บทที่ 10 - Chapter 10 -
“ฉันตกลง!!!!”
3 วันผ่านไป
คณะนิเทศศาสตร์
“อิน่า!! มึงเป็นบ้าไปแล้วหรอ ถึงไปตกลงเป็นคู่นอนให้ไอ้บ้านั่น!!”
อ๊าาา!! หูฉันจะแตกมั้ยเนี่ย
“อินาวกูไม่มีทางเลือกมึงก็รู้ มันขู่จะปล่อยคลิปกูมึงจะให้กูทำยังไง”
ฉันเล่าเรื่องข้อตกลงระหว่างฉันกับเขาให้มันฟัง พอมันรับรู้เท่านั้นแหละ ก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ
“มันต้องมีวิธีที่ดีกว่านี้ซิ นี่มึงมีแต่เสียกับเสีย ไอ้บ้านั่นมันเอาเปรียบมึงเห็น ๆ”
ปัง!!!!
อิมะนาวมันพูดด้วยความโมโหพร้อมกับทุบโต๊ะ!ระบายอารมณ์ เจ็บน่าดู - -”
“ไม่หรอก ถ้ามันจะเอากูมันก็ต้องเอาแค่กู ไม่ใช่เอาไปทั่วแบบที่เคยทำ”
ฉันพูดพร้อมกับทำหน้าตาจริงจัง
“อิน่ามึงคิดจะทำอะไร”
อิมะนางถามด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าฉันจะทำอะไรแผลง ๆ
“มึงไม่ต้องห่วง กูจะทำให้เสือกลายเป็นแมวเอง!! มึงคอยดู!!”
เมื่อมันเห็นว่ายังไงก็เปลี่ยนใจฉันไม่ได้ มันก็เลยต้องปล่อยเลยตามเลยนั่นแหละ
“เออ เอาไงเอากันกูจะเอาใจช่วยมึงเองอิน่า มันก็ดีเหมือนกันนะที่มึงจะมีผัวเป็นตัวเป็นตน ผู้ชายบนโลกใบนี้จะได้เป็นของกูคนเดียว!!”
ฉันทำหน้าเอือมระอามันทันที อินี่นี่มันเป็นคนยังไงเนี่ย แรดเกินจะบรรยายได้
เสียงโทรศัพท์ฉันดังขึ้นระหว่างที่ฉันนั่งคุยกับอิมะนาวอยู่ ฉันเลยหยิบมันออกจากกระเป๋าเพื่อที่จะรับสาย แต่พอฉันเห็นเบอร์เท่านั้นแหละมันทำให้ฉันตกใจนิดหน่อย เพราะเขาหายเงียบไปเลยตั้งแต่วันนั้น แล้วอยู่ ๆ ก็โทรมา
“แปปนะมึง กูรับสายแปป”
ฉันบอกอิมะนาวพร้อมกดรับสายไปด้วย
ติ๊ด!!
“...”
ฉันรับสายแล้วแต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป ส่วนปลายสายก็เงียบอยู่แปปนึงเหมือนรอให้ฉันพูด
“รับแล้วไมไม่พูดวะ!?”
หมาในปากเขานี่มันคงจะเยอะมากแน่ ๆ
“โทรมามีไร?”
ฉันถามในสิ่งที่อยากรู้กลับไป โดนเลือกที่จะเมินคำพูดของเขา
“มาหาที่คณะ”
“ฉันไม่ใช่เด็กในสังกัดของนายที่พอนายตามแล้วจะได้ไป!!”
“แน่ใจหรอว่าไม่ใช่”
ไอ้ ไอ้เลวเอ้ย!!!
“สารเลว!!”
“ขอบใจนะแต่ฉันชินแล้ว ฉันให้เวลาเธอ 10 นาที”
บ้า บ้าไปแล้วนิเทศน์กับวิศวะมันอยู่คนละฝั่งมหา’ลัยเลยนะ ไอ้บ้าเอ้ย
ติ๊ด!!
“กรี๊ดดดดด!!! ฉันจะฆ่าแกไอ้เกอร์!!”
เมื่อเขาตัดสายฉัน ฉันก็กรี๊ดลั่นคณะทันทีด้วยความโมโห จนอิมะนาวตกอกตกใจ
“มึงเป็นอะไรอิน่า!! ใจเย็น ๆ”
“เดี๋ยวกูมา มึงขึ้นเรียนไปก่อนเลย”
ฉันบอกมันแค่นั้นแล้วรีบวิ่งออกจากตรงนั้นทันที
“เห้ยย อิน่ามึงจะไปไหน!! อิน่า!! อิน่าโว๊ยยย!!!!”
อิมะนาวตะโกนตามหลังฉันมา แต่ฉันไม่มีเวลาสนใจมันมากนัก ค่อยดูนะไอ้เกอร์!! ฉันจะทำให้นายตกอยู่ในกำมือของฉันให้ได้ คอยดู!!!!
คณะวิศวะกรรมศาสตร์
“แฮ่ก ๆ แฮ่ก ๆ”
ฉันวิ่งมาหยุดอยู่ที่คณะวิศวะฯ พร้อมกับหอบอย่างหนักด้วยความเหนื่อยท่ามกลางสายตามากมายของผู้คนที่อยู่แถวนี้ แน่ล่ะสภาพฉันต้องดูไม่จืดมากแน่ ๆ เมื่อตั้งสติได้และพอหายเหนื่อยบ้างแล้ว ฉันก็เริ่มมองหาเขาทันที อยู่ไหนของเขาเนี่ย
“มองหาฉันหรอ!”
“เชี่ย!!”
ตกใจหมด มาจากไหนวะ
“เป็นผู้หญิงพูดให้มันเพราะ ๆ มั้ง”
เหอะ!
“มีไรเรียกฉันมา”
ฉันรีบเข้าเรื่องทันที เพราะสายตาหลายคู่เริ่มมองมาที่ฉันกับเขาด้วยความสนใจ แน่ล่ะเขาฮอตขนาดนี้นี่ แล้วฉันก็เป็นที่รู้จักพอสมควรอ่ะ ก็ไม่แปลกที่คนอื่นจะให้ความสนใจ เดี๋ยวมันต้องเป็นข่าวแน่ ๆ เห้ออออ!!
“รีบไปไหนล่ะ ไปกินข้าวเป็นเพื่อนฉันหน่อยดิ”
ห๊ะ!!! เขาเรียกฉันมาด้วยเรื่องแค่นี้อ่ะนะ
“เรื่องไร เพื่อนนายล่ะ??”
“ยังไม่มา”
บ้าเอ้ยยย เขามันบ้า
“แต่ฉันมีเรียน นายจะเรียกฉันมาเรื่อยเปื่อยด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยรึไง!!???”
ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเพราะเริ่มหงุดหงิดพอสมควร
“เอ้าก็ฉันไม่รู้ว่าเธอมีเรียนนี่ งั้นก้ส่งตารางเรียนเธอให้ฉันในไลน์ละกันจะได้รู้ว่าว่างตอนไหน”
เหอะ!! คนแบบเขานี่มัน ...
“เอาน่า ไหน ๆ ก็มาแล้วกินข้าวกัน”
หงุดหงิดโว๊ยยยยยยย สุดท้ายฉันได้แต่ตามเขาต้อย ๆ จนมาจบที่โรงอาหารคณะวิศวะฯ นี่แหละ
“สรุปเธอไม่กินจริงอ่ะ?”
เมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมไปซื้อไรกินเขาเลยถามอีกครั้งเพือความแน่ใจ
“ไม่ นายรีบ ๆ กินเถอะ คนมองเต็มเลยเนี่ย”
ใช่!! ตั้งแต่มานี่ก็มีแต่คนมองเต็มไปหมด เหอะ!!
“ทำไม ไม่ดีไง๊เป็นผู้หญิงของไทเกอร์ มีแต่คนอยากเป็น”
โอ้โห!! ความมั่นหน้านี้ เขาไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหนเนี่ย
“แต่ไม่ใช่ฉันแน่นอน!!”
ฉันตอบกลับเขาไปแบบไม่ต้องคิดให้เสียเวลา ส่วนเขาก็แค่นักไหล่เหมือนไม่แคร์ แล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวของตัวเองไป ฉันก็เลยหยิบโทรศัพท์มาเล่นแก้เซ็งระหว่างรอเขากินข้าว
“พี่ไทเกอร์ขาาา”
หือ?? เสียงแปดหลอดเรียกสายตาฉันจากโทรศัพท์ได้เป็นอย่างดี อ่า เสริมจมูก ทำตาสองฉัน ฉีดคาง หน้าอกนี่ก็น่าจะพึ่งมีดหมอเหมือนกันเพราะมันใหญ่จนแทบจะระเบิด
“แคทมาได้ไง?”
“ก็แคทคิดถึงพี่ไทเกอร์นี่คะ ไม่เห็นโทรหาแคทบ้างเลย”
แหวะ ก็แคทคิดถึงพี่ไทเกอร์นี่คะ อี๋จะอ้วก
“แหวะ!”
“เธอแหวะใส่ใคร!!!”
ยัยแมวนั่นหันมาหาเรื่องฉันทันทีที่ได้ยินเสียงฉัน ฉันเลือกที่จะไม่สนใจยัยแมวนั่นแล้วก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ต่อ แต่เหมือนยัยหน้าปลอมนี่จะไม่ยอมจบง่าย ๆ
“นี่ ฉันถามหูแตกรึไง แล้วแธอเป็นใครมานั่งกับพี่ไทเกอร์ได้ไง”
เมื่อเห็นว่ายัยนั่นเริ่มหาเรื่องฉัน เขาก็เลยรีบห้ามซะก่อนที่จะมีเรื่อง
“แคทไม่เอาน่า”
“ก็ยัยนี่แหวะแคทนี่!! แคทไม่ยอมหรอก”
ตุบ!! ฉันวางโทรศัพท์เสียงดังก่อนจะมองหน้ายัยแมวนี่
“หนวกหูจริง ๆ ที่บ้านขายลำโพงหรอ?? ถึงมาแว๊ด ๆ อยู่เนี่ย แล้วโทษทีนะ ถ้าเธอเรียกเขาว่าพี่ก็แสดงว่าเธอเป็นรุ่นน้องฉัน เพราะฉันนั้นอย่ามาเรียกฉันว่ายัยนี่!!!”
ฉันพูดพร้อมกับมองยัยหน้าปลอมนั่นอย่างไม่ยอมเหมือนกัน
“กรี๊ดดดด อิบ้า!!!”
“แคท!!”
ยัยนั่นทำท่าจะมาหาเรื่องฉัน แต่เขาดึงไว้ซะก่อน
“เกอร์!!”
ฉันเรียกชื่อเขาด้วยเสียงที่ดังพอที่คนแถวนั้นจะได้ยินชัด ๆ ก่อนหน้านี้ก็เริ่มมีคนมองมาแล้วแหละเพราะเสียงยัยแปดหลอดนี่
“ห๊ะ??”
เขาดูตกใจและงงนิดหน่อยที่ฉันเรียกเขาด้วยชื่อแบบนั้น
“ปล่อยมือออกจากแขนยัยนั่นซะ”
ฉันพูดพร้อมกับลุกขึ้นเพื่อเดินไปดึงมือเขาออกจากแขนยัยนั่น แต่ยังไม่ทันจะได้ดึงเขาก็ปล่อยออกซะก่อน
พรึ่บ!!
“แก!!!”
“จุ๊ ๆๆ ไม่เอาไม่โมโหซิ”
ฉันพูดแทรกก่อนที่ยัยนั่นจะทันได้ด่าฉัน แล้วเข้าไปคลองแขนเขาทันที
“กรี๊ดดดด!! พี่ไทเกอร์ยัยนี่มันเป็นใคร นี่พี่จะทิ้งแคทแล้วไปเอามันงั้นหรอ!!?”
“ตอบเขาไปซิ จะยืนนิ่งอยู่ทำไม”
เมื่อเก็นว่าเขาทำหน้างงไม่เลิกฉันก็เลยพูดขึ้นเพื่อนเรียกสติเขา
“เธอทำบ้าไรเนี่ย??”
เขาไม่สนใจคำถามของยัยนั่น แต่ก้มลงมากระซิบถามฉันที่ข้างหูแทน
“ฉันเป็นใครเธอไม่ต้องรู้หรอก รู้แค่ว่าเธอกำลังยุ่งอยู่กับผู้ชายของฉันก็พอ!!”
“!!!!”
เออ ไม่ต้องตกใจหรอกอย่าว่าแต่เขาตกใจเลย ฉันเองยังตกใจเลย ผีบ้าตัวไหนมันเข้าสิงฉันให้พูดแบบนั้นวะ
“กรี๊ดดดดดดดดดด!!! ไม่จริง พี่ไทเกอร์นี่มันหมายความว่ายังไง!!”
“โอ๊ยยย หนวกหู!! รำคาญ!! เกอร์นายไล่ยัยหน้าปลอมนี่ไปให้พ้นจากตรงนี้ซะ ก่อนที่ฉันจะหงุดหงิดมากไปกว่านี้”
ฉันพูดขึ้นด้วยความโมโห เมื่อเห็นว่าฉันเริ่มอารมณ์ไม่ดีเขาก็เลยพูดขึ้นเพื่อตัดปัญหา
“แคทกลับไปก่อนไป ค่อยคุยกันทีหลัง”
“ไม่!! แคทไม่ยอมนะพี่จะทำแบบนี้กับแคทไม่ได้”
ฉันยืนฟังบทสนทนาที่น่ารำคาญแบบนี้ทำไมเนี่ย เมื่อคิดได้แบบนั้นฉันก็เดินหนีออกจากตรงนั้น แต่ยังไม่ทันได้ไปไหนก็โดนเขาฉุดแขนไว้ซะก่อน
หมับ!!
“แคทพี่ว่าพี่พูดรู้เรื่องละนะ ถ้าแคทพูดไม่รู้เรื่องเราก็จบกันแค่นี้แหละ”
เมื่อเขาพูดจบเขาก็ลากแขนฉันออกจากตรงนั้นทันที โดยที่ไม่สนใจว่ายัยนั่นจะยืนกรี๊ดเป็นผีบ้าอยู่กลางโรงอาหารคนเดียว ส่วนฉันก็ได้แต่เดินตามเขาไป
