บทที่ 5 Chapter 5
Chapter 5
“ไม่รู้สิ...อธิบายยากนะแก” ณิชาบอกปัดไป อีกอย่างเธอก็ไม่อยากเอาเรื่องเพื่อนของเธอมาเล่าให้คนอื่นฟังนักหรอก ถึงเธอจะสนิทกับเฌอแตม แต่เธอก็ไม่ควรเอาเรื่องเพื่อนอีกคนมาเล่าให้อีกคนฟัง เธอจะเลือกพูดเฉพาะที่พูดได้
“หล่อมากๆ หล่อทุกคน คุณเจที่ว่าหล่อแล้วยังชิดซ้ายไปเลย...”
เฌอแตมพูดถึงรองประธานที่กำลังขายขนมจีบให้ณิชา แต่ไม่ใช่แค่รองประธานคนเดียวหรอกนะ ยังมีหนุ่มๆ คนอื่นในบริษัทมารุมขายขนมจีบให้ณิชาอยู่เรื่อยๆ ณิชาเป็นสาวฮอตขวัญใจของหนุ่มๆ ในบริษัท มีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ต่างหมายปองอยากได้ณิชาเป็นแฟนกันทั้งนั้น แต่ณิชายังไม่มีทีท่าว่าจะสนใจใครสักคน
“บ้าน่ายัยเฌอ พูดอะไรของแกเนี่ย เดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดกันไปหมด” ณิชามองซ้ายมองขวา เพราะกลัวว่าคนอื่นในแผนกจะได้ยินสิ่งที่เฌอแตมพูดเมื่อครู่
“เขารู้กันทั้งบริษัทแล้วย่ะ มีแต่แกนั่นแหละไม่สนใจเขา แต่ฉันก็พอเดาได้ว่าที่แกไม่สนใจคุณเจ เพราะพี่ไรเฟิลสุดหล่อใช่ไหมล่ะ^^” เฌอแตมยังเลื่อนดูรูปไรเฟิลไม่หยุด ยิ่งดูยิ่งหล่อ และยิ่งอยากสมัครเป็นเอฟซี
“น้องณิชา น้องเฌอแตม อีกสิบนาทีท่านรองเรียกประชุม เตรียมตัวด้วยนะคะ” เลขาสาวของท่านรองเดินเข้ามาบอกในแผนก
“รับทราบค่ะ” ณิชาและเฌอแตมตอบรับพร้อมกัน
“จ้า...” จากนั้นเลขาสาวก็เดินออกไปแจ้งข่าวที่แผนกอื่น เพราะอีเมลและโทรศัพท์ตั้งโต๊ะก็ดันมามีปัญหาในวันที่เรียกประชุมด่วน
เอี๊ยดดดด!!
เมื่อรถสปอร์ตคันหรูจอดขนาบข้างอยู่หน้าคอนโดขนาดเล็ก ณิชาก็เอ่ยขอบคุณเจ้านายหนุ่มที่อายุห่างจากเธอสามปี
“ขอบคุณนะคะคุณเจที่อุตส่าห์มาส่งณิ” หลังจากประชุมเสร็จในเวลาเที่ยงวัน เธอก็ได้รับมอบหมายงานด่วนให้ไปคุยงานกับลูกค้านอกสถานที่ การคุยงานครั้งนี้ก็มีรองประธานไปด้วย และกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจงานในวันนี้ก็ล่วงเลยเวลาไปเกือบสองทุ่ม
“พี่ต่างหากที่ต้องขอบคุณน้องณิ ที่ทำงานได้ดีเยี่ยม จนลูกค้ายอมเซ็นสัญญาสั่งจ้างงานจิวเวลรีล็อตใหญ่กับบริษัทของเรา” เจตภัทรใช้สรรพนามกับพนักงานสาวที่ตัวเองหมายปองอย่างเป็นกันเอง
“มันเป็นหน้าที่อยู่แล้วค่ะคุณเจ งั้นณิขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวครับน้องณิ” เจตภัทรคว้าแขนเรียวเล็กเอาไว้ ทำให้ณิชาเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม และบิดแขนออกจากพันธนาการของเจตภัทรอย่างนุ่มนวล เพื่อไม่ให้ดูเหมือนการสะบัดแขนออกอย่างน่าเกลียด
เจตภัทรเปิดประตูลงจากรถ เขาเดินอ้อมไปที่หลังรถ แล้วหอบช่อดอกกุหลาบสีแดงสดไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะเดินไปฝั่งที่ณิชานั่ง โดยที่ณิชาก็เปิดประตูลงจากรถพอดี
“สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะครับน้องณิชา” เจตภัทรยื่นช่อกุหลาบให้ณิชาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน เจตภัทรนั้นจีบพนักงานสาวมาได้สักพักแล้ว ถึงณิชาไม่ได้มีทีท่าสนใจอะไรเขาเกินกว่าสถานะเจ้านายและลูกน้อง แต่เขาไม่มีวันยอมแพ้ เพราะแอบสืบประวัติมาแล้ว เธอยังเป็นสาวโสด อีกทั้งยังเป็นผู้หญิงในสเป็กของเขา หรือจะเรียกว่าเจอเธอครั้งแรกก็ตกหลุมรักเลยก็ว่าได้
“เอ่อ...ขอบคุณนะคะคุณเจ” ณิชาชะงักไปแป๊บนึง ก่อนจะรับช่อดอกกุหลาบมาไว้ในอ้อมแขนด้วยรอยยิ้มบาง
ภาพหนุ่มสาวที่มอบกุหลาบช่อโตให้กันอยู่หน้าคอนโด อยู่ในสายตาคมกริบของใครบางคนด้วยแววตาดุดัน
“งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะครับ”
“ค่ะ”
เมื่อเจตภัทรขับเคลื่อนรถออกไป ณิชาก็เดินหอบดอกกุหลาบช่อโตเข้าคอนโด แต่แล้วก็ต้องชะงักนิ่ง จากนั้นขาเรียวก็เดินไปทางลานจอดรถ เมื่อเห็นคนตัวสูงยืนพิงรถหรูเฟอร์รารี เขาจ้องมองเธอด้วยแววตาเรียบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยแววตาดุดันแข็งกร้าว
“รถไปไหน ทำไมถึงต้องมีคนมาส่ง? แล้วใครมาส่งเธอ?”
“วันนี้ไปคุยงานกับลูกค้าด้านนอกกับเจ้านาย เขาก็เลยมาส่งฉันที่นี่เลย ส่วนรถจอดไว้ที่บริษัท”
“เจ้านายกับลูกน้อง เขาให้ดอกกุหลาบกันในวันวาเลนไทน์แบบนี้ด้วยเหรอ?”
“เขาให้มาเอง ฉันไม่ได้อยากได้ซะหน่อย”
“ไม่อยากได้ แล้วจะกอดไว้เพื่อ?”
พรึ่บ! ตุ้บ!
“ทำอะไรของนายเนี่ย” ณิชาโวยวายเสียงหลง เมื่อไรเฟิลกระชากช่อกุหลาบออกจากอ้อมแขนของเธออย่างแรง แล้วเขวี้ยงทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ไยดี
“โวยวายเพื่อ? ก็ไหนบอกว่าไม่อยากได้...” ไรเฟิลเอ่ยถามคนตัวเล็กเหมือนหาเรื่อง ก็พูดเองว่าไม่อยากได้ ยังจะพูดเสียงแว้ดๆ ใส่เขาอีก
“มันเอาไปจัดใส่แจกันได้ ทิ้งไปแบบนั้น เสียดายของเปล่าๆ”
“อย่ามาขี้งกไม่เข้าเรื่อง” พูดจบ ไรเฟิลก็เปิดประตูรถหรู แล้วหยิบกุหลาบสีขาวช่อโตส่งให้ณิชาด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
“ถ้าอยากจัดดอกไม้นัก ก็เอาช่อนี้ไปจัดดอกไม้ให้หนำใจเธอไปเลย ถ้าอยากจัดทั้งคอนโด เดี๋ยวฉันจะเหมามาให้ทั้งสวน”
“หึ...ไม่อยากให้ฉันรับดอกกุหลาบจากคนอื่นหรือไง” ณิชาถามยิ้ม ๆ ก่อนที่เธอจะสูดดมกุหลาบขาวช่อใหญ่เข้าเต็มปอด ไรเฟิลก็เป็นของเขาแบบนี้จนเธอชิน เวลามีใครมาจีบเธอเขามักชอบกันซีนแบบนี้ทุกครั้ง
“เออ!”
“พูดไม่เพราะเลย...”
“หึ...” เขาแสยะยิ้มอย่างร้ายกาจ แล้วดึงรั้งณิชาเบาๆ มาฝั่งข้างคนขับ ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วดันคนตัวเล็กขึ้นรถของเขา จะได้ไปกินข้าวในร้านอาหารที่นัดกันไว้
“นั่งรอในรถแป๊บนึงได้ปะ ขอสูบบุหรี่แป๊บ” อยู่ๆ ก็รู้สึกอยากสูบบุหรี่ขึ้นมาเฉยๆ ซะงั้น แต่ก่อนเขาเป็นคนที่สูบบุหรี่จัดมาก แต่ด้วยเพื่อนสาวคนสนิทบอกให้เขาเบาๆ เรื่องสูบบุหรี่ลงบ้าง เขาก็ค่อยๆ ลด แต่ก็ยังไม่เลิกขาด ตอนนี้ก็สูบวันละมวนสองมวนจากที่ปกติวันละสิบมวน
“ไหนนายบอกว่าจะเลิกแล้วไง...” ณิชาช้อนตามองคนตัวสูงที่ยืนเอาแขนค้ำตรงประตูรถฝั่งที่เธอนั่งด้วยแววตาดุๆ
“ก็มันอยากอะ ขอสูบมวนเดียว” ไรเฟิลเอ่ยบอกแบบเซ็งๆ เหมือนคนจะลงแดง
“เฮ้อ...” ณิชาถอนหายใจยาว ที่เธอห้ามก็เพราะเธอเป็นห่วงเขาหรอกนะ
“ขอจูบได้ไหมล่ะ ถ้าไม่อยากให้สูบบุหรี่”
