บทที่ 9 EP 9 ตีตัวออกห่าง
Tattoo of love
(สักรอยรัก ลงในใจเธอ)
EP 9
ตีตัวออกห่าง
..................................
(CONDO P)
คนตัวเล็กเปิดประตูลงจากรถหรูของกันต์หลังจากที่รถจอดสนิทกับที่แล้ว ตลอดทางที่กันต์ขับรถมาส่ง ทั้งสองคนไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย เพราะคนตัวเล็กเอาแต่เงียบ ไม่หาเรื่องชวนคุยเหมือนที่ผ่านมา
หมับ
ในขณะที่คนตัวเล็กกำลังจะเดินเข้าไปในคอนโด ก็ถูกมือหนาฉุดรั้งข้อมือเอาไว้
“เป็นอะไร” กันต์เอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะมองคนตัวเล็กตรงหน้าด้วยสายตาคาดคั้น
“ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”
“จะไม่เป็นได้ยังไง?”
“ปกติไม่เคยเป็นแบบนี้..... เป็นอะไรไปกันแน่” กันต์ขมวดคิ้วขึ้นมา เมื่อเห็นท่าทางของคนตัวเล็กที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คนที่มักจะยิ้มให้เขาอย่างสดใส แต่ทว่าในยามนี้กลับเอาแต่ทำหน้าราบเรียบไร้อารมณ์ แถมยังไม่ยอมมองตาเขาอีกต่างหาก
“ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”
“แฟนก็ไม่ได้เป็น คนรักก็ไม่ได้เป็น.....ไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น” คนตัวเล็กเอ่ยเสียงสั่น ๆ เธอกำลังพยายามอย่างมากเพื่อที่น้ำตาจะได้ไม่ไหลออกมา
“กำลังจะพูดเรื่องอะไรกันแน่” ร่างสูงเอ่ยเสียงเข้มขึ้น ราวกับกำลังหงุดหงิด
“พี่กันต์มีคนรักอยู่แล้วไม่ใช่หรอ”
“ถ้ามีคนที่รัก ที่ชอบอยู่แล้ว.....พี่ควรที่จะบอกสิ”
“ไม่ใช่เอาแต่ปล่อยให้หนูเอาตัวเข้าไปแทรกระหว่างความสัมพันธ์ของพวกพี่” คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นไปสบตากับร่างสูงด้วยแววตาวูบไหว ส่วนเสียงของเธอก็สั่นเครือไปหมด
“คนรักอะไร?” กันต์ถามกลับราวกับไม่เข้าใจ
“พี่กันต์รู้ดีแก่ใจค่ะ”
“ถ้าจะแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง คราวหลังก็อย่าลืมปิดรอยจูบที่คอด้วยนะคะ” คนตัวเล็กฝืนยิ้ม ก่อนจะพยายามแกะมือหนาออกจากข้อมือตัวเอง
“.................” ร่างสูงนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อได้ฟัง เขาทำหน้าราวกับไม่รู้ว่ามีรอยจูบอยู่ที่คอตัวเอง
“ปล่อยแขนหนูเถอะค่ะ”
“หนูจะขึ้นห้องแล้ว”
“เดี๋ยว” มือหนาเพิ่มแรงจับข้อมือเล็กมากขึ้น
“ที่เป็นแบบนี้ ก็เพราะเรื่องแค่นั้นน่ะหรอ”
“เรื่องแค่นั้น?”
“พี่จะบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกับผู้หญิงคนนั้นงั้นหรอคะ ทั้ง ๆ ที่ตัวของพี่เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำหอมของเขา”
“พี่สามารถจูบ แล้วก็ทำ.....กับคนที่ไม่ใช่แฟนได้โดยที่ไม่คิดอะไรจริง ๆ งั้นหรอคะ” คนตัวเล็กแทบจะไม่เชื่อหูตัวเองเมื่อได้ยินคำพูดเย็นชาจากคนตรงหน้า ตอนนี้เธอราวกับว่าไม่เคยรู้จักเขามาก่อน ราวกับคนแปลกหน้า และได้แต่คิดว่าที่ผ่านมา สำหรับเขาแล้ว เธออยู่ในสถานะอะไรกันแน่
“ถ้าต่างคนต่างยังไม่มีเจ้าของ.....ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” กันต์เอ่ยด้วยใบหน้าราบเรียบ ราวกับจะบอกว่ามันเป็นเรื่องปกติ
แปล๊บ!
ทันทีที่ได้ฟังคนตัวเล็กก็ปวดร้าวไปทั้งใจ ความหมายของกันต์ที่เธอตีความได้ก็คือ เขาโสด ส่วนอีกฝ่ายก็ไม่ได้มีใคร และที่สำคัญ เธอกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะสามารถทำเรื่องแบบนั้นกับคนอื่นได้
"เป็นหนูเองที่คิดไปฝ่ายเดียว"
"เป็นหนูเอง ที่คิดไปว่าเรามีใจให้กัน"
"เป็นหนูเอง ที่คิดไปเองว่าเรากำลังคบกัน"
"คิดไปเองทั้งนั้น ทั้ง ๆ ที่พี่กันต์ไม่เคยพูดออกมาเลยสักครั้ง ว่าชอบ หรือให้คบกัน"
"หนูดูโง่มากเลยใช่มั้ย.....โง่ที่ไปหลงรักพี่ฝ่ายเดียว"
"ต่อไป ฮึก ๆ ต่อไปพี่อย่าไปทำแบบนี้กับใครอีกเลยนะคะ เพราะมันใจร้ายมากจริง ๆ" คนตัวเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ก่อนจะพยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีแกะมือหนาออกจากข้อมือตัวเอง และเดินจากไปทั้งน้ำตา
“......................” ดวงตาคมจ้องมองแผ่นหลังเล็กไปจนลับตา ใบหน้าหล่อยังคงราบเรียบไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ ก่อนที่เขาจะเปิดประตู และขับรถหรูออกไปอย่างรวดเร็ว
(ห้องปอย)
“ฮึก ๆ ๆ ฮืออ” คนตัวเล็กทิ้งตัวลงบนที่นอน ก่อนจะซบหน้ากับหมอนใบโต และปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาเป็นสาย การอกหักครั้งแรกจากรักแรก มันช่างทรมานเกินจะทานทนไหว
“ทรมาน ฮึก ๆ ทรมานเหลือเกิน”
อีกด้าน
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะกระจกรถดังขึ้น กันต์หันไปมองก็พบว่าเป็นวินั่นเอง ซึ่งก็เป็นเขาเองที่เป็นคนโทรนัดให้เธอมา
“ทำไมถึงโทรหาวิได้ล่ะ”
“ปกติกันต์ไม่เคยโทรหาวิเวลาที่ไม่ได้อยู่ที่มอมาก่อนเลยนะ (^_^) ” หญิงสาวเอ่ยก่อนจะส่งยิ้มหวานไปให้ร่างสูง
“................”
“ไปโมโหอะไรมางั้นหรอ”
“ทำไมเอาแต่เงียบไม่พูดไม่จาเลยล่ะคะ”
“ทะเลาะกับน้องคนนั้นมางั้นหรอ (^_^) ” หญิงสาวเอ่ย ในขณะที่เอื้อมมือไปลูบไล้กลางกายของร่างสูง
“อย่าพูดมาก” ร่างสูงจับกระชากผมของวิ ก่อนจะดึงเข้ามาใกล้ใบหน้าตัวเอง และเอ่ยเสียงเข้ม
“อื้อ! กระชากให้แรงกว่านี้อีกสิคะ อ่าห์” เมื่อถูกกระทำรุนแรงแทนที่หญิงสาวจะร้องครวญครางเพราะความเจ็บปวด แต่ทว่าเธอกลับทำตรงกันข้าม ใบหน้าสวยตอนนี้แลดูเคลิบเคลิ้มเพราะความรุนแรงที่ถูกมอบให้ ดวงตาทั้งสองข้างของเธอเอาแต่เว้าวอนราวกับอยากให้คนตรงหน้าทำรุนแรงกับเธอยิ่งกว่านี้
“หึ”
“ทำให้ฉันสบายตัวซะยัยผู้หญิงx่าน”
“ได้ค่ะ”
“วิจะทำให้กันต์สบายตัวเอง รับรองว่ากันต์จะลืมยัยเด็กนั่นไปเลย” หญิงสาวเอ่ย ท่าทางของเธอตอนนี้ราวกับคนติดยาก็ไม่ปาน เธอดูหิวกระหายและอยากจะพุ่งตัวใส่กันต์เต็มแก่แล้ว
หมับ!
“บอกว่าอย่าพูดมากไง” มือหนาจิกผมของหญิงสาวแน่นขึ้น ใบหน้าหล่อแลดูไม่พอใจเมื่อวิเอ่ยถึงใครบางคนขึ้นมา
สิบนาทีต่อมา
ฟึบ ๆๆ
จุ๊บ ๆ ๆ จ๊วบ
“อือ ๆ อึก ๆ”
“อืมม” ใบหน้าหล่อที่ไร้กรอบแว่นตอนนี้แลดูเหยเกทรมาน ในขณะที่อารมณ์เขากำลังพลุ่งพล่านเต็มที่ เพราะถูกปรนนิบัติด้วยความชำนาญ แต่แทนที่เขาจะให้ความสนใจกับหญิงสาวตรงหน้า แต่ทว่าเขากลับจินตนาการถึงใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาของใครบางคน
พรวด!
ทันทีที่คิดถึงใบหน้าของปอยยามที่ร้องไห้ จู่ ๆ เขาก็กระตุกเกร็งขึ้นมาทันที
“อื้อ”
“ทำไมวันนี้กันต์เสร็จง่ายจังคะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมามองร่างสูงด้วยความสงสัย
“ฮ่า ๆ นั่นสินะ” กันต์ส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มที่ดูน่าขนลุกออกมา
“อ่าห์.....อยากได้จนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว”
หลายเดือนผ่านไป
รักแรกที่เป็นเหมือนฝันร้ายจบลงโดยทิ้งรอยแผลไว้ในใจ ปอยเสียศูนย์ไปพักใหญ่เพราะยังทำใจไม่ได้ ตลอดปีเธอเอาแต่หลบหน้ากันต์ตลอด ไม่เดินเฉียดไปที่คณะวิศวะ เพราะกลัวว่าจะบังเอิญเจอใครบางคน และเพียงแค่บังเอิญได้ยินชื่อเขา เธอก็รู้สึกจุกแน่นในหัวใจ เธอเชื่อว่าเวลาจะช่วยเยียวยาแผลในใจได้ แต่ทว่าก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่มันจะหายดี โชคดีที่เขาไม่เคยโทร หรือตามมาง้อเธอเลยสักครั้ง ซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องดี
(สนามบาส)
วันนี้มีงานกีฬาประจำปี จึงทำให้มหาลัยดูครึกครื้นเป็นพิเศษ เหล่านักศึกษาต่างมารวมกันที่สนามกีฬาอย่างเนืองแน่น ซึ่งปอยก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะเป็นสตาฟให้กับคณะบัญชี
“น้องปอยคร้าบ ตอนพวกพี่แข่งช่วยส่งเสียงเชียร์ดัง ๆ หน่อยนะ”
“พวกพี่จะได้มีกำลังใจในการแข่ง” หนุ่มรุ่นพี่ที่เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่จะลงแข่งบาสวันนี้เอ่ยแซว
“เพื่อนของเราไม่ใช่กองเชียร์ แต่เป็นสตาฟจ้ะพี่จ๋า”
“นู่น ไปบอกน้อง ๆ บนสแตนด์นู่นไป” อ้อมขัดคอรุ่นพี่ขี้หลีที่ตามขายขนมจีบเพื่อนของเธอมาหลายอาทิตย์แล้ว ถึงแม้เพื่อนของเธอจะไม่เล่นด้วยก็ตาม
“ (^_^) ” คนตัวเล็กที่ดูเพื่อนสาว และรุ่นพี่หนุ่มเถียงกันไปมาก็คลี่ยิ้มออกมาบาง ๆ ทว่าในขณะนั้นเอง เธอก็รู้สึกราวกับมีใครกำลังมองเธออยู่ และเมื่อหันไปมอง ก็พบว่าเป็นกันต์ ที่กำลังมองเธอด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามของสนาม ทั้งสองสบตากันนิ่ง ก่อนที่คนตัวเล็กจะเบนสายตากลับมาที่เพื่อนของตัวเอง ทั้งท่าทาง และสายตาของเธอตอนนี้หากมองจากภายนอกก็คงจะดูเหมือนเย็นชา และไร้ความรู้สึก เธอทำราวกับมองไม่เห็น และปฏิเสธการมีอยู่ของกันต์ไปอย่างสิ้นเชิง
อีกด้านของสนาม
สแตนด์คณะวิศวะ
“ดูเหมือนน้องเขาจะเลิกชอบมึงแล้วนะ”
“ดูใบหน้าที่แสนเย็นชาตอนที่เขามองมึงสิ เหมือนกับไม่เห็นมึงในสายตาเลย” พฤกษ์เอ่ยด้วยท่าทางขบขัน
“...................” กันต์ยังคงเงียบไม่พูดอะไร แต่ทว่าสายตากลับจ้องไปยังร่างเล็กฝั่งตรงข้ามไม่หยุด
“จะจ้องอะไรขนาดนั้น”
“เดี๋ยวคนเขาก็คิดว่ามึงเป็นคนถูกทิ้งหรอก” ตุลย์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอ่ย ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เพราะกันต์ตอนนี้ให้อารมณ์เหมือนแฟนเก่าจอมยึดติดที่ยังลืมรักเก่าไม่ได้
“ถ้าพวกมึงยังไม่หยุดพูด”
“กูจะเดินออกจากสนามเดี๋ยวนี้เลย” กันเอ่ยเสียงเรียบ เพราะวันนี้เขาถูกเพื่อนทั้งสองบังคับให้ลงแข่งบาสด้วย ซึ่งคู่แข่งฝ่ายตรงข้ามก็คือคณะบัญชีนั่นเอง สาเหตุที่เขาไม่อยากเล่นไม่ใช่เพราะเล่นไม่เป็น แต่เป็นเพราะขี้เกียจมาอำพรางรอยสักตามตัวของตนเอง
“ถ้าไม่อยากเล่น...มึงไม่ต้องเล่นก็ได้นะ”
“แต่เหมือนฝั่งตรงข้าม จะพนันกันว่าถ้าใครชนะ คนนั้นจะได้ไปเดทกับน้องปอย เด็กเก่าของมึงไง (^_^) ” ตุลย์เอ่ย ซึ่งที่เขาพูดมาทั้งหมดคือเรื่องโกหกทั้งเพ
“....................” ได้ฟังดังนั้นกันต์ก็เงียบไม่ได้ตอบอะไร แต่ทว่าใบหน้าเขากลับแสดงออกถึงความไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก
“หึ” ตุลย์ยกยิ้มพอใจเมื่อหลอกล่อเพื่อนได้สำเร็จ
ปี๊ด!
เสียงนกหวีดเป็นสัญญาณเริ่มการแข่งขัน ซึ่งเกมเป็นไปอย่างดุเดือด แต่ทว่าฝั่งวิศวะดันเป็นฝ่ายนำ โดยดาวเด่นในวันนี้ก็คือกันต์ ที่เล่นชูทลูกลงห่วงราวกับเครื่องจักร
“คิดว่าเล่นไม่เป็นซะอีก” ปอยพึมพำ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรไปคิดถึงเรื่องของเขาอีก เธอต้องพยายามหักห้ามใจอย่างหนักกว่าจะลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง ถึงตอนนี้จะดีขึ้นมากแล้วก็จริง แต่ทว่าหัวใจของเธอก็ยังรู้สึกจี๊ด ๆ อยู่ทุกครั้งที่ต้องเห็นหน้าเขา
“ตัว!”
“จะไปมองไอ้พี่จืดมันทำไม” เสียงอ้อมดังขึ้น ก่อนจะจับใบหน้าของเพื่อนสาวให้หันไปทางอื่น
“เปล่านะ.....ไม่ได้มองเลยจริง ๆ ” คนตัวเล็กอ้อมแอ้มเอ่ย และในขณะที่สองสาวกำลังคุยกันอยู่ เสียงสัญญาณหมดการแข่งขันครึ่งแรกก็ดังขึ้น
“ไปช่วยกันเอาน้ำให้นักกีฬาเถอะนะ”
“ชิ....อย่าให้รู้ว่าแอบมองไอ้บ้านั่นนะ (¬_¬メ) ”
“จ้า ๆ ” คนตัวเล็กเอ่ย ก่อนที่ทั้งสองจะพากันไปแจกน้ำให้กับนักกีฬา
“น้องปอยครับ ขอน้ำกินให้ชื่นใจหน่อยสิครับ (^_^) ” รุ่นพี่หนุ่มจอมหลีเอ่ย
“นี่ค่ะ (^_^) ” คนตัวเล็กคลี่ยิ้มออกมาบาง ๆ และยื่นขวดน้ำให้รุ่นพี่หนุ่ม
“ขอบคุณครับ (^_^) ”
“อึก หืม! หวานชื่นใจดีจริง ๆ เลย”
“แต่อันนั้นน้ำเปล่านะคะ” คนตัวเล็กแทบจะกลั้นยิ้มไม่อยู่ กับความเว่อร์ของคนตรงหน้า
อีกด้าน
“อึ่ก!” กันต์ดื่มน้ำจากขวดน้ำในมือทีเดียวหมด ก่อนจะบีบขวดน้ำจนบู้บี้ไม่เป็นทรง และโยนทิ้งลงพื้นด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ ท่ามกลางสายตางุนงงของเพื่อน ๆ
..................................
เพิ่มลงคลัง+คอมเมนต์+ไลค์
= กำลังใจ(◕‿< ❀ )
