บทที่ 9 คนดูแลส่วนตัว

 แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านม่านเนื้อดีเข้ามาในห้องนอนกว้าง น้ำตาลค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง ความเจ็บปวดจากการถูก ‘เคี่ยวกรำ’ เมื่อคืนยังจารึกอยู่ทุกตารางนิ้วบนร่างกาย โดยเฉพาะความอุ่นวาบที่คอยตอกย้ำว่าเขาจงใจฝังรากลึกโดยไม่ยอมป้องกัน...

 เธอพยายามจะขยับตัวลุกขึ้น แต่ท่อนแขนแกร่งที่พาดเอวไว้กลับรัดแน่นขึ้นจนแผ่นหลังบางแนบชิดกับแผงอกร้อนผ่าว

 "จะรีบไปไหน..." เสียงทุ้มแหบพร่าชิดใบหูทำให้น้ำตาลขนลุกซู่

 "คุณอัคคี... ปล่อยค่ะ ตาลจะไปอาบน้ำ"

 อัคคีปรือตาขึ้นมองคนในอ้อมกอด รอยแดงจางๆ ที่ซอกคอขาวเนียนซึ่งเขาเป็นคนฝากไว้ทำเอาหัวใจแกร่งกระตุกประหลาด ความโกรธแค้นที่มีต่อพี่ชายเธอในตอนแรก ดูเหมือนจะถูกความปรารถนาและความ ‘หวงแหน’ เข้ามาแทนที่ไปเสียดื้อๆ

 "หึ... เมื่อคืนยังครางชื่อฉันอยู่เลย พอเช้ามาจะหนีซะแล้วเหรอ"

 "คุณอัคคี! ตาลไม่ได้เรียกแบบนั้นสักหน่อย" น้ำตาลหน้าแดงก่ำ พยายามงัดมือเขาออกแต่ไม่สำเร็จ

 "จำไม่ได้ล่ะสิว่าเรียกชื่อฉันไปกี่รอบ..." เขาแค่นยิ้มมุมปากก่อนจะยอมปล่อยมือ "ไปอาบซะ! แล้วอย่าให้ฉันเห็นว่าเธอแอบกิน ‘ยาคุมฉุกเฉิน’ เพราะถ้าฉันอยากให้มี... เธอก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ!"

 อัคคีเดินผิวปากลงมาข้างล่างในชุดลำลอง ดูหล่อสะอาดตาจนผิดกับมาเฟียสายดุเมื่อวานลิบลับ แต่พอเจอหน้าไอ้แตมที่มายืนทำตาปริบๆ รายงานเรื่องป้าภา คิ้วหนาก็เริ่มกระตุกทันที

 “นายครับ... ป้าภาแกบอกว่าหลานแกป่วยหนัก ต้องกลับต่างจังหวัดกะทันหันครับ” ไอ้แตมรายงานเสียงอ่อย

 “แล้วมึงอนุญาต?”

 “แหะ... นายก็รู้ว่าป้าภาแกน่ากลัวกว่านายอีก ใครจะไปกล้าห้ามล่ะครับ” ไอ้แตมเกาหัวแกรกๆ “แต่ไม่ต้องห่วงครับนาย ผมดูแลนายได้!”

 “ดูแลยังไง? มึงจะกวาดบ้านถูบ้าน หรือจะมาเข้าครัว?” อัคคีจ้องหน้าลูกน้องคนสนิท “วันนี้ถ้ากูไม่ได้กินข้าวเช้าที่มัน ‘กินได้’ มึงเตรียมตัวกินข้าวต้มผ่านท่อที่โรงพยาบาลได้เลย!”

 “นาย! แตมทำเป็นแต่มาม่าใส่ไข่นะครับ นายจะกินเหรอ?”

 “เรื่องของมึง! ไปหาทางมา!” อัคคีสะบัดหน้าหนีไปนั่งที่โต๊ะอาหารยาวเหยียด ในใจแอบนึกถึงร่างเล็กที่เพิ่งฟัดไปเมื่อคืน... ‘แล้วยัยนั่นจะลุกมากินข้าวไหวไหมวะ’

 ในห้องครัว น้ำตาลที่เดินลงมาเห็นสภาพไส้กรอกเกรียมๆ กับไข่ดาวน้ำมันเยิ้มของแตมก็อดสงสารไม่ได้ เธอจึงอาสาทำแทน “พี่แตมไปเถอะค่ะ เดี๋ยวตาลทำเสร็จแล้วเอาไปเสิร์ฟให้เอง”

 ไอ้แตมเดินมายืนรอหน้าห้องอาหารด้วยท่าทางภาคภูมิใจ จนอัคคีต้องเงยหน้าขึ้นถาม

 “ไหนมื้อเช้าของกูน่ะไอ้แตม!”

 “น้องน้ำตาล กำลังทำครับนาย”

 “น้องเหรอ! มึงไปเป็นพี่เขาตั้งแต่เมื่อไหร่?” เสียงเข้มตวาดจนไอ้แตมสะดุ้ง

 “เปล่าครับนาย... ไม่ได้เป็น”

 “ห้ามเรียกว่าน้องให้กูได้ยินอีกนะ!”

 “อ้าว... ก็น้องเด็กกว่าแตม ไม่ให้เรียกน้องจะให้เรียกนายหญิงหรือไง” ไอ้แตมพึมพำเบาๆ

 “มึงว่าอะไรนะไอ้แตม!”

 “ปะ... เปล่าครับนาย เอ่อ... แล้วนายจะให้แตมเรียกเธอว่าอะไรดีล่ะครับ?”

 “แล้วแต่มึง!”

 “แล้วแต่แตม? งั้นแปลว่าเรียกยังไงก็ได้... น้องก็ได้ ‘ที่รัก’ ก็ได้งี้เหรอครับ?”

 “ไอ้แตม!!!” อัคคีคำรามลั่นพร้อมจะกระโจนใส่

 “ครับๆ! นายหญิง... อุ๊ย! เรียกว่าคุณน้ำตาลครับคุณน้ำตาล!” ไอ้แตมรีบเผ่นแนบออกไปทันที ทิ้งให้อัคคีนั่งฮึดฮัดอยู่คนเดียวกับความหวงที่เริ่มปิดไม่มิด

 น้ำตาลเดินถือจานข้าวต้มกุ้งหอมกรุ่นและไข่เจียวฟูๆ ออกมาจากครัว เธออยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งกางเกงขาสั้นที่ไอ้แตมซื้อมาให้ใบหน้าหวานยังดูเพลียอยู่บ้างแต่ก็มีเลือดฝาดมากกว่าเมื่อวาน

 "อาหารเช้าค่ะ... คุณอัคคี" เธอวางจานลงตรงหน้าเขาอย่างแผ่วเบา ไม่กล้าสบตาคมที่จ้องมองเธอเขม็ง

 เพลิงมองจานอาหารสลับกับมองร่างบางตรงหน้า สายตาคมกวาดมองเสื้อเชิ้ตของตัวเองที่อยู่บนตัวเธอ... มันดูดีกว่าที่เขาคิดไว้ซะอีก

 "ทีหลังไม่ต้องลำบาก... ให้ไอ้แตมมันทำไปสิ" ปากบอกไม่ลำบาก แต่พี่เพลิงแกตักข้าวต้มเข้าปากคำโตทันที

 "พี่แตมเขาทำไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวกระเพาะคุณจะพังเปล่าๆ" น้ำตาลตอบตามตรง จนไอ้แตมที่ยืนอยู่ไกลๆ ถึงกับพยักหน้าเห็นด้วยอย่างแรง

 "อ้อ... ห่วงฉัน?" เพลิงเลิกคิ้ว สายตาเจ้าเล่ห์เริ่มทำงาน "ป้าภาไม่อยู่ฉันจะให้ไอ้แตมหาแม่บ้านมาช่วยงาน“

 ”ไม่ต้องหรอกค่ะเดี๋ยวตาลทำเองค่ะ“

 ”เธอจะทำได้ยังไง! ไม่ไปมหาลัยหรือไง!“

 "ตาลสอบเสร็จแล้วค่ะแต่พรุ่งนี้ไปทำเรื่องเอกสารที่มหาลัยคะ"

 "ฉันจะไปส่ง... งานบ้านไว้ให้ไอ้แตมจัดการ หน้าที่เธอคือดูแลฉัน 'ทุกอย่าง' " เพลิงเน้นคำว่าทุกอย่างจนน้ำตาลหน้าร้อนผ่าว "อ้อ แล้วไอ้แตม... มึงไปจัดการเรื่องย้ายของใช้ของยัยนี่มาที่นี่ให้หมดภายในวันนี้ อย่าให้เหลือแม้แต่ถุงเท้าข้างเดียว!"

 "รับทราบครับนาย! ย้ายเข้าถาวรเลยนะครับนาย!" ไอ้แตมรับคำเสียงใส จนเพลิงต้องถลึงตาใส่ถึงได้รีบวิ่งแจ้นออกไป

 เพลิงวางแก้วกาแฟลงช้าๆ มุมปากกระตุกยิ้มที่ทำให้น้ำตาลรู้สึกเสียวสันหลังวาบ “... งั้นเธอก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องก้าวขาออกจากบ้านหลังนี้แม้แต่ก้าวเดียว”

 “แต่ตาลต้องกลับไปหอพัก ไปจัดการเรื่องห้อง...”

 “ฉันบอกแล้วไงว่าให้ไอ้แตมไปจัดการ!” เพลิงตัดบทเสียงเข้ม “หน้าที่ของเธอต่อจากนี้คือเป็น ‘คนดูแลส่วนตัว’ ของฉัน ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง”

 “ยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยเหรอคะ แล้วเวลาพักของตาลล่ะคะ”

 “เวลาที่ฉันหลับ... นั่นแหละคือเวลาพักของเธอ” เพลิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้ามาประชิดร่างบางจนเธอต้องถอยหลังไปจนชิดเคาน์เตอร์ครัว “แต่ก็นะ... เมื่อคืนเธอก็เห็นแล้วว่าฉัน ‘หลับยาก’ แค่ไหน ถ้าอยากจะพักเร็วๆ เธอก็ต้องรู้จักวิธีทำให้ฉัน ‘เพลีย’ จนหลับไปเอง... เข้าใจไหม?”

 น้ำตาลหน้าร้อนฉ่าจนแทบจะระเบิด คำพูดกำกวมของเขาทำให้เธอเถียงไม่ออก

 “ไอ้แตม! มึงมัวแต่ยืนบื้ออะไร ไปขนของยัยนี่มาสิ! แล้วจำไว้... ถ้าเห็นไอ้หน้าจืดคนไหนมาด้อมๆ มองๆ แถวหอน้ำตาล มึงจัดการมันได้เลย ฉันอนุญาต!”

 “จัดไปครับนาย! จะกวาดให้เรียบเลยครับ!” ไอ้แตมตะเบ๊ะรับคำอย่างแข็งขัน ก่อนจะรีบวิ่งไปสตาร์ทรถทิ้งให้น้ำตาลยืนหน้าแดงอยู่กับมาเฟียจอมบงการเพียงลำพัง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป