บทที่ 2 บทที่ 2

ฟ้าใส แม่และยายอยู่ด้วยกันมาสามคน แม่ของฟ้าใสทำงานโรงงาน ส่วนยายของฟ้าใสขายขนมไทยอยู่ที่ตลาด จนอยู่มาวันหนึ่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ตอนที่ฟ้าใสเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นแม่ของเธอถูกรถชนเสียชีวิต เธอกับยายได้รับเงินชดเชยมาแค่หนึ่งแสนบาทเพราะคนที่ขับรถชนให้ได้เท่านี้ หลังจากที่แม่ของฟ้าใสเสียชีวิตเธอก็อยู่กับยายสองคนโดยย้ายจากการเช่าบ้านไปเช่าห้องอพาร์ทเม้นท์อยู่แทนเพราะค่าเช่าราคาถูกกว่าและยายก็อยากประหยัดและเก็บเงินไว้ให้เธอได้เรียนสูงๆ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับเธออีกครั้ง......

เมื่อตอนที่ฟ้าใสเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก ยายของเธอเกิดล้มป่วยขึ้นมา เมื่อไปถึงโรงพยาบาลยายของเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว ยายของเธอใช้สิทธิบัตรทองในการรักษา เธอจึงคุยกับยายและตัดสินใจไม่เรียนมหาวิทยาลัยต่อเพื่อทำงานหาเงินเลี้ยงดูยายและจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆภายในบ้าน ทั้งค่าเช่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟรวมถึงค่ารถเดินทางไปหาหมอของยายและค่ายา เพราะยายของเธอไม่สามารถไปขายขนมไทยที่ตลาดอย่างที่เคยทำได้แล้ว

ครั้งแรกฟ้าใสเริ่มทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหาร เธอก็ได้รับเงินเพียงพอสำหรับเธอและยายรวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆภายในบ้าน แต่เมื่อประมาณสองอาทิตย์ที่แล้ว ยายของเธอเป็นลมล้มที่ห้องพัก เธอรีบพายายส่งโรงพยาบาลทันที เมื่อมาถึงโรงพยาบาลหมอแจ้งกับเธอว่ารอยรั่วในหัวใจของยายเพิ่มใหญ่ขึ้นจึงจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด แต่ยายของเธอใช้สิทธิ์บัตรทองจึงจำเป็นต้องรอคิวผ่าตัดซึ่งต้องใช้เวลารออีกหลายเดือน เว้นแต่ว่าเธอจะมีเงินจำนวนสามแสนบาทตามที่หมอแจ้งมา ยายของเธอถึงจะได้รับการผ่าตัดทันทีโดยใช้เตียงและอุปกรณ์รวมถึงบุคลากรของโรงพยาบาลเอกชน

ฟ้าใสอยากให้ยายได้รับการผ่าตัดรักษาทันทีจึงตัดสินใจลาออกจากการเป็นพนักงานเสิร์ฟมาสมัครงานเป็นพริตตี้เพราะเธอเห็นว่าบริษัทโมเดลลิ่งเอเจนซี่ของเจ้แหม่มที่เธอเดินผ่านทุกวันเพราะเป็นทางผ่านไปยังร้านอาหารที่เธอทำงานกำลังเปิดรับสมัครพริตตี้รถยนต์หลายอัตรา เธอคิดว่างานพริตตี้คงจะได้เงินเยอะกว่าพนักงานเสิร์ฟอาหารแน่นอนเธอจึงเข้าไปสมัครและได้รับเลือกให้เข้าทำงานเป็นพริตตี้ในสังกัดของเจ้แหม่มถึงจะอยู่ในช่วงทดลองงานและยังไม่ได้เซ็นสัญญาก็ตามแต่เธอก็ได้เงินเยอะกว่าที่ทำงานเดิม แต่ถึงเธอจะได้เงินเยอะกว่าแต่มันก็ไม่เพียงพอกับค่ารักษาค่าผ่าตัดยายของเธออยู่ดี แล้วที่สำคัญเธออยากให้ยายของเธอได้รับการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด

‘เธอจะทำยังไงดี ทำไมชีวิตของเธอถึงได้ทุกข์ยากแบบนี้ เฮ้อ...เธอเหลือยายเป็นครอบครัวของเธอเพียงคนเดียวในชีวิต ยังไงเธอก็ต้องหาเงินมารักษายายให้ได้’ ฟ้าใสที่อยู่บนรถประจำทางเธอครุ่นคิดอย่างหนักพลันน้ำตาก็ไหลออกมา เธอรีบปาดเช็ดน้ำตาทิ้งเพราะกลัวว่าคนอื่นจะมาเห็น

จนเวลาผ่านไปสักพัก

ฟ้าใสก็เดินทางมาถึงโรงพยาบาล เมื่อถึงโรงพยาบาลฟ้าใสก็เดินไปหายายของเธอที่หอผู้ป่วยวิกฤตห้องไอซียูซึ่งเป็นห้องไอซียูรวม ฟ้าใสเดินเข้าไปยืนข้างเตียงยายของเธอที่นอนหลับอยู่โดยมีเครื่องช่วยหายใจและสายระโยงระยางติดตามตัว ฟ้าใสยืนมองยายของเธอพลันน้ำตาก็ไหลออกมา

‘หนูจะหาเงินมารักษายายให้ได้ ยายต้องสู้นะ’ ฟ้าใสเอ่ยพูดพลางจับมือยายของเธอไว้

ฟ้าใสใช้เวลาเยี่ยมยายของเธอนานพอสมควรก่อนที่เธอจะเดินทางกลับ ฟ้าใสเดินมาตามทางแล้วบังเอิญเจอเข้ากับหมอเจ้าของไข้ที่รักษายายของเธอพอดี

“อ้าว คุณฟ้าใส” หมอสาวใหญ่วัยกลางคนซึ่งเป็นคนรักษายายของฟ้าใสเอ่ยทักทายฟ้าใสเพราะจำฟ้าใสได้

“สวัสดีค่ะคุณหมอ”

“มาเยี่ยมยายใช่ไหมคะ”

“ใช่ค่ะ” ฟ้าใสตอบรับด้วยรอยยิ้มบางๆ

“ยายของคุณ อาการทรงตัวแต่จริงๆถ้าได้รับการผ่าตัดที่เร็วขึ้นก็จะดี หมอก็พยายามหาคิวให้แล้วแต่ตอนนี้มีแต่คนไข้วิกฤตทั้งนั้นเลย”

“หนูเข้าใจค่ะหมอ หนูจะพยายามหาเงินสามแสนมาให้ได้ ยายของหนูจะได้ผ่าตัดเร็วๆ ถ้าผ่าตัดที่โรงพยาบาลเอกชนใช้สิทธิ์จ่ายเองคงได้ผ่าตัดเร็วกว่า โรงพยาบาลรัฐคนไข้เยอะ” ฟ้าใสเอ่ยพูดด้วยความเข้าใจ

“ค่ะ งั้นหมอไปก่อนนะ ยังมีเคสที่ต้องไปดูอยู่” หมอเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้ม

“ค่ะ สวัสดีค่ะคุณหมอ” ฟ้าใสเอ่ยพูดก่อนที่เธอจะเดินออกมาจากโรงพยาบาลเพื่อเดินทางกลับบ้าน

ในเวลาต่อมา ฟ้าใสเดินทางกลับมาถึงอพาร์ทเม้นท์ห้องเช่าของเธอ เธอไขกุญแจเปิดเข้าห้องพลางเดินไปนั่งลงที่เตียงนอนเล็กๆของเธอ ‘เฮ้อ...เธอจะหาเงินสามแสนมาจากที่ไหนนะ เฮ้อ....หรือ เธอต้อง...ต้องขายตัวจริงๆ เฮ้อ...’ ฟ้าใสคิดในใจพลางถอนหายใจออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนที่เธอจะเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายและเข้านอนไปในที่สุด

วันต่อมา

ฟ้าใสเดินทางมาที่สำนักงานโมเดลลิ่งเอเจนซี่ของเจ้แหม่ม เธอเดินขึ้นมาจนมาถึงหน้าห้องทำงานของเจ้แหม่ม

‘เฮ้อ...ขายตัวเหรอ...เฮ้อ...ถ้าต้องทำก็ต้องทำ แต่เธอจะทำแค่ครั้งเดียว...เพื่อยายของเธอ ใครจะว่าเธอยังไงเธอก็ไม่สน ใครไม่เป็นเธอไม่เข้าใจหรอก เธอเองก็ไม่ได้อยากทำแต่ยายคือคนที่เธอรักและคือคนในครอบครัวคนเดียวที่เธอเหลืออยู่ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรเธอก็ต้องหาเงินมารักษายายให้ได้ สำหรับเธอไม่มีอะไรมีค่าและสำคัญเท่ากับชีวิตของยายเธอ’ ฟ้าใสคิดในใจขณะที่เธอยืนอยู่ที่หน้าห้องทำงานของเจ้แหม่มก่อนที่เธอจะตัดสินใจเคาะประตู

ก๊อกๆก๊อกๆ

“เข้ามาจ้า ใครมาเอ่ย” เจ้แหม่มที่กำลังนั่งตรวจดูบัญชีเงินได้อย่างอารมณ์ดีอยู่ที่โต๊ะทำงานเอ่ยพูดขึ้น ก่อนที่ฟ้าใสจะเปิดประตูเข้ามาในห้อง

“สวัสดีค่ะ เจ้แหม่ม” ฟ้าใสเอ่ยพูดพลางยกมือไหว้เจ้แหม่มแล้วเดินหน้านิ่งเข้ามาพลางปิดประตูห้อง

“อ้าว ฉันก็นึกว่าใคร ยัยฟ้าใส นั่งก่อน” เจ้แหม่มเอ่ยพูดพลางปิดสมุดบัญชีเงินได้ลง ฟ้าใสจึงเลื่อนเก้าอี้นั่งลงตรงข้ามกับเจ้แหม่ม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป