บทที่ 4 บทที่ 4
ก่อนที่กรภพจะวางสายไปแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมพลางหลับตาลงแล้วแช่น้ำอุ่นต่อไป
กลับมาที่เจ้แหม่ม เจ้แหม่มลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นพลางถือโทรศัพท์มือถือไว้ในมือ
“ไม่รู้ยัยฟ้าใสกลับไปหรือยัง” เจ้แหม่มเอ่ยพูดพลางรีบเดินไปที่ประตูแล้วเปิดประตูออก
“อุ๊ย!” ฟ้าใสที่กำลังเดินไปเดินมาอยู่ที่หน้าประตูห้องอุทานออกมาด้วยความรู้สึกตกใจเมื่อเห็นเจ้แหม่มเปิดประตูออกมาจากห้องทำงาน
“อะไร ตกใจอะไร ยัยนี่ เห็นฉันเป็นผีหรือไง” เจ้แหม่มเอ่ยพูด
“เอ่อ เปล่าค่ะเจ้ คือหนูยังคุยกับเจ้.....” ฟ้าใสกำลังเอ่ยพูดแต่เจ้แหม่มเอ่ยพูดตัดบทเธอขึ้นมาซะก่อน
“ฉันหาลูกค้าให้เธอได้แล้ว” เจ้แหม่มเอ่ยพูดตัดบทฟ้าใสขึ้นมาด้วยความรู้สึกตื่นเต้น
“เอ่อ เหรอคะเจ้”
“ใช่สิ แล้วเขายอมจ่ายห้าแสน แต่เธอต้องไปคืนนี้เลยนะ เธอพร้อมไหม”
“คืนนี้เลยเหรอคะ” ฟ้าใสเอ่ยพูด ‘เธอนึกว่าอาจจะต้องรออีกสองสามวันซะอีก แต่เร็วก็ดีแล้วจะได้ทำๆให้มันจบๆไปแล้วยายของเธอก็จะได้ผ่าตัดเร็วๆด้วย’ ฟ้าใสคิดในใจ
“ใช่สิ เธอร้อนเงินไม่ใช่เหรอ”
“เอ่อ...ค่ะ พร้อม หนูพร้อมค่ะ” ฟ้าใสเอ่ยพูดพลางแอบรู้สึกกังวล
“ดี แล้วถ้าเขาให้เงินเธออย่าลืมเอามาให้ฉันด้วยล่ะหนึ่งแสน เข้าใจไหม” เจ้แหม่มเอ่ยพูดกำชับฟ้าใส
“แล้วเขาไม่ได้ให้เงินผ่านเจ้เหรอคะ”
“ลูกค้าคนนี้เขาจะจ่ายเงินให้เธอโดยตรง แต่เธอต้องให้ฉันนะ ถ้าเบี้ยวล่ะก็ ฉันเอาเธอตายแน่” เจ้แหม่มเอ่ยพูดพลางทำหน้าข่มขู่ฟ้าใส
“ค่ะ หนูไม่กล้าเบี้ยวเจ้หรอก”
“ดีมากจ้า ไป เธอไปเตรียมตัวไป เดี๋ยวค่ำๆฉันจะส่งที่อยู่ลูกค้าไปให้ทางไลน์ ลูกค้าคนนี้เขาทั้งหล่อทั้งรวยแถมจ่ายหนักขนาดนี้ เธอโชคดีแล้วยัยฟ้าใส เอาใจเขาดีๆล่ะ” เจ้แหม่มเอ่ยพูดกำชับฟ้าใสด้วยความรู้สึกตื่นเต้น
“ค่ะ” ฟ้าใสเอ่ยตอบกลับไปอย่างง่อยๆแล้วเดินออกไปจากโมเดลลิ่งเอเจนซี่ของเจ้แหม่ม ในขณะที่เจ้แหม่มเธอมองตามหลังฟ้าใสที่เดินออกไปด้วยรอยยิ้ม ‘ช่วงนี้ดวงดีจังฉัน รับทรัพย์รัวๆ’ เจ้แหม่มคิดในใจพลางเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี
ในขณะที่ฟ้าใสเธอเดินออกมาพลางเดินมาตามทางเดินบนฟุตบาทเรื่อยๆจนมาถึงป้ายรถประจำทางด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยก่อนที่เธอจะขึ้นรถประจำทางเพื่อเดินทางกลับไปยังอพาร์ทเม้นท์ที่พักของเธอเพื่อไปเตรียมตัวสำหรับค่ำคืนนี้
เวลาผ่านไปสักพัก
ฟ้าใสเดินทางมาถึงอพาร์ทเม้นท์ที่พักของเธอ เธอไขกุญแจเข้ามาในห้องพักพลางถอนหายใจหนักๆออกมาก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายในห้องน้ำ....สักพัก....ฟ้าใสอาบน้ำเสร็จเธอเดินออกมาจากห้องน้ำพลางแต่งตัวด้วยชุดเดรสแขนกุดกระโปรงยาวคลุมเข่าสีฟ้าพลางเดินมานั่งลงหน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้งขนาดเล็กแล้วลงมือแต่งหน้าเบาๆตามสไตล์ของเธอ
‘นี่เธอต้องทำแบบนี้จริงๆเหรอ เธอต้องขายตัวจริงๆเหรอ มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเหรอ เฮ้อ....ถ้ายายของเธอรู้เข้า ยายของเธอคงจะเสียใจมากกับสิ่งที่เธอทำ แต่...เธอก็เสียยายไปไม่ได้ เธอต้องช่วยยายของเธอ เอาเหอะ เธอทำแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เงินห้าแสน ให้เจ้แหม่มหนึ่งแสน ของเธอสี่แสน คงไม่มีทางไหนที่จะได้เงินเยอะและไวเท่าทางนี้แล้ว หลับหูหลับตาทำๆไปแค่ครั้งเดียว’ ฟ้าใสคิดในใจพลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆอย่างต้องการให้กำลังใจตัวเองก่อนที่เธอจะแต่งหน้าต่อ....จนเสร็จ แล้วเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นเป็นเสียงดังจากแอปพลิเคชั่นไลน์ ฟ้าใสจึงลุกจากเก้าอี้โต๊ะเครื่องแป้งเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายส่วนตัวของเธอที่วางอยู่บนเตียงนอน เธอหยิบโทรศัพท์มือถือของเธอขึ้นมาแล้วกดเข้าไปดูในแอปพลิเคชั่นไลน์ เป็นข้อความจากเจ้แหม่ม
‘นี่จ๊ะ ที่อยู่ลูกค้า เธอไปที่คอนโดหรูนี้นะ ห้องของลูกค้าตามที่อยู่และก็ตามภาพเลย แล้วอย่าลืมเงินหนึ่งแสนของฉันล่ะ’ นี่คือข้อความที่เจ้แหม่มส่งมาให้ฟ้าใส เจ้แหม่มส่งที่อยู่ของกรภพมาให้ฟ้าใส ฟ้าใสจึงพิมตอบกลับไปสั้นๆ
“ค่ะ” ฟ้าใสพิมข้อความตอบกลับเจ้แหม่มไปก่อนที่เธอจะหันไปมองดูนาฬิกาที่ฝาผนังห้อง
‘หนึ่งทุ่มแล้ว เธอต้องไปแล้ว เฮ้อ....’ ฟ้าใสคิดในใจก่อนที่เธอจะส่องกระจกตรวจดูความเรียบร้อยของตัวเองอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเรียบร้อยแล้วเธอก็หยิบกระเป๋าสะพายส่วนตัวแล้วออกมาจากอพาร์ทเม้นท์ห้องเช่าของเธอมุ่งหน้าเดินทางไปยังคอนโดหรูของกรภพตามที่อยู่ที่เจ้แหม่มให้มา
ในเวลาต่อมา
ฟ้าใสเดินทางมาถึงคอนโดหรูหราใจกลางเมืองอันเป็นที่พักของกรภพ เธอเดินเข้าไปภายในคอนโดแล้วถามไถ่กับทางนิติบุคคลของคอนโดถึงหมายเลขห้องพักที่เจ้แหม่มให้เธอมา หมายเลขห้องพักของกรภพคือแปดสองสี่ ชั้นที่สี่สิบห้า เมื่อฟ้าใสทราบจากทางนิติบุคคลของคอนโดแล้วว่าห้องพักหมายเลขนี้อยู่ตรงไหน ฟ้าใสก็เดินขึ้นลิฟท์ไปทันทีแล้วกดลิฟท์ไปที่ชั้นสี่สิบห้า
ฟ้าใสรู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยแต่เธอก็พยายามข่มอารมณ์และทำใจเย็น ไม่นานลิฟท์ก็มาถึงชั้นสี่สิบห้า เมื่อลิฟท์มาถึงชั้นสี่สิบห้า ลิฟท์ก็เปิดออก ฟ้าใสก็เดินออกมาจากลิฟท์แล้วเดินไปตามทางเดินพลางมองหาห้องหมายเลขแปดสองสี่ที่เธอต้องการ ไม่นานฟ้าใสก็เจอห้องหมายเลขแปดสองสี่ ฟ้าใสยืนอยู่ที่หน้าห้องนี้พลางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆอย่างต้องการให้กำลังใจตัวเองก่อนที่เธอจะตัดสินใจกดกริ่งที่หน้าห้อง
ติ๊งต่อง
ติ๊งต่อง
ในขณะที่ภายในห้อง กรภพที่ตอนนี้เขาอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีดำแล้วกำลังดื่มไวน์พลางนั่งไขว่ห้างอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขก เขาได้ยินเสียงกริ่งดังขึ้นที่หน้าห้องพักบ่งบอกว่ามีคนมา กรภพจึงวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะรับแขกตรงหน้าแล้วลุกขึ้นยืนมุ่งหน้าเดินไปยังประตูห้องก่อนที่เขาจะเปิดประตูห้อง กรภพเจอกับฟ้าใสที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูห้อง กรภพกับฟ้าใสมองหน้าสบตากัน.....อยู่ครู่หนึ่ง....ก่อนที่กรภพจะมองฟ้าใสอย่างสำรวจตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าแล้วยกยิ้มมุมปากออกมา
