บทที่ 7 ครั้งแรก

 "คุณเพลิง... เดี๋ยวค่ะ ตาลยังไม่พร้อม" น้ำตาลประท้วงเสียงสั่น พยายามดันแผงอกกว้างที่ร้อนผ่าวออกห่าง แต่ยิ่งดันเขากลับยิ่งรัดวงแขนแน่นขึ้น

 "เซ็นสัญญาแล้ว... ห้ามเบี้ยว" อัคคีกระซิบเสียงพร่าพลางซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น กลิ่นกายสาวบริสุทธิ์ทำให้ความอดทนที่เขาสั่งสมมาทั้งวันพังทลายลง

 ร่างบางถูกผลักให้นอนราบลงกับเตียงกว้างจนแผ่นหลังจมไปกับฟูกหนา แววตาดุดันที่จ้องลงมาทำให้น้ำตาลรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงลูกนกที่ไร้ทางสู้

 “หน้าที่ของเธอคือทำตามคำสั่ง... และทำให้ฉันพอใจ”

 สิ้นประโยคเผด็จการ มาเฟียหนุ่มก็ประคองใบหน้าเรียวเล็กเอาไว้มั่น ก่อนจะฉกวูบประทับริมฝีปากลงมาอย่างดุดัน น้ำตาลเบิกตาโพร่งด้วยความตกใจ รสสัมผัสจาบจ้วงและเอาแต่ใจทำเอาเธอแทบตั้งตัวไม่ติด เรียวลิ้นร้อนชื้นดุนดันเข้าไปสำรวจความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่ม ดูดดึงและพยายามสั่งสอนให้เธอสยบยอมจนหญิงสาวเผลอครางอื้ออึงในลำคอ

 มือเล็กสั่นเทาพยายามประท้วงด้วยการทุบอกแกร่งเบาๆ เมื่อลมหายใจเริ่มขาดช่วง เขาจึงยอมผละออกเพียงนิดอย่างเสียดาย แววตาคมกริบจ้องมองริมฝีปากที่บวมเจ่อของเธอด้วยรอยยิ้มหยัน

 “จูบไม่ได้เรื่อง! ถ้าคืนนี้เธอทำได้แค่นี้... อย่าหวังว่าฉันจะปล่อยให้เธอได้นอน!”

 น้ำตาลรีบโกยอากาศเข้าปอดจนอกสั่นกระเพื่อม หายใจระรัวจนใบหน้าแดงซ่าน

 “เคยจูบใครมาก่อนหรือเปล่า น้ำตาล” เขาถามเสียงพร่า

 หญิงสาวหลบสายตา ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าชายหนุ่ม ทำเพียงพยักหน้ายอมรับเบาๆ อย่างขัดไม่ได้

 “หึ! อย่าบอกนะว่าที่ฉันทำไปเมื่อกลางวัน... คือครั้งแรกของเธอ?”

 คำถามนั้นทำให้น้ำตาลอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ความร้อนลามจากพวงแก้มไปถึงใบหู เขาไม่ปล่อยให้เธอหนีไปไหน มือหนาเชยคางมนขึ้นมาบังคับให้สบตา

 “มองตาฉัน... แล้วตอบมา!”

 “ขะ...ค่ะ เมื่อกลางวัน... คือครั้งแรก” เสียงเล็กสั่นเครือจนเกือบจะหายไปในลำคอ

 คำตอบนั้นทำให้มาเฟียหนุ่มหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะหยักโค้งเป็นรอยยิ้มกริ่มที่ดูเจ้าเล่ห์และพึงพอใจเกินกว่าจะปิดมิด

 “งั้นฉันจะใจดี... ช่วยสอน ‘บทเรียน’ นี้ให้เธอเอง”

 ไม่รอให้ตั้งตัวได้อีกรอบ ชายหนุ่มก็บดจูบลงมาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่ความดุดัน แต่มันแฝงไปด้วยความปรารถนาที่จะ ‘หลอมละลาย’ น้ำตาลก้อนนี้ให้กลายเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว...

 ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องไม่ได้ช่วยลดอุณหภูมิร่างกายที่กำลังเดือดพล่านของทั้งคู่ลงได้เลย มือหนาเริ่มปลดเปลื้องพันธนาการบนกายสาวออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่งฝ่ามือร้อนระอุเข้าลูบไล้ไปตามส่วนเว้าโค้งเพื่อสำรวจทุกตารางนิ้วในร่างกายเธออย่างถือวิสาสะ

 “เธอจะหวานสมชื่อน้ำตาลไหม... ยัยเด็กดื้อ”

 น้ำเสียงแหบพร่าพึมพำชิดใบหู ขณะที่ดวงตาคมกริบกวาดมองสัดส่วนเย้ายวนที่ปรากฏแก่สายตา เขาผละริมฝีปากออกเพียงนิดเพื่อให้เธอได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ก่อนจะซุกไซ้จมูกโด่งสันลงสูดดมความหอมละมุนจากซอกคอระหง น้ำตาลเผลอเอียงคอเปิดทางให้เขาอย่างลืมตัว ร่างกายตอบสนองสัมผัสรุกรานนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ

 ความหอมกรุ่นจากกลิ่นกายสาวผู้ไร้เดียงสา ปลุกปั่นอารมณ์กระสันของมาเฟียหนุ่มให้เตลิดเปิดเปิงจนแทบคุมไม่อยู่

 ”ครางออกมาสิ... น้ำตาล ครางเรียกชื่อฉัน“

 เขากระซิบสั่งเสียงพร่า มือหนาเคล้นคลึงปทุมถันคู่พุ่มงามที่อวบอัดล้นมือ ปลายยอดชูชันสู้สัมผัสอย่างน่าเอ็นดู ปากรายไม่รอช้าก้มลงดูดดึงยอดบัวสีหวานจนเกิดเสียงชวนสยิว กายสาวสั่นสะท้านบิดเร่าด้วยความซ่านสยิวที่เพิ่งเคยพานพบเป็นครั้งแรก

 “อ๊า… คุณเพลิงอ๊ะ!”

 เพลิงแทรกกายใหญ่โตเข้าไประหว่างขาเรียวสวย เขาไล่จูบซับขบเม้มทิ้งรอยรักสีกุหลาบจางๆ ไว้ตามผิวขาวผ่อง ปลายลิ้นร้อนหยอกล้อกับสะดือและหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่เนินเนื้อสามเหลี่ยมอวบอูมไร้ที่ติ มือหนาแยกเรียวขาคู่สวยให้อ้ากว้างขึ้น เผยให้เห็นดอกไม้งามสีสดที่ยังคงปิดสนิทราวกับไม่เคยมีแมลงตัวใดได้กรายกล้ำเข้ามาฉกชิมความหวานนี้มาก่อน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป