วทั้งผับว่า เธอเป็นเมียเขา
แล้วแบบนี้ใครจะกล้าเข้ามาจีบเธอกันล่ะ ที่สำคัญกว่านั้นคือ ไม่กล้าจีบเธอยังไม่พอ คงเอาเธอไปลือกันให้แซ่ดว่า ผัวของเธอดุมาก
มันก็แน่นอนแหละ เล่นฟาดหัวคนจนเลือดอาบซะขนาดนี้
“วันนั้นคุณบอกว่าให้เป็นแค่แฟน แต่ว่าวันนี้ผมยกระดับความสัมพันธ์จอมปลอมของเราให้ไง แฟนก็เท่ากับเมีย เมียก็เท่ากับแฟน มันก็ความหมายเดียวกันไม่ใช่เหรอครับ แค่ต่างกันตรงที่ว่า เป็นแฟนกันแค่จูบเบบี้ ส่วนผัวคนดีก็มากกว่าจูบ แต่สรุปโดยรวมแล้วก็แฟนกันอยู่ดี”
คำพูดของเกรย์ ทำเอาเอวากับเจ้าเอยหลุดขำออกมา กับความขี้เล่นกวนประสาทของผู้ชายหน้าหล่อ ที่ถ้ามาบอกว่าพวกเธอเป็นเมียจะไม่ปฏิเสธเลยสักนิด
ก็พ่อคุณเล่นหล่อจนอยากพกกลับไปนอนกอดที่บ้านด้วยขนาดนี้ ใครบ้างจะไม่อยากได้เป็นผัว
ปึก ปึก ปึก
“ไอ้คนทะลึ่ง ไอ้คนลามก”
เพลงพิณฟาดมือลงบนท่อนแขนแกร่งของเกรย์เต็มแรง จนเขาต้องออกแรงกระชากเธอเข้าสู่อ้อมแขนอีกครั้ง ทำเอาคนที่กำลังรัวฟาดคนข้างกาย เบิกตากว้างอย่างตกใจ กับความใกล้ชิดที่เขาเสิร์ฟให้เธอโดยไม่ทันตั้งตัวอีกแล้ว
ตั้งแต่วันแรกที่เธอได้เจอกับเขา หัวใจของเธอก็ทำงานหนักมาก มันเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอกทุกครั้ง ที่เขาใกล้ชิดกับเธอ
ส่วนเพื่อนทั้งสองคน ก็ทำเพียงยกมือขึ้นทาบอก เมื่อผู้ชายที่อยู่ในสถานะผัวใหม่ของเพื่อนเธอร้ายไม่ใช่เล่น
“ทะลึ่งยังไงก็ผัวคุณ ลามกยังไงก็ยังคงเป็นผัวคุณเหมือนเดิมครับที่รัก หรือจะเถียงล่ะ เอาสิ แต่คนเห็นกันทั้งผับแล้วนะ”
ถึงแม้คำพูดของเขาจะยียวนชวนให้ตบไม่น้อย แต่มันกลับทำให้เพลงพิณใจเต้นแรงกับประโยคสุดท้ายของเขา ที่เรียกเธอว่า ‘ที่รัก’ อย่างไม่กระดากปากสักนิด ซ้ำยังลอยหน้าลอยตายักคิ้วให้เธออย่างกวน ๆ อีก
จนเธอต้องก้มหน้าลงซ่อนรอยยิ้ม ยิ่งเขาทำหน้าตาแบบนั้น มันยิ่งดูน่ารักมากในสายตาของเธอ มันดูหนึบหนับไปหมดเลย
อ๊าย อยากจับแก้มเขาบีบให้ช้ำไปทั้งแก้มเลย แง ไม่นะเพลงพิณ เธอจะคิดกับเขาแบบนี้ไม่ได้นะ!
“ใจคอจะสวีตกันสองคน ไม่สนใจพวกเราสักนิดเลยเหรอคะ”
เอวาท้วงพวกที่กำลังเล่นบทพ่อแง่แม่งอน โดยไม่สนใจพวกเธอทั้งสองคนเลยสักนิด และเป็นเพลงพิณที่ผละออกจากอ้อมกอดของคนเจ้าเล่ห์ ที่ตีเนียนกอดเอวของเธอซะแนบแน่น ซึ่งเกรย์เองก็ยอมปล่อยเธอแต่โดยดี
“ถ้างั้นหมดหน้าที่ผัวจำเป็นแบบผมแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ”
เกรย์ชิงบอกลาสามสาว แล้วหันหลังกลับเตรียมเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์ แต่สองมือที่เข้ามาควงแขนเขาคนละข้าง ทำเอาเกรย์ชะงักไปอย่างตกใจ
“จะรีบไปไหนกันล่ะจ๊ะพ่อหนุ่ม เราสองคนยังไม่ได้ทำความรู้จักกับคุณเลยนะ ปะไปดื่มด้วยกันสักสองสามแก้ว เดี๋ยวพวกเราเลี้ยงเอง”
เจ้าเอยบอกเกรย์ด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่เพลงพิณได้แต่มองเพื่อนสนิททั้งสองด้วยความตกใจ เพราะเธอไม่คิดว่าเพื่อนจะกล้าเข้าไปควงแขนเขาแบบนั้น ทั้งที่ไม่เคยรู้จักหรือสนิทสนมกันมาก่อน
ส่วนคนที่ถูกควงแขนโดยไม่ทันตั้งตัว ก็เตรียมตั้งท่าสะบัดแขนออก แต่พอคิดได้ว่าสองสาวเป็นเพื่อนของเพลงพิณ เขาก็ได้แต่ยืนนิ่ง ๆ ให้สองสาวควงแขนโดยไม่ขัดขืน เพราะถ้าทำแบบนั้นมันก็ดูไม่เป็นสุภาพบุรุษเกินไป
“ไม่จำเป็นหรอกมั้งครับ ผมไม่ใช่แฟนจริง ๆ ของเพื่อนคุณสักหน่อย แค่บังเอิญผ่านมาเจอเท่านั้นเอง ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะ”
จบประโยคร่างสูงก็รีบแกะมือปลาหมึกทั้งสองข้างออก แล้วปรี่ไปประจำเคาน์เตอร์บาร์แทนอาร์ม ที่อาจจะถูกหักเงิน เพราะไม่มีใครไปทำหน้าที่แทน แต่สุดท้ายแล้วเกรย์กลับต้องก้าวเดินถอยหลัง ตามแรงลากของสองสาวที่ดูจะไม่ฟังคำพูดของเขาเลยสักนิด
“จะบังเอิญผ่านมาเจอ หรือตั้งใจก็ไม่เป็นไรค่ะ ไปนั่งดื่มทำความรู้จักกันไว้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เผื่ออนาคตเราจะได้นั่งดื่มด้วยกันบ่อย ๆ ไง”
เอวาแย้งเกรย์ด้วยใบหน้าระรื่น แล้วออกแรงลากเกรย์ให้เดินตามพวกเธอไป ในขณะที่เพลงพิณทำได้เพียงร้องห้ามแต่ไม่มีใครฟัง รวมถึงเกรย์เองที่ยื่นมือมาหาเธออย่างต้องการความช่วยเหลือ
สุดท้ายแล้วความต้องการ ที่อยากจะทำความรู้จักผู้ชายคนนี้ให้ได้ ก็ทำให้เพลงพิณเลือกเดินตามเพื่อนทั้งสองคนไปเงียบ ๆ ด้วยหัวใจที่แอบพองโต
