บทที่ 6 SPERMนายขายให้ฉันได้ไหม

“จริงด้วยลิตาลืมไปเลย งั้นคนที่มาร่วมประมูลในวันนี้ก็...”

“ครับมีแต่นักธุรกิจแถวหน้าของวงการรังนกทั้งนั้นโดยเฉพาะคนนั้น” คุณธนามองไปยังเจ้าของร่างสง่าใบหน้าหล่อสไตล์หนุ่มลูกครึ่ง แต่เราสองคนต้องรีบเบนสายตามองไปทางอื่นเมื่อกลุ่มชายชุดดำหันมามอง

น่ากลัว! น่ากลัวจนขนลุก!

“ใครเหรอคะ ท่าทางดูมีอิทธิพลน่าดู”

“ผมก็ไม่มั่นใจครับ เห็นกลุ่มข้างในบอกคนนี้น่ากลัวสุดและเป็นครั้งแรกที่เขาสนใจสัมปทานในไทย เห็นว่าเป็นมาเฟียแถบยุโรปเลยครับ คุณลิตามีอะไรหรือเปล่า” มาเฟียเลยเหรอดูยิ่งใหญ่จัง

“เปล่าค่ะ คุณธนาไปทำงานเถอะค่ะลิตาไม่กวนแล้ว”

“ครับ งั้นผมขอตัว”

เป็นแบบนี้นี่เองถึงว่าถึงกับต้องสั่งปิดโรงแรม ทีแรกเข้าใจว่างาน

เล็ก ๆ ที่ไหนได้! งานช้างเลยนะ

“นักธุรกิจงั้นเหรอ หึ...” ริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มบาง งานนี้ไม่ยาก นักธุรกิจก็ต้องคุยแบบธุรกิจสินะ

“เงินคือทางออกที่ดีที่สุด!”

เสียงรองเท้าส้นสูงราคาแพงเดินตรงเข้าไปยังห้องรับรองที่ว่า

ฟึบ!!

ทันทีที่ก้าวขาเข้าไปหวังจะเดินไปยังจุดหมายที่นั่งนิ่งไม่สนใจใคร เหล่าชายฉกรรจ์ชุดดำ นับสิบคนเดินเข้ามาขวางทาง

‘พวกบ้าตกใจหมดเลย’ ยกมือขึ้นทาบอกเกิดหัวใจวายขึ้นมาใครรับผิดชอบ ทำอย่างกับคนตรงหน้าที่นั่งไขว่ห้างจิบกาแฟอย่างใจเย็นเป็นเจ้าชายรัชทายาท กลัวมีใครปองร้ายถึงได้คุ้มกันอย่างแน่นหนา (บ้าฉิบ)

“หลบไป” ผู้ชายชุดดำอีกคน (ที่หล่อมาก) เดินเข้ามาบอกพวกที่เป็นจระเข้ขวางคลองให้หลบไปด้วยภาษาอังกฤษ

“......” ไม่พูดอะไรมากมองหน้าเขาสลับกับมองเป้าหมายที่ยังนั่งนิ่งทำเหมือนทุกคนรอบข้างเป็นธาตุอากาศ ก่อนเขาพยักหน้าแล้วถอยหลังกลับไปยืนตำแหน่งเดิม (พวกเขานิ่งอย่างกับทหารเฝ้าพระราชวังอังกฤษ)

“สวัสดีค่ะ” ทักทายคนตรงหน้าเป็นภาษาอังกฤษ ไม่รอให้เขาอนุญาตถือวิสาสะนั่งลงโซฟาฝั่งตรงข้าม

“....” นักธุรกิจหนุ่มตรงหน้าไม่พูดอะไร ไม่แม้แต่จะเอ่ยทักทายกลับเสียมารยาทสิ้นดี! ไอ้ฝรั่งบ้า ถ้าไม่ติดว่าหล่อนะคนอย่างชลิตาไม่มานั่งคุยด้วยหรอกเสียเวลาเสพผู้ชาย

“ฉันชลิตา” แนะนำตัวพร้อมยื่นนามบัตรให้ แน่นอนเขาไม่ได้ชายตามองดูมันเลยสักนิดคนหรือภูเขาน้ำแข็งอะไรจะเย็นชาได้ขนาดนั้น “คือแบบนี้นะคะ”

“มีอะไรก็ว่ามา”

ไม่ทันได้พูดจบประโยคคนตรงหน้าพูดแทรกขึ้นมาก่อน แต่ที่ต้องแปลกใจคือ เขาพูดไทยชัดกว่าคนไทยอีก! แม่เจ้า!

“คือแบบนี้คุณคงจะพอรู้จักการทำเด็กหลอดแก้ว...”

“ผมมีเวลาให้คุณ 3 นาที” อีกแล้วนะ พูดยังไม่ทันจบแล้วพูดแทรกทำไม! พูดไทยได้ไม่ได้แปลว่าจะมีมารยาทสินะ

“ค่ะ” ยิ้มสู้เข้าไว้ เอาน้ำเย็นลูบไว้ก่อน ไว้จับรีดน้ำเชื้อได้เมื่อไหร่เจอลิตาแน่!

“......” นักธุรกิจหนุ่มตรงหน้าวางแก้วกาแฟพลางยกข้อมือขึ้นดูเวลาคล้ายจะสื่อความหมาย ‘เวลาผมมีค่า’ หมั่นไส้!

เป็นคนตรง ๆ สินะ งั้นดีจะได้ไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา

“สเปิร์มนายขายให้ฉันได้ไหม?” ถามพร้อมยื่นบัตรเครดิตในมือให้ ทว่า...คนตรงหน้ากลับเงียบ สายตาเย็นชาเกินจะคาดเดาว่ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ที่แน่ ๆ สายตาเย็นชาคู่นั้นจ้องชลิตาชนิดไม่กะพริบตา

“ว่าไงจะขายเท่าไหร่ ฉันจ่ายคุณไม่อั้น” เขายังคงเงียบไม่พูดไม่จาไม่ว่าอะไร ทำเราเริ่มหงุดหงิดชักสีหน้าไม่พอใจใส่เขาอย่างเผลอตัว

“.....” ทุกอย่างเงียบสนิทได้ยินเพียงเสียงหัวใจดวงน้อยที่เต้นผิดจังหวะดวงตากลมจ้องริมฝีปากหยักได้รูปอย่างใจจดจ่อ “ว่าไงคะ” คนอย่าง

ชลิตาไม่ได้มีความอดทนมากขนาดนั้นนะ นี่อุตส่าห์ฉีกยิ้มหวานให้ยังทำเฉย คนบ้าอะไรเย็นชาชะมัดเย็นชากว่าเฮียมังกรเสียอีก เย็นชาจนรู้สึกขนอ่อนตามร่างกายลุกเกลียว เมื่อคนปากหนักตรงหน้าเอ่ยประโยคที่ทำเอาอ้าปากค้างพูดไม่ออก

“ไม่ขาย! อยากได้ก็ขึ้นเตียง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป