บทที่ 1 หนี้แค้น

  กลิ่นบุหรี่ราคาแพงคละคลุ้งอยู่ในห้องทำงานกว้างขวางบนชั้นสูงสุดของกาสิโนหรูแสงไฟสลัวเรืองรองจากตึกระฟ้าภายนอกหน้าต่างบานยักษ์สะท้อนเข้ากับใบหน้าคมกริบของชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวหนา

  เพลิง หรือที่ใครต่อใครขนานนามว่า เจ้าพ่อ แห่งโลกสีเทา กำลังจ้องมองหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชาจนน่าขนลุก

  “ฮึก... คุณเพลิงคะ ตาลไม่รู้เรื่องจริงๆ ค่ะ ตาลไม่รู้ว่าพี่ต้นไปทำอะไรไว้”

  น้ำตาลสะอื้นจนตัวโยน ร่างบางสั่นเทาในชุดนักศึกษาที่หลุดลุ่ยจากการถูกลูกน้องของเขาฉุดกระชากลากถูมาที่นี่ สองมือเล็กที่ถูกมัดด้วยสายรัดเคเบิลไทร์บวมแดงจนเห็นรอยช้ำชัดเจน

  “ไม่รู้” เพลิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำพร่าแต่ทรงอำนาจจนคนฟังต้องก้มหน้าหนี “ไอ้พี่ชายสารเลวของเธอ มันคาบข้อมูลลูกค้าระดับวีไอพีของฉันไปประเคนให้พวกไอ้เอลิค มันทำให้ฉันเกือบพินาศ แล้วเธอยังกล้าบอกว่าไม่รู้อย่างนั้นเหรอ”

  เขาลุกขึ้นเดินช้าๆ อ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นบุหรี่ดุดันแผ่ซ่านจนน้ำตาลรู้สึกอึดอัดราวกับจะขาดใจ มือหนาเชยคางมนขึ้น บีบแน่นจนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

  “ในเมื่อมันหนีไป... เธอก็ต้องเป็นคนชดใช้แทน”

  “ตาลไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอกค่ะ... ให้ตาลทำอะไรก็ได้ ตาลจะทำงานใช้หนี้...”

  “ทำงานงั้นเหรอ” เพลิงแสยะยิ้มมุมปาก สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่นวลแก้มขาวผ่องลงมาถึงลำคอระหง “คิดว่าชาตินี้ทั้งชาติจะหาเงินมาคืนฉันหมดหรือไง คนอย่างเธอจะทำอะไรได้ นอกจากการเป็นที่ระบายโทสะของฉัน... จนกว่าไอ้พี่ชายเธอจะโผล่หัวออกมา”

  “คุณเพลิง! อย่าทำอะไรตาลเลยนะคะ ตาลขอร้อง...”

  “จำไว้ น้ำตาล...” เพลิงโน้มตัวลงมากระซิบข้างใบหูเล็ก เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งแต่แฝงความเร่าร้อนของไฟตามชื่อของเขา “นับตั้งแต่วินาทีนี้ ชีวิตเธอเป็นของฉันห้ามตาย ห้ามหนี และห้ามอ้อนวอนขอความเมตตา เพราะคนอย่างฉันไม่เคยปรานีใครโดยเฉพาะน้องสาวของคนทรยศอย่างเธอ”

  เขาหันไปสั่งลูกน้องเสียงเฉียบ “เอาตัวไปขัง อย่าให้หนีไปได้”

  “ครับนาย... แต่จะให้เอาไปขังที่ไหนครับ”

  “ไม่รู้จะเอาไปไว้ไหนก็พาไปไว้ในห้องนอนกูสิ! หรือต้องให้กูถีบมึงก่อนถึงจะฉลาดขึ้นมาได้”

  เพลิงตวาดลั่นพลางขยับตัวเหมือนจะถีบยอดอกลูกน้องคนสนิท ทำเอาอีกฝ่ายรีบกุลีกุจอดึงแขนน้ำตาลที่ตัวสั่นงันงกให้ลุกขึ้นตาม

  น้ำตาลเบิกตากว้าง หัวใจร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม

  'ห้องนอนของเขาเหรอ ที่นั่นมันอันตรายที่สุดชัดๆ'

  “ไม่นะ! คุณเพลิง... ปล่อยตาลไปเถอะค่ะ ฮือ...”

  เสียงกรีดร้องอ้อนวอนถูกกลืนหายไปพร้อมกับบานประตูที่ปิดสนิท ทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มที่ยืนกำหมัดแน่น แววตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงแค้น... ปะปนกับความปรารถนาบางอย่างที่เขาเองก็ยังไม่กล้ายอมรับ

  ลูกน้องร่างสูงลากเธอมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ พาขึ้นมาชั้นสองก่อนจะเปิดประตูแล้วผลักเธอเข้าไป

  “เข้าไป! นายสั่งให้อยู่ในนี้ อย่าคิดหนีเด็ดขาดถ้าไม่อยากเจ็บตัว”

  สิ้นเสียงขู่ บานประตูก็ปิดลงอีกครั้ง ทิ้งให้น้ำตาลยืนเคว้งอยู่กลางห้องนอนกว้างขวางและหรูหราอย่างที่ชีวิตนี้ไม่เคยพบเจอ ความโอ่อ่านั้นไม่ได้ทำให้รู้สึกปลอดภัย กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขังราคาแพงเสียมากกว่า

  ด้านหน้าห้อง ไอ้แตมเกาหัวแกรกๆ พลางมองบานประตูห้องนอนเจ้านายด้วยสายตากระหยิ่มยิ้มย่อง

  'นายนะนาย ปากบอกแค้นนักแค้นหนา แต่ไหงสั่งให้เอามาขังไว้ในห้องนอนตัวเองซะงั้น ปกติเห็นส่งไปขังโกดังหลังบ่อนตลอด... หรือพี่เพลิงจะเปลี่ยนรสนิยมวะ'

  มันผิวปากเบาๆ ก่อนจะเดินผละออกไป ปล่อยให้น้ำตาลเผชิญความเงียบสงัดเพียงลำพังจนกระทั่งดึกสงัด

  หญิงสาวนั่งกอดเข่าซุกหน้าลงกับท่อนแขน ปล่อยให้น้ำตาไหลริน ภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้ายังคงตามหลอกหลอน เธอยังจำกลิ่นแดดอ่อนๆ ตอนที่กำลังเดินไปมหาวิทยาลัยได้ดี ในหัวตอนนั้นคิดเพียงเรื่องสอบและมื้อกลางวันกับเพื่อน

  แต่แล้วทุกอย่างกลับพังทลายลงในพริบตา เมื่อจู่ๆ ร่างของเธอก็ถูกกระชากอย่างแรงแรงมหาศาลดึงให้เธอเซถอยหลัง ก่อนจะมีผ้ากลิ่นฉุนกึกโปะเข้าที่จมูกและปากสติสัมปชัญญะดับวูบลงกลางแดดจ้า

  'พี่ต้น... พี่ไปทำอะไรไว้ ทำไมเขาต้องมาลงที่ตาลแบบนี้'

  น้ำตาลร่ำไห้ในใจ หนี้ ที่เธอไม่ได้ก่อ แต่มูลค่ามันมหาศาลจนมองไม่เห็นทางชดใช้

  'ต้องถูกรางวัลที่หนึ่งกี่งวดถึงจะใช้หนี้มาเฟียจอมโหดนั่นหมด... แล้วฉันจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไงกัน'

  ยิ่งคิด น้ำตาก็ยิ่งรินไหลเปรอะเปื้อนชุดนักศึกษา เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงหยดน้ำหวานที่ตกลงกลางกองเพลิง ซึ่งพร้อมจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้เป็นจุล

 กลางดึกสงัด เพลิงเปิดประตูห้องเข้ามาด้วยความเหนื่อยล้าและฤทธิ์แอลกอฮอล์ เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นแผ่วเบาพร้อมเห็นเงาตะคุ่มนั่งกอดเข่าอยู่ตรงโซฟา เขาก็ชะงักไป

  'ฉิบหายแล้ว... นี่กูเมาจนหูแว่วตาฝาดขนาดนี้เลยเหรอวะ'

  เขาเอื้อมมือไปเปิดไฟ แสงสว่างเผยให้เห็นน้ำตาลในชุดนักศึกษานั่งร้องไห้จนตาบวมช้ำ

  “เธอเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง”

บทถัดไป