บทที่ 9 EPISODE 06(2)
นาววางโทรศัพท์ของฉันไว้ที่หัวเตียง จากนั้นก็ผลักฉันให้ล้มตัวนอนลงที่ฟูก และโน้มตัวเองลงมาคร่อมฉัน หอมแก้มฉันทั้งสองข้าง เริ่มไซ้ที่ซอกคอ มือสอดเข้ามาภายใต้เสื้อบีบที่หน้าอกของฉัน
“ที่ไอ้โมพูดเมื่อเช้าคือเรื่องจริง?” นาวมันเงยหน้าขึ้นมาถามฉัน พร้อมใบหน้าที่นิ่งขรึมไร้อารมณ์ความรู้สึก ฉันไม่ชอบจริง ๆ เดาทางไม่ถูก
“เรื่องอะไร”
“เฮียไฟ”
“อืม ไปค้างบ้านเขามา... อ๊ะ!” เมื่อฉันให้คำตอบนาวมันก็ก้มลงมากัดริมฝีปากของฉัน
“ตราบใดที่ยังเอากับกูอยู่ อย่าเที่ยวไปนอนกับใคร” พอได้ฟังฉันก็อึ้งไงคะ
คืออะไร? ทำไมดูถูกฉันแบบนี้ ไม่คิดจะถนอมน้ำใจฉันบ้างหรือไง
ฉันก็เพื่อนมั้ย
“พูดเหมือนไม่รู้จักกูเลย” ฉันตัดพ้อด้วยความน้อยใจ เป็นเพื่อนกันมาตั้งนานเท่าไหร่ ทำไมถึงได้คิดแบบนี้กับฉัน คิดว่าฉันง่ายมากหรือไง
“ก็เคยคิดว่ารู้จักดี แต่พอรู้ว่ามึงรู้ทุกอย่างแต่ไม่คิดบอกกู แถมยังสมรู้ร่วมคิดอีก กูก็คิดได้ว่าที่ผ่านมากูคงรู้จักมึงไม่ดีพอ”
“มึงไม่เป็นคนกลางแบบกู มึงจะเข้าใจอะไร”
“กูไม่คิดหักหลังเพื่อนแล้วกัน”
“พอเถอะ พูดไปมึงก็ไม่คิดจะรับฟัง จะทำอะไรก็รีบทำ ถ้าไม่ทำก็ถอย กูจะได้กลับ” ป่วยการที่จะมาอธิบายให้คนที่ไม่คิดจะฟังเรา ในเมื่อเขาไม่คิดจะฟัง เพราะงั้นอย่าเสียเวลาเล่าจะดีที่สุด
“กลับไปนอนเอากับแฟนเก่ามึงอะนะ” นาวแสยะยิ้มเย้ยฉัน
“เกินไปนะนาว”
“น้อยไปด้วยหอม เอากับกูไม่พอหรือไง ถึงได้ถ่อไปนอนค้างกับแฟนเก่า เอากันมันส์เหมือนที่กูเอามึงมั้ยวะ ท่าไหนบ้าง คxยใหญ่เท่ากูมั้ย”
“กูเกลียดมึงนาว” คำพูดแดกดันทำให้ฉันเผลอลั่นคำนี้ออกไป
“กูก็เกลียดมึงหอม” หัวใจของฉันปวดหนึบทันทีที่ได้ยินคำพูดที่นาวสวนกลับมา น้ำตาของฉันเริ่มเอ่อคลอ “อย่ามาบีบน้ำตา กูไม่สงสารคนอย่างมึง เอาน้ำตาของมึงไปอ่อยไอ้ต่อกับแฟนเก่ามึงโน่น มารยามึงใช้ไม่ได้กับคนอย่างกู”
เพี้ยะ!
ฉันฟาดฝ่ามือลงที่ข้างแก้มของนาวเมื่อทนคำพูดดูถูกที่ออกจากปากของนาวไม่ไหว
“หึ พูดความจริงทำเป็นรับไม่ได้” นาวมันแค่นขำและลุกออกจากตัวของฉัน ฉันเช็ดน้ำตาที่เอ่อล้น แต่ยิ่งเช็ดก็ยิ่งไหล
ฉันได้กลิ่นบุหรี่ และเสียงรินเหล้า อายุแค่นี้ติดเหล้าติดบุหรี่หนักเป็นว่าเล่น
นาวเดินกลับมาที่เตียงและดึงผ้าห่มที่อยู่ปลายเท้ามาห่มให้ฉันพร้อมทั้งออกคำสั่งที่ไม่น่าฟังสักนิด “อย่าคิดไปนอนเอากับใคร ถ้ายังเอากับกู ไม่ว่าจะไอ้ต่อหรือเฮียไฟหรือไอ้หน้าไหนก็ตาม รอกูเบื่อมึงก่อน แล้วจะไปถ่างขาให้ใครเอาก็เชิญ”
“งั้นก็รีบเอารีบเบื่อสิ กูจะได้ไปเอากับคนอื่นต่อ ลองร่านดูแบบผู้หญิงคนอื่นคงจะดี อื้อ...” เมื่อฉันพูดประชด นาวมันก็โน้มตัวลงมาปิดปากฉันด้วยการจูบ
สอดลิ้นเข้ามาในโพรงปากของฉันอย่างจาบจ้วง จูบฉันอย่างรุนแรง และดูดดึงริมฝีปากของฉันอย่างแรง
นาวไม่ใช่จูบแรก แต่ถ้าจูบแบบลึกซึ้งสอดแทรกแลกเปลี่ยนใบลิ้นนั้นนาวเป็นคนแรก
“หุบปากหมา ๆ แล้วหลับตานอนซะ อย่ามากวนประสาทให้กูอารมณ์เสียไปมากกว่านี้” ถอนจูบออกจากกันก็เอ่ยพ่นคำสั่งออกจากปากหมา ๆ ทันที
“ไม่นอน ถ้าไม่ทำก็ดีจะได้กลับ มันดึกแล้ว”
“มึงไม่ได้มีสิทธิ์เลือกนะหอม กูบอกให้นอนก็นอน อย่าพูดมาก เดี๋ยวกูก็พ่นควันใส่ปากแม่ง รำคาญ”
“เลว”
“ที่มึงทำเลวกว่านะหอม กูเชื่อใจมึงแค่ไหนคิดบ้างมั้ย”
“แล้วกูเชื่อใจมึงแค่ไหน ทำไมไม่ว่าตัวเองเลวบ้างที่มึงข่มขืนกู ถ่ายคลิปขู่กู ไม่เลวหรือไง”
“อยากทะเลาะว่างั้น?”
“พูดเหมือนตอนนี้เราดีกันเลยเนอะ”
“สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมา”
“อะไร?”
“ลุกมากิน อย่ามาหาเรื่องทะเลาะ รำคาญ” นาวบ่นและเดินไปค้นถุงผ้าที่ได้มาตอนเข้าเซเว่น “มากิน จะได้เลิกอารมณ์เสีย” เอาของกินออกมาวางและหันมาสั่งฉัน
“ไม่กิน จะกลับบ้าน”
“หอม” มองหน้าฉันนิ่งมาก เหมือนพยายามใช้ความอดทน “มากินเร็ว ๆ อย่าให้พูดบ่อย”
สีหน้าบ่งบอกว่ารำคาญฉันมาก นาวเทเหล้าใส่แก้วแล้วกระดกดื่มรวดเดียว จากนั้นก็เดินเอาขวดเหล้าไปเก็บ เดินมานั่งลงที่พื้นห้องตรงที่เขาวางของกินเอาไว้ และก็ปรายตามามองฉัน
ฉันจึงต้องลุกขึ้นไปนั่งกินกับเขาด้วย
“นอนนี่นะ” เมื่อฉันตักสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาเข้าปากคำแรก นาวก็เอ่ยขึ้นลอย ๆ และตักของตัวเองกิน
ฉันไม่ได้ตอบกลับอะไรออกไป รีบกิน ๆ ให้หมด แล้วจากนั้นก็ขึ้นมานอนที่เตียงดังเดิม ไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรอยู่แล้ว และนี่ก็ดึกมากแล้วด้วย
ฉันพยายามเลิกคิด พยายามข่มตาให้หลับ ซึ่งมันยากมากเชียวล่ะ
แต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่เกินความสามารถของฉัน ในที่สุดฉันก็หลับ...
