บทที่ 4 ต้องมนตร์

“มากันแล้วค่ะ”

พริ้มพราว ลูกสาวคนรองของพาขวัญและพิรัชย์ วิ่งเข้าไปในห้องนั่งเล่นเพื่อบอกให้พ่อ พี่ชาย และน้องชายเตรียมตัวต้อนรับแขกคนสำคัญของแม่ที่ต่อไปนี้จะมาอาศัยอยู่ที่บ้านของเธออีกอย่างต่ำหนึ่งปีเต็ม

ที่น่าตื่นเต้นกว่าคือสาวสวยคนนั้นดันเป็นนักร้องสาวไอดอลที่สามารถพูดได้ว่าเธอกำลังโด่งดังที่สุดในตอนนี้ และเป็นผู้หญิงที่ชายหนุ่มทั่วโลกโหวตให้ว่าอยากเป็นแฟนด้วยมากที่สุดอีกต่างหาก

ไม่ต่างจาก พิธาน ลูกชายคนเล็ก เพราะถึงเขาจะคลุกคลีกับวงการบันเทิงด้วยการเป็นข่าวกับดารานางแบบมาตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อหนุ่ม แต่การที่เจณิสตาผู้ซึ่งผู้ชายทุกคนหมายปองจะมาอยู่ร่วมบ้านก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ แม้ว่าแม่จะสั่งห้ามไม่ให้เขายุ่งกับเธอในทางชู้สาวก็ตาม

“ตื่นเต้นอะไรนักหนายัยพราว”

พิพัฒน์ ลูกชายคนโตผู้กุมบังเหียนบริหารกิจการของพิมพ์มาดาพร็อพเพอร์ตี้ปิดหน้าจอไอแพดที่กำลังเช็กกระดานหุ้นแล้วถอนหายใจ ทั้งยังส่ายหน้าระอาน้องทั้งสองที่ทำตัวราวกับคนไม่เห็นดารา ทั้งที่ทุกคนในครอบครัวอยู่ในสังคมชั้นสูงที่เจอนักธุรกิจ ไฮโซ ดารา เซเลบมากมายและมักจะได้อยู่ในหน้าสื่อเสมอ

“พี่พอร์ชคะ นั่นเจนิสเลยนะ น้องน่ารักออก”

“ก็แค่นักร้อง ในทีวีสวย ๆ บางคนเจอตัวจริงหน้าตาดูไม่ได้ก็มี อย่าไปตื่นเต้นนักเลย ยังไงก็อยู่ร่วมบ้านให้แกได้เห็นหน้าสดอีกนาน”

พี่ใหญ่พูดกลั้วหัวเราะ เพราะเขาเองก็คร่ำหวอดในวงการดาราเซเลบเช่นกัน คู่ควงคนล่าสุดนั่นก็ใช่

“อ๋อ ลืมไปนะนายพิธ ที่พี่พอร์ชเขาไม่ตื่นเต้นเพราะกำลังควงกับระดับดาราโกอินเตอร์เลยนี่นะ”

พริ้มพราวหันไปพยักพเยิดกับน้องชาย ทั้งยังเบะปากใส่คนหล่อที่เปลี่ยนคู่ควงระดับแนวหน้าเป็นว่าเล่นให้อีก แล้วขยับไปนั่งกอดคนเป็นพ่อที่ไม่เคยเจ้าชู้มากรักแบบพี่ชายและน้องชายเลย เพราะเขามีแฟนทีละคนก่อนจะจับแม่ของเธอที่เป็นเด็กในอุปการะของคุณย่ากินแทนอาหารหลักจนความแตก

“ไม่ต้องเถียงกัน ยังไงลูกทุกคนก็ต้องช่วยกันดูแลน้องจนกว่าจะครบกำหนดหนึ่งปี เข้าใจไหม”

พิรัชย์เอ่ยสำทับ แล้วก้มจูบหน้าผากมนของลูกสาวสุดที่รักเหมือนที่ทำมาตลอด

“ทราบครับพ่อ ให้ผมตามรับส่งน้องด้วยยังได้ ไม่ได้คิดอะไรเลยจริง ๆ นะครับ”

พิธานขันอาสาก่อนจะได้รับคำชื่นชมจากมารดาที่พาแขกคนสำคัญเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นชุดใหญ่

“แหม ไม่ต้องเลยเจ้าพิธ แค่อ้าปากแม่ก็เห็นไปถึงไส้ติ่ง พี่พีทก็หัดปรามลูกชายของพี่บ้างสิคะ เจ้าชู้เหลือเกิน ไม่รู้ได้มาจากใคร”

“อ้าว แม่ครับ เรื่องอะไรมาว่าผมคนเดียว ทีพี่พอร์ชทำไมแม่ไม่ว่าบ้างล่ะ ดูสิ แล้วแบบนี้เจนิสจะคิดว่าผมเป็นคนยังไง”

เจณิสตามองใบหน้าหล่อเหลาของคนร้องประท้วงแล้วอมยิ้ม ก่อนจะเหลือบไปมองผู้ชายอีกคนที่ถูกกล่าวถึง ทันทีที่สบสายตาเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ใบหน้าขาวใสราวผิวผู้หญิง คิ้วเข้มดกดำพาดอยู่บนหน้าผากกว้างกำลังพอเหมาะ ดวงตาคมกริบสีน้ำตาเข้ม จมูกโด่งจัดตามชาติพันธุ์ช่างรับกับริมฝีปากหยักได้รูปสีชมพูดูสุขภาพดี

ความหล่อเหลามีออร่าภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยและแววตาเย็นชาคู่นั้นทำเธอสั่นไปทั้งตัว

และนั่นทำให้เธอตัดสินใจได้ในทันทีว่าควรจะทำวิธีไหนให้ได้เซ็นสัญญาฉบับที่สอง และคนที่เหมาะสมที่สุดที่พ่อของเธอจะไม่สามารถปฏิเสธได้นั้นคือใคร


ราวกับต้องมนตร์สะกด...เมื่อได้สบตากับเจณิสตาแล้วเหมือนกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ทุกสิ่งรอบกายเงียบสงัด มีเพียงเสียงหัวใจดวงโตที่เต้นกระหน่ำสะท้อนในอกจนปวดหนึบ

ใบหน้าสวยงามและผิวพรรณขาวสว่างสะท้อนแสงทำเขาตาพร่า ดวงตากลมโตแววหวาน จมูกโด่งปลายเชิดรั้น ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูสด ทุกอย่างที่อยู่บนใบหน้าเธอช่างพอเหมาะพอเจาะ ไหนจะรูปร่างบอบบางแต่อกเป็นอก เอวเป็นเอว สะโพกผายกำลังงามรับกับต้นขาเรียวเล็กไร้ไขมันส่วนเกิน ทุกอย่างที่รวมเป็นเธอทำเขาไม่อาจละสายตาได้เลยจนนึกตกใจ

เธอสวย สวยมากจริง ๆ มีเสน่ห์จนเขาใจสั่น ไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครมาก่อนเลยในชีวิต

“จะคิดว่ายังไงล่ะ ก็ต้องคิดว่าแกเป็นผู้ชายที่ไม่น่าเข้าใกล้ที่สุดไง เจ้าพิธ”

พริ้มพราวเอ่ยเย้า แต่ก็เป็นการเรียกสติของพิพัฒน์และเจณิสตาที่จ้องตากันเงียบ ๆ ให้รู้สึกตัว

“เอาล่ะ มีน้องมาอยู่ร่วมบ้านด้วยก็ทำตัวให้มันดี ๆ หน่อย อย่าทำให้น้องอึดอัด แม่จะแนะนำให้รู้จักนะ พอร์ชเคยเจอคุณน้าทั้งสองแล้วตอนเด็ก ๆ แต่คนอื่นยังไม่เคยเจอ นี่น้าวีกับน้าจุ๋ม เพื่อนสนิทแม่เอง”

หนุ่มสาวทั้งสามยกมือไหว้เพื่อนสนิทของแม่ทั้งสองคนที่ไปตั้งรกรากอยู่ต่างบ้านต่างเมืองตั้งแต่พิพัฒน์ยังจำความไม่ได้

“เจนิสจ๊ะ นั่นลุงพีทสามีของป้า ส่วนสามคนนั้น พี่พอร์ช พี่พราว แล้วก็พี่พิธจ้ะ”

“สวัสดีค่ะคุณลุง สวัสดีค่ะพี่พอร์ช พี่พราว พี่พิธ”

คนตัวบางที่ไปเติบโตไกลถึงสวิตเซอร์แลนด์ยกมือไหว้อย่างสวยงามตามที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี เรียกรอยยิ้มของทุกคน ยกเว้นพิพัฒน์ที่ยังมองเธอนิ่ง ๆ ด้วยใบหน้าเรียบเฉยจนไม่สามารถอ่านความรู้สึกจากแววตาเย็นชาคู่นั้นออก

“สวัสดีจ้ะ เจนิสตัวจริงสวยกว่าในทีวีตั้งเยอะ ขนาดพี่เป็นผู้หญิงยังใจสั่นเลย”

พริ้มพราวเอ่ยชมจากใจจริง ดวงตายังไม่ยอมละไปจากใบหน้าสวยงาม ไม่ต่างอะไรกับพิธานที่พยักหน้าเห็นด้วย

“ขอบคุณมากค่ะพี่พราว”

“เอาล่ะจ้ะ จากวันนี้ไปเจนิสจะมาอยู่กับพวกเราที่นี่จนกว่าจะหมดสัญญากับทางค่าย แม่ขอให้ลูกทุกคนช่วยกันดูแลน้องด้วยนะจ๊ะ”

“สบายมากค่ะแม่ ยินดีต้อนรับมาเป็นครอบครัวเดียวกันนะเจนิส ถ้ามีอะไรให้พวกพี่ช่วยเหลือก็บอกได้เลยเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจ ถือว่าเราเป็นพี่น้องกันแท้ ๆ โอเคไหม”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป