บทที่ 1 บทที่ 1
ณ ตึกแถวสองชั้นดูเรียบหรูอันเป็นที่ตั้งของสำนักงานจัดหานักแสดง นางแบบ และพริตตี้ หรือจะเรียกที่แห่งนี้ว่าโมเดลลิ่งเอเจนซี่ก็ได้
เจ้าของโมเดลลิ่งเอเจนซี่แห่งนี้มีนามว่า แหม่ม หรือ เจ้แหม่ม พรนภา สาวประเภทสองวัยกลางคน ตอนนี้เจ้แหม่มกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะภายในห้องทำงานของตัวเองโดยมีหญิงสาวคนหนึ่ง เธอมีชื่อว่า ฟ้าใส สาริน บุญทอง วัยยี่สิบสามปีนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตรงกันข้าม ฟ้าใสเธอคือพริตตี้น้องใหม่ของที่นี่และเธอมาที่นี่เพราะมีเรื่องจะพูดคุยกับเจ้แหม่ม
“เธอมาขอพบฉันมีอะไรก็ว่ามา” เจ้แหม่มเอ่ยพูดกับฟ้าใส
“คือ...หนู จะมาขอยืมเงินเจ้น่ะค่ะ สามแสน” ฟ้าใสเอ่ยพูดออกไปพลางยิ้มแห้งๆ
“ห๊ะ! โอ๊ย! นี่ ยัยฟ้าใส เธอเพิ่งเข้ามาทำงานเป็นพริตตี้ในสังกัดฉันได้แค่สองอาทิตย์ แถมอยู่ในช่วงทดลองงาน สัญญาเข้าสังกัดก็ยังไม่ได้เซ็น จะมาขอยืมเงินฉันสามแสน เธอคิดว่าฉันจะให้เธอยืมไหม ยัยนี่” เจ้แหม่มเอ่ยพูดบ่นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“เจ้คะ คือหนูจำเป็นจริงๆค่ะ ยายหนูป่วยเป็นโรคหัวใจตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลต้องผ่าตัดด่วน ต้องใช้เงินสามแสน เจ้คะ ถ้าเจ้ให้หนูยืม หนู...หนูไม่เบี้ยวแน่นอนค่ะ หนูจะใช้คืนเจ้ทุกบาททุกสตางค์แน่นอนค่ะ หรือถ้าหนูทำงานแล้วได้ค่าตัวจากการเป็นพริตตี้เจ้ก็หักเงินหนูไปเลยก็ได้ นะคะ” ฟ้าใสพยายามพูดขอร้องอ้อนวอนเจ้แหม่ม
“นี่ ยัยฟ้าใส ฉันก็เห็นใจเธออยู่นะ แต่ฉันคงให้เธอยืมเงินไม่ได้หรอก เพราะเธอพึ่งจะเข้ามาทำงานได้สองอาทิตย์ ฉันยังรู้จักเธอไม่ดีพอเลย ถึงเธอจะดูหน้าตาใสซื่อก็เถอะแต่เรื่องเงินมันไม่เข้าใครออกใคร เกิดเธอชักดาบเบี้ยวฉันขึ้นมาล่ะ ไม่เอาหรอก ฉันไม่อยากปวดหัววุ่นวายต้องไปตามล่าเธอ”
“เจ้คะ หนูไม่ชักดาบเบี้ยวเจ้หรอก นะคะ” ฟ้าใสพยายามเอ่ยพูดอ้อนวอนขอร้องเจ้แหม่ม
เจ้แหม่มมองหน้าฟ้าใสด้วยความรู้สึกเห็นใจ แต่ยังไงเธอก็ไม่คิดจะให้ฟ้าใสยืมเงินอยู่ดี เจ้แหม่มมองหน้าฟ้าใสอยู่สักครู่...ก่อนที่เธอจะคิดอะไรขึ้นมาได้ เจ้แหม่มมองหน้าฟ้าใสอย่างสำรวจก่อนที่จะเอ่ยพูด
“นี่ ถ้าเธออยากได้เงินเอาอย่างงี้ไหม ฉันมีงานที่จะทำให้เธอได้เงินสามแสนตามที่เธอต้องการ”
“งาน...งานอะไรคะ” ฟ้าใสเอ่ยพูดขึ้นอย่างสนอกสนใจ
“หน้าซื่อๆใสๆอย่างเธอเคยมีแฟนไหม”
“เอ่อ...ไม่...ไม่ค่ะ เจ้ถามทำไมคะ”
“ว๊าย! แสดงว่าเธอยังซิงไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เหรอยัยฟ้าใส” เจ้แหม่มเอ่ยพูดพลางทำหน้าตกใจ
“ค่ะ” ฟ้าใสเอ่ยตอบกลับไปด้วยความรู้สึกงงๆ
“โอ๊ยเธอ สมัยนี้ใครเขาซิงกัน” เจ้แหม่มเอ่ยพูดทีเล่นทีจริง
“แล้วเจ้ถามหนูแบบนี้ทำไมคะ”
“ก็งานที่ฉันพูดถึงที่จะทำให้เธอได้เงินสามแสนก็....ขายตัวไงจ๊ะ”
“เจ้!!!” ฟ้าใสเอ่ยพูดอุทานออกมาด้วยความรู้สึกตกใจหน้าตาตื่นตระหนก
“นี่ เธอ อย่าเพิ่งตกใจ ฟังฉันก่อน ฉันเนี่ยทำงานเป็นเจ้าของโมเดลลิ่งเอเจนซี่อย่างที่เธอเห็น เด็กๆในสังกัดของฉันก็เยอะแยะ มีตั้งแต่ดารา นางแบบ นายแบบ จนถึงอินฟลูเอนเซอร์แล้วก็พริตตี้และใช่ ฉันก็มีอีกงานหนึ่งที่เป็นความลับ แต่จริงๆก็ไม่ได้เป็นความลับอะไรหรอกคนในแวดวงน่ะเขาก็รู้กันดีว่าฉันเป็นนายหน้า เรียกตรงๆเลยแล้วกัน ฉันเป็นแม่เล้าด้วยจ้า ถ้าใครเดือดร้อนเรื่องเงินหรืออยากได้เงินด่วนเงินไวหรือสนใจจะขายตัวอะนะ ฉันก็ยินดีจัดหาลูกค้าให้โดยเฉพาะลูกค้ากระเป๋าหนักเพราะคอนเน็คชั่นที่ฉันมี แต่ฉันไม่ได้บังคับและก็ไม่เคยบังคับใครนะจ๊ะ เน้นความสมัครใจล้วนๆจ๊ะ เธอน่ะยัยฟ้าใส เธอเป็นพริตตี้น้องใหม่พึ่งมาทำงานได้แค่สองอาทิตย์ เรทค่าตัวพริตตี้ของเธอเต็มที่มันก็แค่หลักหมื่นเพราะของแบบนี้มันต้องใช้เวลาและประสบการณ์ แต่ถ้าเธออยากได้เงินหลักแสนอยากได้เงินเยอะเงินด่วนเงินไวก็มีทางนี้แหละ ขายตัว” เจ้แหม่มเอ่ยพูดกับฟ้าใสอย่างตรงไปตรงมา
ส่วนฟ้าใสที่ได้ฟังเจ้แหม่มพูดแบบนั้นเธอก็ถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกกังวลพลางทำหน้าครุ่นคิด
“นี่ ฉันรู้ว่าเธอกังวล ไม่ต้องห่วง เธอน่ะยังสดยังซิงแถมหน้าตาเธอก็น่ารักจิ้มลิ้มน่าเอ็นดู นี่ฉันว่าเผลอๆเธอจะได้เกินสามแสนและฉันรับรองว่าฉันจะหาลูกค้าเกรดเอระดับพรีเมียมให้เธอเลย ไม่ให้เธอเจอลูกค้าเกรดต่ำซาดิสแน่นอนเพราะว่าฉันเห็นใจและเอ็นดูเธอนะ” เจ้แหม่มเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
ฟ้าใสที่ฟังเจ้แหม่มพูดแบบนั้นเธอก็ถอนหายใจออกมา
“นี่ยัยฟ้าใสแค่นี้ถึงกับถอนหายใจ นี่เธอเอากลับไปคิดดูก่อนก็ได้นะ ไป เธอออกไปก่อนเดี๋ยวฉันมีธุระต้องคุยงานต่อ” เจ้แหม่มเอ่ยพูดพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจากโต๊ะตรงหน้า
“อ๋อ แล้วอย่าไปบอกตำรวจนะจ๊ะว่าฉันทำอะไร แต่...ถึงเธอจะไปบอกตำรวจ ตำรวจมันก็พวกเดียวกับฉันอยู่ดี แถวนี้ฉันจ่ายเงินเลี้ยงมันทั้งโรงพักนั่นแหละ” เจ้แหม่มเอ่ยพูดจีบปากจีบคออย่างมั่นใจ
“ค่ะ สวัสดีค่ะเจ้” ฟ้าใสเอ่ยพูดด้วยความรู้สึกห่อเหี่ยวพลางเดินออกมาจากห้องทำงานของเจ้แหม่ม วันนี้เธอไม่มีงานพริตตี้ที่ไหนจึงคิดว่าจะเดินทางไปเยี่ยมยายของเธอที่โรงพยาบาล
ฟ้าใสเดินออกมาจากตึกสำนักงานโมเดลลิ่งเอเจนซี่ของเจ้แหม่ม เธอเดินออกมาตามทางเดินบนฟุตบาทด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและหัวใจที่ห่อเหี่ยว เธอเดินมาตามทางเดินเรื่อยๆจนมาถึงป้ายรถประจำทาง.....ก่อนที่รถประจำทางสายที่ฟ้าใสกำลังรออยู่จะมา ฟ้าใสจึงเดินขึ้นรถประจำทางแล้วเลือกนั่งที่เก้าอี้เดี่ยวริมหน้าต่าง เธอมองออกไปนอกหน้าต่างรับลมที่พัดเข้ามาปะทะที่ใบหน้าด้วยความรู้สึกเศร้าใจพลางครุ่นคิดอย่างหนัก......
‘เธอจะทำยังไงดี เธอจะไปหาเงินสามแสนมาจากไหนเพื่อมาเป็นค่าผ่าตัดหัวใจให้ยายของเธอ’ ฟ้าใสคิดในใจ ฟ้าใสอาศัยอยู่กับยายสองคน เธอไม่รู้ว่าพ่อของเธอเป็นใครเพราะตั้งแต่จำความได้เธอก็โตมากับแม่และยายเท่านั้น แม่และยายของเธอก็ไม่เคยเล่าเรื่องพ่อของเธอให้ฟัง เธอเคยถามแม่กับยายว่าพ่อของเธอเป็นใครแต่ก็ไม่เคยได้รับคำตอบจากแม่และยายของเธอเลย
