บทที่ 17 - Chapter 17 -

คอนโด T

09.40 น.

ฉันตื่นก่อนเขาได้สักพักแล้วล่ะ เลยลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เสื้อผ้าก็ใส่ของเขานั้นแหละ ตอนตื่นมาฉันตกใจแทบแย่ที่เรานอนกอดกันแบบนั้น แต่ฉันก็นึกขึ้นได้ว่าฉันเป็นฝ่ายร้องขอเขาก่อน ฉันไม่เคยรู้สึกอ่อนแอขนาดนี้มาก่อน เห้ออออ !!

           ฉันเลิกฟุ้งซ่านแล้วเดินเข้าครัวเพื่อทำอะไรทาน แต่พอเปิดตูเย็นก็เจอแต่เครื่องดื่มมึนเมายังดีที่มีน้ำดื่ม นี่เขาอยู่ได้ด้วยของพวกนี่รึไงกัน

           เมื่อเห็นว่าตู้เย็นไม่มีอะไรที่พอทานได้เลยในตอนเช้า ฉันก็หันไปเปิดตู้ต่าง ๆ แต่ก็พบกับความว่างเปล่า

           “นี่มีห้องครัวไว้ประดับห้องอย่างเดียวซินะ!”

           ฉันบ่นเขาพร้อมยืนมองเตาแก๊สด้วยความสงสาร ฉันคิดว่ามันคงไม่เคยถูกใช้งานมาก่อนแน่ ๆ

“เธอจะมองให้ไฟมันลุกขึ้นมาเลยมั้ย?”

           ในขณะที่ฉันยืนมองเตาแก๊สเงียบ ๆ ก็ได้ยินเสียงจากด้านหลัง ทำให้ฉันหันไปมอง

           “ตื่นแล้วหรอ?”

           ฉันถามเขาออกไปพร้อมกับเดินมานั่งที่โซฟา

           “แล้วเธอไรทำไรเมื่อกี้”

           เขาถามฉันด้วยความสงสัยว่าฉันเพี้ยนอะไรถึงไปยืนจ้องเตาแก๊สแบบนั้น

           “ฉันหิวจะทำอะไรกิน แต่ห้องครัวนายไม่มีอะไรเลยนอกจากแอลกอฮอลล์”

           ฉันพูดกับเขาพร้อมกับทำหน้าเอือมระอา

           “ก็ปกติฉันไม่ทำอาหาร”

           เขาตอบกลับมาแล้วเดินไปหยิบโทรศัพท์

           “จะกินไรจะสั่งให้”

           เขาถามฉันว่าจะกินอะไร เพราะเขาจะสั่งรูมเซอร์วิส

           “อะไรก็ได้สั่งมาเถอะ”

           ฉันตอบเขาไปแล้วหยิบโทรศัพท์ตัวเองมาเล่นเรื่อยเปื่อยฆ่าเวลา

หลังจากที่เขาสั่งอาหารเสร็จแล้วก็มานั่งที่โซฟาเดียวกับฉันพร้อมกับจ้องหน้าฉันนิ่ง ๆ

           “มีอะไร?”

           ฉันอดไม่ได้ที่จะถามเขากลับไป ก็เล่นจ้องหน้าฉันแบบนี้จะพูดอะไรก็ไม่พูด

           “เธอกับไอ้หมอนั่นมีเรื่องไรกัน?”

           ฉันนิ่งไปเพราะคำถามของเขา เรื่องราวต่าง ๆ ย้อนกลับมาในหัวฉันอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่ฉันคิดว่าฉันลืมไปแล้วแท้ ๆ แต่ปล่าวเลยฉันไม่เคยลืม

“ถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่า”

           เขาคงเห็นว่าสีหน้าฉันมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ก็เลยพูดออกมาแบบนั้น เอาจริง ๆ มันก็ไม่ใช่ความลับหรอกฉันแค่ไม่ได้เล่าให้ใครฟังมากกว่าเพราะอยากจะลืม ๆ มันไปซะ

           “จริง ๆ มันก็ไม่ใช่ความลับหรอก”

           ฉันพูดออกมาในที่สุด แล้วเขาก็เงียบเพื่อรอฟังฉันพูดต่อ ฉันตัดสินใจว่าจะเล่าให้เขาฟัง

“เราเคยคบกัน เขาเคยเป็นคนที่ฉันรักมากฉันถึงขั้นคิดว่าชีวิตนี้ฉันคงรักใครไม่ได้อีกแล้วนอกจากเขา ตลกสิ้นดีเลยเนาะ หึ!”

           เขายังคงนั่งฟังฉันเงียบ ๆ

           “เราคบกันเกือบ 3 ปี จนถึงปีสุดท้ายของมัธยม ฉันจับได้ว่าเขานอกใจ แต่ที่ฉันรู้คือนั่นไม่ใช่ครั้งแรกเขาแอบมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นหลายคนและหลายครั้ง ตอนนั้นฉันคงดูโง่สุด ๆ ไปเลยในสายตาของคนอื่น เพื่อนฉันคอยบอกคอยเตือนแต่ฉันก็ไม่เชื่อจนได้เห็นกับตาตัวเองนั่นแหละ”

           ฉันยังคงเล่าเรื่องในอดีตเหมือนต้องการจะระบายมันออกมา แล้วเขาก็ยังคงเป็นผู้ฟังที่ดี

           “นายรู้มั้ยว่าวันนั้นฉันเจออะไร เพื่อนที่ฉันรักที่สุดกับคนรักของฉัน เหอะ! ทุเรสสุด ๆ ไปเลยใช่มั้ยล่ะ แล้ววันนั้นฉันก็เสียเพื่อนที่รักที่สุดไปอีกคน”

“เขาให้เหตุผลกับฉันว่าอะไรรู้มั้ย ที่เขาต้องมีคนอื่นเพราะฉันให้ในสิ่งที่เขาต้องการไม่ได้ เหมือนฉันเป็นคนผิดเลยเนาะ!”

           และระหว่างที่ฉันกำลังเล่าเรื่องในอดีตอยู่นั้น เสียงออดห้องก็ดังขึ้น

ติ๊งต๊อง!!~~

           “สงสัยรูมเซอร์วิสนะ เดี๋ยวฉันไปเปิดประตูก่อน”

           เขาพูดแล้วลุกขึ้นไปเปิดประตูทันที

           “มากินข้าวซิ เธอหิวไม่ใช่?”

           รอไม่นานเขาก็เรียกฉันไปกินข้าวหลังจากยกอาหารมาตั้งที่โต๊ะกินข้าวเรียบร้อยแล้ว ฉันลุกขึ้นเพื่อนไปกินข้าวตามคำเรียกของเขา

K University

12.50 น.

“ขอบคุณที่มาส่ง”

           ฉันขอบคุณเขาที่มาส่งฉันที่คณะ หลังจากกินข้าวเสร็จฉันขอให้เขาไปส่งฉันที่คอนโดเพื่อเปลี่ยนชุด แล้วมาส่งที่มหาวิทยาลัย ตอนแรกฉันกะจะขับรถมาเองแหละ แต่เขาบอกว่าเขาก็มีเรียนบ่ายเหมือนกัน ฉันขี้เกียจเถียงก็เลยปล่อยเลยตามเลย

           “อือ เลิกกี่โมง?”

           เขายังไม่ยอมออกรถ แต่หันมาถามฉันแทน

           “ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันให้เพื่อนไปส่ง”

           ฉันตอบเขากลับไป

           “ไม่ดื้อสักวันจะตาย?”

           เอ้าฉันผิดไรวะ

           “บ่ายสามครึ่ง”

           ฉันเลยตอบเขาไปเพราะขี้เกียจจะทะเลาะด้วย

           “ไปรอฉันที่คณะฉันละกันถ้าเลิก ฉันเลิกสี่โมงครึ่ง”

“อือ”

           ฉันไม่มีอารมณ์จะมาทะเลาะกับเขาหรอกนะวันนี้ เห้อออ เมื่อตอบเขาเสร็จฉันก็หันหลังเดินเข้าคณะไปทันที

Tiger Talk

คณะวิศวะกรรมศาสตร์

13.10 น.

ตอนนี้ผมอยู่ที่ใต้ตึกวิด’วะ หลังจากส่งเธอที่คณะผมก็ตรงมาที่คณะตัวเองทันที

           “มานานยังวะ?”

           ผมเดินมาถึงโต๊ะประจำที่พวกผมชอบนั่งกัน ก็เจอพวกมันอยู่กันครบเลย

           “สักพัก”

           ไอ้แซมเป็นคนตอบคำถามของผม

           “เราเรียนกี่โมงวะวันนี้?”

           ไอ้วินถามขึ้นด้วยความสงสัย ไอ้นี่ตลอดแหละไม่เคยรู้ห่าไรกับชาวบ้านหรอก มาเรียนเหมือนมาเปลี่ยนที่นอน สักวันแม่งต้องโดนเนรเทศออกจากบ้านแน่ ๆ

           “สองครึ่ง”

           ผมเป็นคนตอบคำถามของมัน

           “เอ้าแล้วนัดมาทำไมตอนนี้วะ เสียเวลานอนกูมั้ยเนี่ย”

           เห้ออออ! ผมทนคบคนแบบมันไปได้ยังไงวะ ผมเลิกสนใจมันแล้วหันมาพูดเรื่องที่ต้องการจะคุยแทน

           “เรื่องที่ให้สืบว่าไงวะไอ้แซม”

           พรึ่บ!

           ไอ้แซมโยนแฟ้มข้อมูลมาให้ผมแทนคำตอบ

           “กูขี้เกียจอ่านไอ้พวกประวัติชื่อ ชื่อเล่น น้ำหนักส่วนสูงเหี้ยไรนั่น เอาเนื้อ ๆ มึงพูดมาเลย”

           ผมพูดในสิ่งที่ต้องการมห้มันรับรู้

           “ให้ไอ้วินเล่ากูขี้เกียจ”

           สัส!! สักวันใบ้จะแดกพวกมึง ไอ้คิงอีกตัวมานี่แม่งเอาแต่กดโทรศัพท์ เวน!!

“อะแฮ่ม ๆ”

           ไอ้วินเรียกร้องความสนใจจากผมทันทีก่อนจะเริ่มเล่า

           “มันเป็นลูกชายเจ้าของโรงแรม FH ที่มีสาขาอยู่ทั้วประเทศ แล้วเหมือนว่าเมื่อ 3 ปีก่อนมันทำผู้หญิงท้องที่บ้านเลยส่งมันไปอยู่แอลเอ แล้วเพิ่งจะได้กลับมานี่แหละ อ่อ! ส่วนเรื่องเมียมึงกับมันกูไปสืบจากพวกรุ่นน้องที่จบจากโรงเรียนเดียวกันมา ตอนนั้นเหมือนจะเป็นคู่รักที่น่าอิจฉาสุด ๆ แล้วจนเกิดเรื่อง”

           เรื่องที่มันว่าก็คงจะเป็นเรื่องเดียวกับที่ผมรู้มาแหละมั้ง ผมเงียบรอมันพูดต่อ

           “จริง ๆ ก็เหมือนพลอตเรื่องละครน้ำเน่าอ่ะ ที่แฟนหนุ่มไปนอนกับเพื่อนสนิทอะไรประมานนี้ แต่ที่พีคคือเหมือนมันจะไม่ยอมเลิกตอแยกับเมียมึง แล้วมีเรื่องกันกลางโรงเรียนถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน จริง ๆ มันเหมือนจะมีคลิปหลุดออกมาตอนนั้น แต่ทางบ้านไอ้เลวนั่นน่าจะลบไปหมดแล้วกูเลยหาไม่เจอ”

“ลงไม้ลงมือ?”

           ผมทวนคำพูดของไอ้วินอีกครั้งเหมือนต้องการความชัดเจนมากกว่านี้ พอมันได้ยินแบบนั้นมันก็ทำท่าทางเอามือมาฟาดหน้าตัวเอง

           “แบบนี้แหละ! ที่กูรู้มา”

“เลว!”

           ไอ้คิงพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ อ่า ผมเกือบลืมไปเลยว่ามันนั่งอยู่ด้วย

           “มึงเอาไงต่อ?”

           ไอ้วินถามผมอีกครั้ง

“หึ! เดี๋ยวมึงก็รู้”

           ผมตอบมันแค่นั้นพร้อมกับลุกขึ้น เพราะตอนนี้ใกล้เวลาเรียนแล้ว เหมือนพวกมันรู้ว่าใกล้เวลาแล้วก็เลยลุกขึ้นแล้วเดินตามผมมา

           ในระหว่างที่รอลิฟต์ผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูนู่นดูนี่ไปเรื่อยระหว่างรอ จนกระทั่งมีแจ้งเตือนไอจีผมเลยกดเข้าไปดูพอเห็นว่าแจ้งเตือนอะไร ผมก็เผลอยิ้มกับตัวเองเล็กน้อย แล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงตามเดิม

Rak.naarak started following you

ดูเหมือนว่าชีวิตผมมันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วซินะ ต่อให้ผมพยายามจะไม่สนใจขนาดไหน ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีประโยชน์อะไร ...

15.50 น.

ผมนึกขึ้นได้ว่าเสียงโทรศัพท์ผมสั่นแจ้งเตือนอะไรสักอย่างสักพักแล้วแหละ ผมเลยหยิบขึ้นมาดู แล้วก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น

           เกิดเพี้ยนอะไรขึ้นมาวะถึงอัพรูปแท๊กผม ผมเป็นคนเดียวที่เธอกดติดตามก็น่าสนใจมากพอแล้ว ทำแบบนี้ได้แตกตื่นกันทั้งมหา’ลัย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป