บทที่ 6 ปฏิบัติการอ่อย

ต่อให้เธอจะสวยเซ็กซี่แค่ไหน แต่อย่าคิดว่าเขาจะเอาตัวเข้าไปเสี่ยงให้หมดอิสรภาพ เขาจะไม่มีทางเข้าใกล้เธอเด็ดขาด ต่อให้ต้องชักตายตรงนี้เพราะขาดผู้หญิงมาบำเรอ เธอก็จะเป็นคนสุดท้ายที่เขาจะสนใจ เพราะถ้าเขายุ่งเกี่ยวกับเธอเมื่อไร แม่ต้องจับเขาแต่งงานเพื่อรับผิดชอบเธอทันทีแน่นอน

เพราะฉะนั้น ผู้หญิงคนนี้คือของต้องห้าม

“พี่สองคนไม่มีคู่หมั้นหรอกครับ ยังโสดทั้งคู่ด้วย แฟนก็ไม่มีนะ”

พิธานพูดกลั้วหัวเราะเมื่อนักร้องสาวเบิกตาเลิกคิ้วราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด แม้จะไม่ได้เป็นดารา แต่เขาสองคนพี่น้องก็มีข่าวซุบซิบกับดารานางแบบสาวอยู่เสมอ

“เจนิสอย่าไปเชื่อ เจ้าพิธไม่มีแฟนก็จริง แต่ก็ควงผู้หญิงเป็นร้อย ชอบเที่ยวกลางคืน ไม่รู้เที่ยวผู้หญิงด้วยหรือเปล่า ส่วนพี่พอร์ชก็ควงดาราเป็นว่าเล่นเหมือนกัน ล่าสุดน่าจะเป็นเซน่านะ เพิ่งเห็นข่าวไปเมื่อวันก่อนเอง”

เจณิสตาพยักหน้ารับ ดวงตากลมเหลือบมองผู้ชายที่นั่งทำทองไม่รู้ร้อนอยู่ฝั่งตรงข้าม เขายังคงตักอาหารกินหน้าตาเฉย ก่อนจะชะงักเมื่ออยู่ ๆ เขาก็เหลือบมองเธอด้วยแววตาเย็นชาที่แปลความหมายไม่ออก รู้แค่เพียงว่ามันทำเธอสั่นไปทั้งตัวจนควบคุมไม่อยู่

“พูดมากน่ายัยพราว เรื่องส่วนตัวของพี่ ไม่ต้องมายุ่ง”

“แหม พราวก็ต้องหาข้อมูลจากสื่อเอาสิคะ ก็พี่คบใครไม่เคยบอกที่บ้านเลย พราวกลัวว่าจะช็อกตาตั้งถ้าอยู่ ๆ พี่ก็พาผู้หญิงสักคนเข้าบ้านแล้วบอกว่าพี่ทำเธอท้อง”

“พูดมากจริง ๆ พี่ป้องกันเป็น แล้วก็ไม่ได้คบกับใครด้วย ทำไมต้องพามาแนะนำให้ครอบครัวรู้จัก ไร้สาระ”

“พราวไม่ยุ่งกับพี่พอร์ชแล้วก็ได้ ว่าแต่เจนิสล่ะ มีแฟนหรือยัง เห็นพวกดารานักร้องไอดอลมักจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้นะ ค่ายสั่งห้ามหรือเปล่า”

“ค่ายของเจนิสไม่ได้ห้ามหรอกค่ะ เพื่อนในวงก็เปิดตัวแฟนไปแล้ว แต่เจนิสไม่มีหรอก เพิ่งเรียนจบเองค่ะ ก่อนหน้านี้แทบจะหาเวลานอนไม่ได้ด้วยซ้ำ ถ้าไม่ต้องออกคอนเสิร์ตก็ถ่ายรายการ ไม่งั้นก็ต้องซ้อมเต้นซ้อมร้อง บางวันก็ต้องเข้ายิมเข้าคลินิกดูแลตัวเอง วนอยู่แบบนี้ แค่จะไปดูหนังยังไม่มีเวลาเลยค่ะพี่พราว”

“โห แล้วแบบนี้หยุดวันไหนล่ะ”

“ไม่มีวันหยุดค่ะ เจนิสไม่เคยมีวันหยุดเลยตั้งแต่ออกอัลบั้ม ช่วงนี้ถือเป็นเวเคชันของเจนิสเลย”

คนตัวบางหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้เห็นว่าตารางงานที่อัดแน่นจนไม่มีวันหยุดจะเป็นเรื่องลำบากอะไรเพราะเธอชินเสียแล้ว

“เธอควรมีวันหยุดบ้างนะ อย่างน้อยก็ได้พักผ่อน นอนอยู่ในห้องนิ่ง ๆ ก็ยังดี”

เสียงทุ้มติดจะเย็นชาไร้ความรู้สึกของเขากลับทำเธอใจเต้นรัว หัวใจที่ไม่เคยตกหลุมรักใครมาก่อนมันเริ่มจะหวั่นไหวกับเหยื่อคนสำคัญแปลก ๆ จนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังรู้สึกแบบไหนกันแน่


นาฬิกาปลุกร้องเตือนในช่วงเวลาเดิมของทุกวัน เจณิสตาลุกขึ้นบิดขี้เกียจแล้วตรงดิ่งเข้าห้องน้ำ ไม่นานก็ออกมาในชุดออกกำลังกายแบบเสื้อสายเดี่ยวเอวลอยสีเขียวสังขยากับกางเกงเลกกิ้งขายาวสีเดียวกัน อวดส่วนเว้าส่วนโค้งชวนน้ำลายสอ

เธอมัดผมรวบเป็นหางม้า หยิบผ้าขนหนูผืนน้อยพร้อมด้วยขวดน้ำแล้วลงไปยังห้องออกกำลังกายของคฤหาสน์ตระกูลคลาร์กทันที

ช่วงเวลาเช้าตรู่มีเพียงแม่บ้านเท่านั้นที่กำลังช่วยกันทำความสะอาด เธอส่งยิ้มให้กับทุกคนแล้วเปิดประตูเข้าไปในยิมส่วนตัวก็ต้องชะงักเพราะไม่คิดว่าในเวลานี้จะมีคนมาใช้ห้องเช่นกัน

“เอ่อ ขอโทษค่ะ เจนิสไม่รู้ว่าพี่พอร์ชลงมาใช้ห้อง”

พิพัฒน์ลุกขึ้นจากเครื่องออกกำลังกายชุดยิมแล้วเดินตรงมานั่งยังบาร์ยกน้ำหนักโดยไม่ลืมหยิบดัมเบลคู่ใจติดมือไปด้วย

“ห้องตั้งกว้าง หรือซุปตาร์อย่างเจนิสใช้ยิมร่วมกับคนอื่นไม่ได้”

คนสวยหน้าตึงทันใด แต่ก็เลือกที่จะก้าวเข้าไปในห้องแล้วเดินไปยังลู่วิ่งเป็นสิ่งแรก

“ใช้ได้ค่ะ แค่เกรงใจพี่พอร์ชเท่านั้น กลัวว่าเจนิสมารบกวน เผื่อพี่ต้องการเวลาส่วนตัว”

พูดเสร็จก็ไม่รอฟังคำตอบของเขา ใส่หูฟังแล้วเปิดเพลงใหม่ของวงที่วันนี้ต้องออกไปซ้อมเต้น ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรทำกิริยาอย่างนี้กับเหยื่อของเธอ จึงเม้มปากแน่น เหลือบมองเขาเล็กน้อยแล้วถอนหายใจพรืดเรียกความมั่นใจ

“เอ่อ พี่พอร์ชคะ เครื่องนี้มันเปิดยังไงคะ เจนิสไม่ค่อยได้ใช้ ปกติมีเทรนเนอร์คอยดูแลให้ค่ะ”

พิพัฒน์หันมองเด็กในความดูแลของแม่ก็เห็นว่าเธอยืนมองเขาด้วยสายตามีความหมายในท่วงท่าสุดเซ็กซี่ ทั้งที่จริงแล้วเธอไม่จำเป็นต้องทำอะไรแบบนี้เลยด้วยซ้ำก็ดูสวยยวนตาอย่างเป็นธรรมชาติในทุกอิริยาบถอยู่แล้ว จึงแค่นยิ้มหยันแล้วยอมลุกเดินไปหาเธอช้า ๆ

ดวงตาคมกริบจ้องมองเธอไม่วางตา ก่อนจะก้มลงเปิดสวิตซ์ที่ใต้ฐาน แล้วกดเปิดเครื่องให้

“เอาเท่าไหร่ล่ะ แต่อย่างเธอคงเจนน่าดู งั้นก็...”

นิ้วใหญ่กดรัว ๆ เพื่อเพิ่มความเร็วจนเธอต้องผวาถอยหลังก่อนจะรีบจ้ำเท้าเดินแล้วเปลี่ยนเป็นวิ่งในทันทีที่เครื่องทำงานเต็มกำลัง

“พี่พอร์ช อะไรคะเนี่ย จะบ้าเหรอ”

เจณิสตากดลดความเร็วอย่างหัวเสีย หันมองหน้าเขาด้วยสายตาวาววับเอาเรื่อง แต่เขากลับเสียงหัวเราะหยันเบา ๆ ในลำคอกับสายตาเย็นชาที่ดูจะสะใจเล็ก ๆ เป็นรางวัลตอบแทน ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไป ไม่แม้แต่จะหันกลับมาสนใจเธอสักนิด

คนตัวบางกดนิ้วรัว ๆ ลงไปเพื่อลดความเร็วจนเหลือต่ำสุด ก่อนกระแทกนิ้วกดหยุดการทำงานอย่างหัวเสีย ดวงตาวาววับยังมองบานประตูไม้ที่ปิดสนิทแม้ตรงนั้นจะไม่มีเหยื่อคนสำคัญอีกต่อไปแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป