บทที่ 8 Chapter 8
Chapter 8
@บ้านตระกูลพยัคญาดา
ร่างสูงเอนกายลงบนเก้าอี้ไม้ ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนบริเวณสวนหย่อมหลังบ้าน เขายกแขนข้างหนึ่งใช้หนุนหัวตัวเอง ส่วนมืออีกข้างใช้นิ้วคีบบุหรี่อัดสูบควันเข้าปอด แล้วพ่นควันสีขาวออกจากปาก จนคละคลุ้งทั่วบริเวณ ก่อนหน้านี้เขาพยายามที่จะลดบุหรี่ แต่ตอนนี้คิดว่าคงไม่จำเป็น
ความสัมพันธ์ของเขาและเธอที่ผ่านมา ถึงจะอยู่ในสถานะเพื่อน แต่มันรู้สึกดีมากๆ ชนิดที่ว่าถ้าเปลี่ยนสถานะมาเป็นแฟนมันจะดีไม่น้อย แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่เขาคิด เพราะสุดท้ายแล้ว...
‘เขาคิดไปเองคนเดียว’
กึก!
“มีอะไร!?” เสียงเข้มเอ่ยถามอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อเท้าหนักของใครบางคนเหยียบกิ่งไม้กระทบพื้นและเดินมาทางเขา
เฉิน ลูกน้องคนสนิทพ่วงด้วยตำแหน่งเลขาค้อมหัวให้ผู้เป็นเจ้านายเล็กน้อย “คุณเอวาฝากของมาให้นายครับ”
“มันคืออะไรวะ?” ไรเฟิลรับห่วงวงกลม ข้างในทอถักเป็นตาข่าย ด้านล่างประดับประดาร้อยเรียงด้วยขนนกและลูกปัดหลากหลายสี
“ตาข่ายดักฝันครับนาย” เฉินตอบผู้เป็นเจ้านาย เพราะเขาสอบถามข้อมูลมาแล้ว ตอนแรกเขาก็งงเหมือนกับเจ้านายของเขานั่นแหละ
“ตาข่ายดักฝันงั้นเหรอ?” ไรเฟิลมองสิ่งประดิษฐ์ที่อยู่ในมืออย่างพิจารณา เขาดูแล้วมันเหมือนเครื่องรางอะไรบางอย่าง
“เชื่อกันว่า...ถ้าเอาตาข่ายดักฝันไว้บนหัวนอน มันจะช่วยดักจับความฝันของเด็กๆ จากฝันร้ายกลายเป็นดีครับนาย”
“กูไม่ใช่เด็ก!!”
‘ระเบิดลงแล้วไอ้เฉินเอ๊ย! อารมณ์เสียมาจากไหนวะเนี่ย แม่ง...อุตส่าห์หาข้อมูลมาตอบอย่างดี คุณณิชาคร้าบ ช่วยผมด้วยครับ’เฉินเรียกหาตัวช่วยในใจ
“งั้นมึงเอาไปเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทางของกูละกัน ดูแล้วมันก็สวยดี” ไรเฟิลยื่นตาข่ายดักฝันให้เฉินลูกน้องของเขา “แล้วคุณยายอาการเป็นยังไงบ้าง”
“อาการยังทรงๆ ครับนาย”
ไรเฟิลถอนหายใจยาวอย่างรู้สึกผิด ก่อนจะเอ่ยถามต่อ “แล้วเด็กเอวานั่นล่ะ”
“ตอนนี้ใกล้สอบไฟนอลแล้วครับ”
“ในระหว่างที่มึงไปช่วยงานกูที่ญี่ปุ่น กำชับให้ไอ้หินดูแลเธอกับคุณยายให้ดี”
“ครับนาย”
“งั้น...มึงไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้จะต้องเดินทางแต่เช้า” ไรเฟิลยกมือไล่ให้เฉินไปพักผ่อน
“พรุ่งนี้คุณณิชาไปส่งนายที่สนามบินไหมครับ”
“แล้วมึงเสือกอะไรด้วยไอ้เฉิน!?” ไรเฟิลถามกลับเสียงแข็งอย่างไม่สบอารมณ์กับความขี้เสือกของลูกน้องคนสนิท
“ก็ผมเห็นเจ้านายกับคุณณิชาตัวติดกันตลอด ก็คิดว่าเจ้านายอ้อนให้คุณณิชาไปส่ง”
“แล้วทำไมกูต้องอ้อนเธอ?”
“ครับๆ ไม่อ้อนก็ไม่อ้อน งั้นผมขอตัวนะครับ หาวววว...ตาจะปิดแล้ว ง่วงนอนฉิบหาย” เฉินสะบัดหัวไปมาด้วยท่าทางจะหลับกลางอากาศ แล้วรีบเดินออกไปจากตรงนั้น ที่แท้เจ้านายของเขาก็กำลังงอนเพื่อนสุดที่รักอยู่นี่เอง ‘เกือบโดนตีนแล้วไหมล่ะ’
‘ใครส่งอะไรมาอีกวะ” ไรเฟิลหงุดหงิดให้กับลูกน้องขี้เสือก แล้วพาลไปถึงคนที่ส่งข้อความมา มือสากล้วงหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง เขาเห็นข้อความของณิชาเด้งขึ้นมา เขาอ่านข้อความที่เธอส่งมาผ่านหน้าจอ และเก็บมือถือไว้ในกระเป๋ากางเกงตามเดิม โดยไม่ได้ตอบกลับอะไรไป
จากวันเป็นเดือน จวบจนตอนนี้สามเดือนเข้าไปแล้ว เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก แต่คนที่พึ่งรู้ใจตัวเอง ในแต่ละวันมันช่างยาวนานเหลือเกิน
หลังจากที่ไรเฟิลไปดูแลงานที่ญี่ปุ่น เธอส่งข้อความไปหาเขา เขาไม่แม้แต่จะเปิดอ่านข้อความของเธอ และไม่มีการติดต่อกลับมา
ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมา เธอมักจะคิดว่าเป็นเพราะความใกล้ชิดกันมากเกินไป ทำให้บางครั้งเธอแอบสับสนในใจและหวั่นไหวกับเขา แต่เธอมักย้ำเตือนตัวเองเสมอว่าเขาเป็นแค่เพื่อน
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เมื่อสามเดือนก่อน เธอจะตอบตกลงเป็นแฟนกับเขาแบบไม่ลังเลใจ เธอจะกอดเขาไว้แน่นๆ ไม่ให้เขาหายเงียบไปแบบนี้
การมีเขาอยู่ใกล้ๆ การมีเขาคอยอยู่เคียงข้าง มันรู้สึกดีมากๆ เลยนะ แต่การไม่มีเขาคอยกวน ไม่มีคนคอยถาม ไม่มีคนห้ามนู่นห้ามนี่ ไม่มีคนคอยดุ สำหรับเธอแล้วมันเป็นความรู้สึกแย่และห่อเหี่ยวมากๆ นี่หรือเปล่านะที่ว่ากันว่า ‘ตอนมีไม่รักษา พอเสียไปกลับพึ่งจะรู้สึก’
ปิ๊นนน!! ปิ๊นนน!!
เสียงบีบแตรรถสปอร์ตสีดำดังขึ้นบริเวณป้ายรถประจำทาง ทำให้คนตัวเล็กในชุดทำงานออฟฟิศที่นั่งเหม่อลอยหลุดออกจากภวังค์
“น้องณิชาขึ้นรถมาครับ เดี๋ยวพี่ไปส่ง” เจตภัทรลดกระจกลง และเอ่ยเรียกพนักงานสาวสวยที่เขาหมายปองขึ้นรถ
“ไม่เป็นไรค่ะคุณเจ เดี๋ยวเพื่อนมารับค่ะ” ในขณะที่ณิชากำลังปฏิเสธเจ้านายหนุ่มอยู่นั้น เสียงบีบแตรรถสปอร์ตหรูสีแดงโฉบเฉี่ยวก็ดังขึ้น
ณิชาจึงรีบกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปขึ้นรถหรูที่จอดต่อท้ายรถของเจตภัทร ในวันนี้เธอไม่ได้เอารถมาเพราะรถเก๋งเสียพอดี ประจวบเหมาะกับที่คิมหันต์ชวนเธอไปกินข้าว เธอก็เลยถือโอกาสให้เขามารับหลังเลิกงาน
‘เด็กเสี่ยเหรอ มีรถหรูคันละเป็นสิบล้านมาจอดรับ” พนักงานไดม่อนเจที่อยู่คนละฝ่ายกับณิชาเอ่ยพูดอย่างสงสัย แต่แฝงไปด้วยความอิจฉาซะมากกว่า
‘ทำเป็นเล่นตัวกับคุณเจ ที่แท้ก็มีเสี่ยเลี้ยงอยู่นี่เอง” พนักงานอีกคนพูดเสริมเติมแต่ง
“รถสปอร์ตสีดำนั่นใคร?” คิมหันต์เอ่ยถามณิชา เมื่อเขาเห็นรถสปอร์ตจอดเทียบเคียงคุยกับณิชา ก่อนที่เขาจะขับมาถึง
“คุณเจเป็นเจ้านายของฉันเอง”
“เขาจีบเธอเหรอ?”
“จีบมั้ง”
“หึ...มีจีบมั้งด้วย” คิมหันต์หลุดหัวเราะออกมากับคำพูดของเพื่อนสาว “ถ้าไอ้ไรเฟิลมาเห็นนะ มีเคืองเธอแน่ณิชา เดี๋ยวมันก็กลับมาแล้วหนิ มันบอกเธอแล้วใช่ไหม แต่มันคงบอกเธอก่อนเพื่อนคนอื่นแล้วละมั้ง”
“ให้เฟิลอ่านข้อความไลน์ของฉันก่อนเถอะ” ณิชาพูดอย่างงอนๆ กับคำพูดของคิมหันต์
ไรเฟิลเขาจะบอกอะไรเธอก่อนเพื่อนกันล่ะ ขนาดข้อความที่เธอส่งไปหาเขา เขาก็ยังไม่อ่านเลย
“งอนกันเหรอ?”
“ฉันไม่ได้งอน แต่เฟิลน่ะงอนอะไรฉันหรือเปล่า ส่งไลน์ไปก็ไม่ยอมอ่าน”
“เป็นไปได้เหรอ? ไอ้เฟิลเนี่ยนะไม่อ่านข้อความของเธอ...” คิมหันต์ทำท่าทีแปลกใจ ไรเฟิลต่อให้จะไม่สนใจใคร หนึ่งในนั้นต้องไม่ใช่ณิชา ไรเฟิลเป็นห่วงณิชาเอามากๆ ไม่มีทางที่ไรเฟิลจะเมินใส่ณิชาได้
“แล้วนายคุยกับเฟิลหรือเปล่า?”
“ก็คุยตลอดนะ ล่าสุดพึ่งคุยกับมันเมื่อกี้ มันบอกว่าจะกลับไทยละ” ในขณะที่คิมหันต์พูดไป เขาก็ขับรถเข้ามาจอดหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง
“เฟิลบินกลับไทยวันไหนอะ”
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน มันบอกแค่ว่าจะกลับเร็วๆ นี้ เธอก็ลองโทรไปถามมันสิ”
“เฮ้อ...ฉันก็บอกแล้วไง ว่าเฟิลไม่อ่านข้อความของฉัน”
“ลองโทรไปหามันหรือยัง?...”
“กับนายก็ไม่เห็นต้องโทร ทำไมเฟิลถึงตอบข้อความนายได้ ทีกับฉัน ทำไมเขาถึงไม่เปิดอ่านข้อความเลยล่ะ ฮึก~” น้ำตาแห่งความน้อยใจซึมไหลออกมาคลอเบ้าด้วยความน้อยอกน้อยใจคนทางไกล
