บทที่ 4 Chapter 4
Chapter 4
“ไม่เอา ไม่ต้องดู เดี๋ยวนายหาเรื่องแกล้งฉันอีก” ณิชาปัดมือของเขาออก เพราะกลัวว่าเขาจะหาเรื่องแกล้งเธอ
“อ้าปากเร็ว ฉันไม่แกล้งเธอหรอกน่า...” เมื่อณิชาอ้าปาก เขาก็ใช้สายตาคมกริบสอดส่องไปในโพรงปากเล็กที่ขาวสะอาดราวกับหมอฟัน และวินิจฉัยตามแบบฉบับหมอหื่น
“คอลึกมาก แล้วที่เมื่อยปากสาเหตุอาจจะเกิดจากอมอะไรนานๆ หรือโดนของใหญ่กระแทกปากอย่างแรงละมั้งเนี่ย” ใบหน้าหล่อเหลาเอ่ยพูดด้วยสีหน้าจริงจัง จนเพื่อนสาวคล้อยตามคำพูดของเขา
“ใช่...ฉันรู้สึกแบบนั้นเลยเฟิล...” ณิชาพยักหน้ารัวๆ เออออไปตามเพื่อนคนตัวสูง เพราะเธอรู้สึกเหมือนโพรงปากโดนกระทุ้งอย่างแรง
“หึๆ...” ไรเฟิลหลุดขำออกมา และส่ายหัวด้วยใบหน้าอมยิ้ม ก่อนจะเดินผิวปากเข้าห้องน้ำไป
“ขำอะไรของเขาวะเนี่ย...บ้าไปแล้วมั้ง” ณิชามองตามไรเฟิลอย่างงุนงง เมื่อไรเฟิลเดินอมยิ้มอารมณ์ดีเดินเข้าห้องน้ำ และจากนั้นเธอก็เดินเข้าครัวไปทำอาหารเช้า
“โห...ปลาหมึกผัดฉ่าของโปรดฉันเลย รู้ใจจริงๆ ว่าฉันกำลังอยากกินอยู่พอดี...” เขาเดินเข้ามาซ้อนหลังณิชา ในขณะที่ณิชากำลังยืนจัดอาหารอยู่มุมโต๊ะนั่งกินข้าวขนาดเล็ก
“ทะ...ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าดี ๆ ถอยไปเลยเกะกะ” ณิชาเอ่ยบอกเสียงสั่น โดยที่ไม่กล้ามองหน้าเพื่อนชายคนสนิท เมื่อเขาพันผ้าเช็ดตัวไว้ที่เอวสอบอย่างหมิ่นเหม่ แล้วมายืนซ้อนหลังเธอ จนเธอได้กลิ่นครีมอาบน้ำที่หอมละมุนจากตัวของเขา อีกทั้งน้ำเม็ดเล็กยังเกาะตามผิวกายสมส่วนที่มีซิกซ์แพ็กเป็นลอนสวยจนน่าลูบไล้ทั้งวันทั้งคืน
‘คิดอะไรบ้าๆ ของแกยัยณิ ทำเป็นหิวผู้ไปได้ นั่นเพื่อนแกนะ’ ณิชาค่อนขอดตัวเองในใจ
“อื้อ...อะไรของนายเนี่ย” ณิชาปัดมือสากออก เมื่อเขายกมือมาลูบปากของเธอ
“ก็เธอน้ำลายหก หิวข้าวขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“อืมๆ ฉันหิวแล้ว แต่เดี๋ยวฉันไปหยิบชุดคลุมมาให้นายใส่ดีกว่า จะได้กินข้าวกันสักที”
“ชุดคลุมของเธอเล็กเท่าหมาใส่...”
“นายว่าฉันเป็นหมาเหรอ?”
“ฉันไม่ได้ว่าเธอเป็นหมาสักหน่อย อย่ามาร้อนตัว ฉันว่าชุดคลุมของเธอต่างหาก...”
“ชิ! แล้วนายจะนั่งกินข้าวแบบนี้หรือไง”
“ก็นั่งมันแบบนี้เนี่ยแหละ หรือเธอหิวฉันแทนข้าวหรือไง ถึงได้โฟกัสมองฉันมากกว่าข้าว” ไรเฟิลเลิกคิ้วถามณิชาด้วยสีหน้ากวนๆ
“บ้า...ใครหิวนายไม่ทราบ”
“ถ้าไม่หิวฉัน ก็ตักข้าวกินกันเร็ว ฉันหิวข้าวละ กินข้าวเสร็จเธอก็รีบไปซักเสื้อผ้าให้ฉัน”
“รับทราบเจ้าค่ะคุณไรเฟิลขา นั่งรอสักครู่นะคะคุณชาย...” ณิชาพูดน้ำเสียงประชดประชันหมั่นไส้เพื่อนชายคนสนิท ก่อนที่เธอจะเดินไปตักข้าวในครัวมาสองจาน แล้ววางจานข้าวไว้ตรงหน้าเขาและที่ของตัวเอง อีกทั้งยังรินน้ำดื่มให้เขาเสร็จสรรพราวกับพนักงานเสิร์ฟอาหารตามภัตตาคารโรงแรมระดับห้าดาว
“ฟอด! ขอบคุณครับ”
“ไอ้บ้าเฟิล หอมแก้มฉันทำไมเนี่ย” ณิชาเอามือลูบแก้มตัวป้อยๆ ด้วยใบหน้าร้อนผ่าว เมื่อเพื่อนคนตัวสูงเอนตัวยื่นหน้าหอมแก้มของเธอฟอดหนึ่ง
“หอมแก้มเมีย เมียน่ารักดูแลผัวดีจริงๆ” ไรเฟิลยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์เจ้ากล
“พูดผัวๆ เมียๆ อะไรของนายเนี่ย อย่ามาพูดแกล้งฉันแบบนี้นะ” ณิชารีบไปนั่งที่ของตัวเองที่อยู่ตรงข้ามกับเขา
“ฉันไม่ได้แกล้ง แต่ฉันพูดความจริง”
‘อมแล้วก็เรียกว่าผัวเมียปะ’ ชายหนุ่มคิดในใจ
ณิชาส่ายหน้าไปมาให้กับคนขี้แกล้ง เขาก็ชอบพูดแกล้งเธอไปเรื่อยแบบนี้เป็นประจำ...
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป
@Dimon J
“หูย...วันนี้แต่งตัวว้านหวาน ว่าแต่เย็นนี้มีนัดเดตกับใครเหรอจ๊ะ” เฌอแตมเอ่ยแซวณิชาเสียงหวาน เมื่อณิชาเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะทำงาน ในวันนี้ณิชาเลือกสวมชุดสูทกางเกงสีชมพูรัดรูป ซึ่งแต่งตัวเหมาะกับวันแห่งความรักเอามากๆ
“นัดเดตอะไรกันล่ะแก ฉันแค่มีนัดกินข้าวเย็นนี้กับไรเฟิลน่ะ” ณิชาเอ่ยบอกเฌอแตมด้วยสีหน้ายิ้มๆ เฌอแตมเป็นเพื่อนสาวในบริษัทที่เธอสนิทที่สุด เธอและเฌอแตมเข้ามาทำงานที่นี่ในเวลาไล่เลี่ยกัน อีกทั้งอายุก็เท่ากันอีก ทำให้คุยกันถูกคอและคบกันจนถึงทุกวันนี้
ณิชาทำงานที่ฝ่ายขายและการตลาด ซึ่งสายงานก็ไม่ได้ตรงกับที่ณิชาได้ร่ำเรียนมาหรอก แต่เธออยากลองดูสักตั้ง ตอนนี้ทำงานได้สองปีกว่า เธอได้เลื่อนตำแหน่งเป็นระดับซีเนียร์แล้ว มันก็พิสูจน์ได้ว่าถ้าเราทำมันให้เต็มที่ งานทุกงานมักจะออกมาดีเสมอ อีกอย่างตอนเรียนจบเธอก็ต้องรีบหางานให้ได้เร็วที่สุดด้วย ไม่งั้นเพื่อนจอมวายร้ายทั้งสี่คน คงจะดึงเธอไปทำงานกับพวกเขาแน่ มันไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากทำงานกับเพื่อนของเธอหรอกนะ แต่เธอไม่อยากพึ่งพาพวกเขาไปตลอด เธออยากจะสู้ด้วยตัวเองมากกว่า
“ฉันขอกินเผือกสักหน่อยได้ไหมแก ฉันอยากเห็นหน้าเพื่อนสนิทของแกจังเลย เห็นแกพูดถึงคนนี้บ่อยมาก จนบางทีฉันแอบคิดว่าเขาเป็นมากกว่าเพื่อนของแกหรือเปล่า?” เฌอแตมยิ้มแห้งๆ ให้ณิชา เธอไม่ปิดบังที่จะอยากรู้ เพราะตั้งแต่เธอรู้จักณิชามา ณิชามักจะพูดถึงเพื่อนชายคนสนิทคนนี้บ่อยมาก พูดจนเธอคิดไปว่า
‘เฮ้ย...มันไม่เหมือนเพื่อนสนิทกันแล้ว แต่มันเหมือนคนเป็นแฟนกันมากกว่า’ ซึ่งเธอรู้จักณิชามาสองปีกว่า ณิชามีนัดกินข้าวในวันวาเลนไทน์กับไรเฟิลทุกปี
“บ้าน่ายัยเฌอ คิดอะไรของแกเนี่ย” ว่าแล้วณิชาก็หยิบมือถือ แล้วเข้าแอปไอจี เปิดรูปไรเฟิลให้เฌอแตมดู
“โอ้โห...ณิชา~” เฌอแตมลากเสียงยาวตาลุกวาว
“อะไรของแกอีกยัยเฌอ”
“หล่อมาก แบบมากๆๆๆ ถามจริงเถอะ มีเพื่อนหล่อแบบนี้ไม่หวั่นไหวบ้างเหรอ?” เฌอแตมเลื่อนดูรูปของไรเฟิลไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจอภาพแก๊ง “อุ๊ย! มีแฝดด้วยเหรอ? โอ้โหในแก๊งมีแต่คนหล่อๆ เลยอะ ณิชาแกทำบุญด้วยอะไรเนี่ย” เฌอแตมทำเสียงเล็กเสียงน้อย แล้วเลื่อนดูรูปด้วยหัวใจเต้นแรง นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เห็นเดอะแก๊งของณิชาสมัยเรียนมหาลัย แม่เจ้า!...แต่ละคนหล่อเหลาราวกับเทพบุตร พ่อแม่เขาช่างปั้นเนอะ...
“เช็ดน้ำลายด้วยยัยเฌอ น้ำลายหยดลงมือถือของฉันหมดแล้ว” ณิชาส่ายหน้ายิ้มๆ เมื่อเห็นเฌอแตมมองรูปเพื่อนของเธอด้วยตาลุกวาว จนแทบจะสิงเข้าไปในมือถือยังไงยังงั้น
“โสดทุกคนไหมเนี่ย ฉันสมัครเป็นติ่งเพื่อนแกได้ไหมณิชา”
“สามคนนี้ไม่โสดแล้ว...” ณิชาจิ้มนิ้วชี้ไปที่ รันเวย์ บิ๊กบอส คิมหันต์
“พี่ไรเฟิลโสดคนเดียวเหรอ”
“อืม...ไรเฟิลโสดแต่ไม่สดหรอกนะ อายุเท่ากันไม่ต้องเรียกพี่”
“ก็พี่ไรเฟิลกับเพื่อนคนอื่นๆ ของแกตัวสูงทุกคนเลย ฉันก็เลยอยากให้เกียรติเรียกเขาว่าพี่”
“คนนี้ไม่โสดจริงเหรอ สเป็กฉันเลย” เฌอแตมชี้ไปที่คิมหันต์
“ไม่โสดก็เหมือนโสด”
“ยังไงอะ...” เฌอแตมถามอย่างอยากรู้
