บทที่ 5 BAD BOY_5🥃 : ถ้าไม่หวงตัว..
3อาทิตย์ผ่านไป...
“กลับก่อนนะ บ๊ายบาย~”
“บายยย~” ฉันยืนโบกมือให้เฌอกับพี่ลอร์ คู่นี้เห็นตีกันบ่อยแต่ก็น่ารักดี ตอนแรกพวกเขาก็อาสาจะไปส่งนั่นแหละแต่ฉันไม่อยากขัดขวางเวลาสวีทของใคร... เอาความจริงไหม คือไม่อยากไปนั่งฟัง2คนนี้ตีกันต่างหาก คราวก่อนฉันต้องไปเป็นกรรมการตัดสินให้ว่าใครผิดใครถูกอ่ะคิดดู ฉันขออยู่ห่างๆคู่นี้ก่อนดีกว่าแลจะปลอดภัยสุด ถึงเฌอยังไม่ค่อยจะยอมรับว่าคบกับพี่ลอร์ก็เถอะ แต่ก็นะจะคบหรือไม่คบโดนแซะบ่อยๆเข้าเดี๋ยวก็อ่อนก็นั่นพี่ลอร์เลยนะ ธรรมดาที่ไหน รายนี้ก็หล่อนะคะ~
ฉันหันหลังกลับจากลานจอดรถเพราะนึกขึ้นได้ว่าดันลืมหยิบเล็กเชอร์มาด้วย ต้องรีบกลับไปเอาก่อนตึกจะปิดนี่มัน... 5โมงกว่าเข้าไปล่ะ ฉันกึ่งวิ่งกึ่งเดินขึ้นคณะไปเอาเล็กเชอร์มาเรียบร้อยอย่างน้อยก็ไม่โดนขังให้เฝ้าตึกอะน่ะ ฉันเก็บมันใส่กระเป๋า...
“...จริงสิ!” ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาพี่อิม วันนี้มันวันที่15แล้ว เหลือเวลาอีก5วัน ที่จะต้องจ่ายหนี้นอกระบบที่พี่อิมไปกู้มาเมื่อหลายปีก่อน... เพื่อ2ชีวิตที่ต้องอยู่ให้รอด ถึงรู้ว่ามันเป็นเรื่องไม่ควรแต่พวกฉันไม่มีทางเลือก นับๆไปรวมต้นรวมดอกก็.. 4แสน เฮ้อ~
“พี่ เดือนนี้เงินพอไหม”
[...พอๆ] ปลายสายตอบมาเสียงเนือยๆ โกหกกันอีกแล้ว พี่อิมไม่เข้าบ้านมา3วัน ฉันรู้เลยล่ะว่าพี่ต้องรีบหาเงินจนหัววุ่นแน่ๆ
“เลิกโกหกเถอะน่า พี่เห็นฉันเป็นเด็กอนุบาลหรือไง”
[อย่ามารู้ดีกว่าพี่น่า]
“วันนี้ฉันคงกลับบ้านดึก พี่เอาเงินที่กล่องแดงหัวเตียงฉันไปรวมๆก่อน ขาดเท่าไหร่บอกด้วยล่ะ”
[พี่บอกแล้วไงว่าพอ แกเก็บตังค์ไว้จ่ายค่าเทอมเถอะ]
“ตามนั่นน่ะพี่ ดูแลตัวเองด้วย” ฉันกดวางสาย พี่อิมนะแบกทุกอย่างฉันรู้ดี เงินที่ฉันหาได้มาเขาก็ให้ฉันเก็บไว้จ่ายค่าเรียนอย่างเดียว บางทีฉันรู้สึกว่ากำลังเอาเปรียบพี่อยู่ ฉันทำอะไรได้มากกว่านั้นน่า ยัยพี่บ้า..
“ยัยพี่บ้า คิดจะแบกคนเดียวเลยหรือไง” ฉันเดินออกมาจากคณะ หยิบกระเป๋าสตางค์มาดู.. ฉันคงต้องประหยัดค่าวินแล้วล่ะ
วันนี้ฉันเลือกจะนั่งรอประจำทางแทนที่จะนั่งวินแบบทุกที.. แต่นั่นล่ะนี่ก็ใกล้จะมึดแล้วเลยหารถยากหน่อย
บรื้นนนนนน~
กึก! ระหว่างที่ฉันเดินๆไปเรื่อยก็มีรถหรูคันหนึ่งวิ่งมาจอดใกล้ๆกับฉัน แต่พอกระจกรถเปิดออกเท่านั้นแหละ แค่เห็นหน้าก็อยากจะเดินหนีเต็มที
“ขึ้นมาสิ”
“....” ฉันเดินต่อโดยไม่ตอบเขาคนนั้น ผู้ชายปากเสียนั่น.. แต่ไม่วายขับรถตามฉันต่อ
“มึดขนาดนี้อยากโดนฉุดไง” นั่นปากใช่ไหม! ฉันยืนมองเขาอย่างหมดอารมณ์
“พูดอะไรที่มันเป็นมงคลหน่อยมันจะตายไหม”
“แล้วที่ฉันพูดมันไม่มงคลตรงไหน”
“ถามจริง! ไม่รู้หรือแกล้งโง่ค่ะ^^” ฉันพูดแบบยิ้มๆแต่เหมือนเขาจะไม่พอใจอะน่ะ เขาเม้มปากก่อนจะพรวดพราดเปิดประตูรถแล้วเดินมายืนอยู่หน้าฉัน
“เธอเป็นผู้หญิงคนแรกเลยนะที่กล้าปากดีกับฉัน
“เหรอค่ะ^^”
“....มันน่านัก ขึ้นรถเดี๋ยวไปส่ง”
“ไม่”
“....ไปขึ้น”
“บอกว่ามะ...!! เห้ย! นี่!!” ฉันไม่ทันได้พูดจบ คนตรงหน้าก็คว้าแขนฉันแล้วลากฉันจับยัดไปนั่งในรถแถมรัดเบลล์ให้ฉันในระยะประชัดชิดจนหน้าเราแทบจะติดกันอยู่ล่ะ แล้วก็วิ่งอ้อมไปฝั่งคนขับแล้วสอดตัวเข้ามาในรถแล้วก็ออกรถทันที
ฉันไม่เห็นว่าการที่จะเถียงคนคนนี้จะมีประโยชน์อะไร ก็เลยนั่งนิ่งตลอดทางจนกระทั่ง... เขาขับเลยซอยบ้านฉัน!
“นาย! หยุดเลยจะพาฉันไปไหน”
“บ้านเธอ”
“แต่มันเลยมาแล้ว”
“...อ้าว เหรอ” เจ้าตัวตอบกวนๆจนฉันเริ่มหมั่นไส้ เลยรีบปลดเบลล์ที่เอวออก
“ถ้าอยากโดนรถเหยียบก็โดดไปเลย”
“...ถามจริงเถอะ ว่างมากเหรอมากวนประสาทฉันอ่ะ”
“ไม่” โอ๊ยยย! ฉันไม่ไหวแล้วนะ! แล้วในตอนที่ฉันกำลังง้างปากจะบ่นเขาต่อ
“อยากได้เงินไหม”
“..อะไรอีก”
“เหมือนต้องการเงินไม่ใช่ไง จริงๆก็ไม่ได้อยากจะฟังนะ แต่มันได้ยินซะก่อน”
“....” คงเป็นตอนที่ฉันคุยกับพี่อิมสินะ มันก็ใช่ที่ฉันอยากได้เงิน แค่ลำพังเป็นพีอาร์นำเสนอสินค้าตามบูทได้ค่าจ้างรายวันรายอาทิตย์มันไม่พออยู่แล้ว
“วันนี้ที่ร้านฉันขาดเด็กเชียร์เบียร์”
“....”
“ถ้าไม่หวงตัว..,แล้วอยากได้เงินฉันจะจ้าง” นี่คือคำขอให้ช่วยเพราะว่าคนขาดใช่ม่ะ ขอดีๆเป็นไหมล่ะ?!
“...กี่วัน เท่าไหร่”
“คิดหน่อยไหม”
“ฉันอยากได้เงิน”
“..หึ๊!”
“ขำอะไร”
“2วัน 4ทุ่มถึงตี2 วันละหมื่น”
“หมื่น! ล้อเล่นใช่ม่ะ”
“เพื่อ?” เขาหันไปมองทางถนนข้างหน้าต่อโดยไม่พูดอะไร
“ฉัน...ต้องทำอะไรบ้าง”
“เชียร์แขก ส่วนดื่มถ้าเธอได้เยอะนั่นก็อีกเรื่อง แต่มีข้อแม้...”
“คือ?”
“เดี๋ยวถึงที่ก็รู้” ก่อนจะกระตุกยิ้มบางๆ ให้ฉันสงสัยเล่น เอาน่า... คงไม่คิดทำอะไรเพี้ยนหรอกมั้ง แต่จะว่าไปบุคคลิกก็สมอยู่นะ ดูไม่ใช่เป็นคนดีแบบนี้ยิ่งอยู่กับธุรกิจอโคจรแบบนี้ เหมาะกับเขาที่สุดแล้วล่ะ แต่นาทีนี้...ฉันควรคว้าโอกาสไว้ฉันตอบตกลงว่าจะทำเจ้าตัวก็ยิ้มมุมปากนิดหน่อย
ผับ....
เสียงดนตรีดังกดประสาทฉันทุกวินาที ฉันจำได้นะว่าใครต่อใครพูดว่าสถานที่แบบนี้มันไม่ดี แต่ที่เห็น... เหมือนคนพวกนี้ไม่ได้สนใจคำเหล่านั้น อย่างว่า ก็ใช่ว่าในนี้จะมีแต่คนไม่ดีนิ มันไม่เกี่ยวกับสถานทีหรอก... ยกเว้นคนที่เดินนำหน้าฉันอยู่ตอนนี้นะ ละวันคนหนึ่งก็แล้วกัน
“เดี๋ยวไปเตรียมชุดให้เธอด้วย” ร่างสูงพูดกับหญิงสาวไซส์เอ็กซ์เซ็กส์สะบึ้ม
“...แต่แอนนี่ก็เชียร์แทนได้นิค่ะ”
“....”
“...เข้าใจแล้วค่ะ” ผู้หญิงตรงหน้ามองฉันไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ ฉันว่าเธอต้องชอบหมอนี่แน่ๆ
“เตรียมตัวเสร็จแล้วขึ้นไปหาฉันบนนั้น” เจ้าตัวชี้ไปทางชั้นสองของผับ มันมีห้องกระจกแล้วก็ระเบียง แล้วเขาก็เดินจากไป... ฉันกลับไปเดินตามหลังผู้หญิงคนนั้น
“นี่ชุด นั่นห้องเปลี่ยน” เธอพูดกับฉันห้วนๆแล้วก่อนจะเดินออกไป
“ฉันเป็นเมียเขา หวังว่าจะเข้าใจนะ”
“....ค่ะ” ฉันตอบกลับไปแค่นั้น นี่เราอยู่ในยุคที่ผู้หญิงประกาศศักดาแล้วงั้นเหรอ ตามไม่ทันจริงๆ- -*
“แอนนี่~ อยู่ไหน~~ขึ้นเวทีได้แล้ว~ “ เสียงนั่นดังขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่เธอคนตรงหน้าขานตอบ ไม่น่าล่ะถึงแสดงตัวขนาดนี้ เจ้าถิ่นนี่เอง~
—————
พี่โรมเรียกให้ขึ้นไปทำอารายง่าาา~ แล้วชะนีนี่สตอเบอแหลจัง! พี่โรมเขานับเป็นเมียแล้วไง๊? ระวังเจอดี หึ๊ๆ
เบาๆอีกสักตอน ค่อยเป็นค่อยไปตามเนื้อเรื่องน๊าาาา~ ^^~
