บทที่ 2 เเล้วทำไมต้องเป็นกู?
“กำลังดูแผนที่…ไปล่าสมบัติรึไงวะ”
คำพูดของเพื่อนเรียกเสียงหัวเราะจากคนในกลุ่มขึ้นมาเบาๆ
ไทน์ปรายตามองไปทางต้นเสียง ก่อนจะหันกลับไปมองเด็กสาวคนนั้นอีกครั้งอย่างไม่รู้ตัว
“มึงก็พูดเกินไป”
“ก็กูพูดจริงนี่หว่า”
เพื่อนของเขาหัวเราะพลางพยักหน้าไปทางเดิม
แผนที่แผ่นใหญ่ในมือของเธอถูกคลี่ออกจนแทบจะบังตัวคนถือ
“สนใจไปช่วยน้องเขาไหมครับ คุณไทน์”
เจ้าของชื่อหันไปมองคนพูด ก่อนจะยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“แล้วทำไมต้องกู”
“ก็มึงมองน้องเขาไม่วางตาเลย”
“แล้วมันจะทำไม เด็กมันแค่ดูน่ารักดี”
เขาพูดเรื่องจริง ใบหน้าจิ้มลิ้ม ที่ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าเจ้าตัวดูน่ารักน่าเอ็นดู เด็กคนนั้นทำให้เขานึกถึงแมวที่ตัวเองเลี้ยงไว้ที่ห้อง ทั้งมึนๆ ทั้งชอบทำหน้าจริงจังกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง...คล้ายกันชะมัด
“น่ารักงั้นเหรอ สนใจขึ้นมาล่ะสิ”
“ไม่เสือกนะครับเพื่อน”
ไทน์ไม่ได้ปฏิเสธ เขาเพียงหัวเราะในลำคอเบาๆ แล้วเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ก็จริงอย่างที่เพื่อนเขาว่า เพราะเขาดันสนใจเด็กคนนั้นขึ้นมาแล้วนะสิ
“จะไปไหนวะไอ้ไทน์”
“กูก็จะไปดูแผนที่ไงวะ”
“เอ้า ไอ้เพื่อนเวร”
ไทน์ยักไหล่ เสียงหัวเราะดังตามหลังมา แต่เขาไม่ได้สนใจ
เอาเถอะ...ถือว่าช่วยลูกแมวหลงทางก็แล้วกัน เขาล้วงมือข้างหนึ่งลงในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเดินข้ามทางไปอย่างไม่รีบร้อน สายตาจับจ้องอยู่ที่เด็กสาวคนนั้นตลอดทาง
เจ้าตัวยังคงจดจ่ออยู่กับกระดาษในมือ ไม่รู้เลยว่ามีคนกำลังเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า
จนกระทั่งเงาของใครคนหนึ่งทอดลงมาทับบนแผนที่ เด็กสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอขยับตัวหลบไปด้านข้าง เงานั้นก็ยังอยู่ เพลินตาจึงขยับไปอีกด้าน และเงานั้นก็ยังตามมาอีก
อะไรเนี่ย?
เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ก่อนดวงตากลมโตจะเบิกกว้างเล็กน้อย ตรงหน้าเธอคือชายหนุ่มรูปร่างสูงในชุดนักศึกษา
ใบหน้าหล่อคมรับกับดวงตาที่ดูเหมือนกำลังมีรอยยิ้มซ่อนอยู่ เขาสูงกว่าเธอมากจนต้องเงยหน้าขึ้นมอง
ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรในทันที เขาเพียงมองหน้าเธอ ก่อนจะเหลือบมองแผนที่ในมือ แล้วกลับมามองเธออีกครั้ง ราวกับกำลังรอว่าเจ้าตัวจะรู้ตัวเมื่อไหร่ว่าตัวเองกำลังหลงทาง
“มีอะไรให้พี่ช่วยไหมครับ”
น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ แต่ไม่รู้ทำไม เพลินตากลับรู้สึกว่าคนตรงหน้ากำลังกลั้นขำเธออยู่
“เอ่อ” เด็กสาวอึกอัก “คือ...”
เธอก้มมองแผนที่ในมือตัวเอง ก่อนจะเงยหน้ากลับขึ้นไปมองเขา
จะตอบยังไงดีล่ะ จะให้บอกว่าเธอยืนดูแผนที่มาเกือบสิบนาทีแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหนงั้นเหรอ น่าอายจะตาย
“หนู...”
คำเรียกแทนตัวเองทำให้ไทน์ชะงักไปเล็กน้อย
“คือ หนูไม่ได้หลงนะคะ”
ไทน์เลิกคิ้ว “อ๋อ…ครับ”
น้ำเสียงของเขาลากยาวเสียจนคนฟังรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ได้เชื่อแม้แต่น้อย
“หนูแค่...” เธอเงียบไปครู่หนึ่ง “แค่หาทางไปคณะไม่เจอค่ะ”
คราวนี้รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มชัดเจนขึ้นกว่าเดิม
“อืม…งั้นเหรอครับ”
คำพูดของเด็กสาวเกือบทำให้ไทน์กลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่จริงๆ ยืนอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้ว ยังกล้าพูดว่าไม่ได้หลงอีก
“แต่พี่เห็นน้องยืนก้มๆ เงยๆ อยู่ตั้งนานแล้วนะ”
คำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าแทบจะทำให้เพลินตาอยากเอาหัวตัวเองมุดลงพื้นให้รู้แล้วรู้รอด
ที่แท้...เขาก็รู้ทันเธอตั้งแต่แรกแล้ว แต่ก่อนที่เธอจะทันได้พูดอะไร เขาก็พยักหน้าไปยังแผนที่ในมือของเธอ
“คณะอะไรครับ ที่น้องจะไป”
“บริหารศาสตร์ค่ะ”
เอาจริงดิ…ไทน์กวาดตามองแผนที่แวบหนึ่ง ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย ใครจะคิดว่าบังเอิญขนาดนี้ เด็กใหม่ที่เขาเพิ่งสนใจดันเรียนคณะเดียวกับเขาซะด้วย
แบบนี้ก็แจ่มเลยสิ
“งั้นน้องมาผิดทางแล้วล่ะครับ คณะบริหารศาสตร์ไม่ได้มาทางนี้”
เด็กสาวก้มลงมองแผนที่ทันที คนละทาง? หมายความว่า เธอเดินผิดมาตั้งแต่แรกงั้นเหรอ? ใบหน้าหวานค่อยๆ เปลี่ยนเป็นว่างเปล่าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ
“คนละทางเลยเหรอคะ”
“ครับ”
“แล้วจากตรงนี้ต้องเดินไปอีกไกลไหมคะ”
ไทน์เว้นจังหวะไว้นานกว่าที่ควร ทำหน้าครุ่นคิดเหมือนกำลังกะระยะทางในหัว ทั้งที่คำตอบมันง่ายกว่านั้นมาก ถ้าบอกว่าใกล้ๆ เธอคงเดินไปเองแล้วเรื่องก็จบแค่นี้ แต่แบบนั้นมันก็ไม่สนุกสิ
“ก็…ไกลพอสมควรครับ”
เด็กสาวตรงหน้าเงียบไปทันที สีหน้าของเธอค่อยๆ เปลี่ยนจากไม่แน่ใจเป็นหมดหวัง จนไทน์ต้องกดมุมปากตัวเองเอาไว้
อ่า…น่ารักชะมัด
“ไปครับ”
เพลินตาเงยหน้าขึ้นมอง
“เดี๋ยวพี่พาไป”
“จริงเหรอคะ! ขอบคุณมากๆเลยค่ะ” เธอยกมือไหว้เขาแทบจะในทันที
ท่าทางดีใจจนปิดไม่มิดทำให้ไทน์มองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดยิ้มออกมา
ดูเหมือนว่า...วันนี้เขาจะได้เรื่องสนุกๆ มาแก้เบื่อแล้วล่ะ
