บทที่ 4 คนนี้กูเอา!
“ไอ้ไทน์!” เสียงเรียกดังมาจากด้านหลัง
ชายหนุ่มหันกลับไปมอง ก็เห็นเพื่อนกำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาหา พร้อมสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย
“มึงยิ้มอะไรของมึงวะ หน้ามึงอย่างกับคนเพิ่งคิดแผนชั่วได้”
“ปากหมา ถ้ากูชั่วมึงนี่คงจะสารเลวเลยวะเพื่อน”
เสียงคุยกันยังไม่ทันจบดี เพื่อนคนหนึ่งก็เหลือบไปเห็นกลุ่มนักศึกษาปีหนึ่งที่นั่งรวมกันอยู่ไม่ไกล ก่อนจะร้องออกมาอย่างรู้ทัน
“อ๋อ...กูว่าล่ะ”
“อะไรของมึง?”
อีกฝ่ายพยักพเยิดไปทางกลุ่มนักศึกษาปีหนึ่ง
“นู่นไง”
สายตาหลายคู่หันตามไป ก่อนจะหยุดลงที่เด็กสาวตัวเล็กซึ่งกำลังนั่งคุยกับเพื่อนอยู่
“ก็น้องคนเมื่อกี้ไง”
เพื่อนคนเดิมหันกลับมามองไทน์ทันที
“ไอ้ไทน์ ที่มึงชวนพวกกูมางานรับน้องนี่ เพราะน้องคนนี้ใช่ไหม?”
“กูไม่ได้ลาก กูแค่ชวน ทำไม หรือมึงไม่ชอบ”
“ชอบสิครับเพื่อนรัก มึงนี่รู้ใจจริงๆ เด็กๆ นี่แหละเคี้ยวอร่อย”
“ไอ้พวกชั่ว คิดแต่เรื่องชั่วๆ อีกสินะ”
ไทน์กรอกตามองบน พวกนี้ชอบทำเหมือนอดอยากปากแห้ง ทั้งที่ชวนเขาออกไปหาสาวๆ แทบทุกคืน แต่ถึงจะเจ้าสำราญเหมือนกัน เขาก็ไม่ได้สนใจใครไปทั่วหรอกนะ ถ้าไม่ถูกใจจริงๆ เขาก็ไม่คิดเสียเวลาเข้าไปยุ่งด้วย
“แล้วมึงรู้ยังว่าน้องเขาชื่ออะไร?”
ไทน์เหลือบมองไปทางเด็กสาวอีกครั้ง
“เพลินตา”
“เพลินตาเหรอวะ?” เพื่อนทวนชื่อ ก่อนจะมองเจ้าของชื่ออีกครั้ง
“เออ...จริงว่ะ หน้าตาน้องเขาดูเพลินตาสมชื่อจริงๆ”
เสียงหัวเราะดังขึ้นทันที
ไทน์ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
“เอาล่ะครับน้องๆ!”
เสียงรุ่นพี่สตาฟดังขึ้น เรียกความสนใจจากทุกคนกลับไปที่ด้านหน้า
กิจกรรมเริ่มขึ้นทีละอย่าง เสียงหัวเราะดังเป็นระลอกจากเกมทายชื่อเพื่อนที่ทำเอาหลายคนตอบผิดจนหน้าแดง
ตามด้วยเกมส่งของที่มีคนทำตกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนทั้งวงฮากันครืน
ไทน์นั่งกอดอก ทำหน้าเหมือนกำลังเบื่อ ทั้งที่ตาของเขาไม่ได้อยู่ที่เวทีเลย จนกระทั่งสายตาของเขาเหลือบไปเห็นเพลินตาอีกครั้ง เธอกำลังคุยกับผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่ม
อีกฝ่ายดูเหมือนจะเกร็งๆ แต่ก็ยังจะชวนเธอคุยไม่หยุด
อะไรของมัน?
“ไอ้ไทน์ มึงจะนั่งสังเกตการณ์แบบนี้ไปจนจบงานรึไงว่ะ”
เสียงเพื่อนดังขึ้นข้างๆ
“แล้วมึงจะลงไปเป็นพี่สตาฟด้วยรึไง”
“มึงสนใจไหมล่ะ เดี๋ยวกูไปเคลียร์ทางให้”
ไทน์ไม่ตอบอะไรเพียงแค่ยักไหล่เบาๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปากให้อีกฝ่าย
“เค๊ จัดไป”
พูดจบ ไอ้เพื่อนตัวดีก็รีบวิ่งเข้าไปหารองประธานรุ่น ก่อนที่อีกฝ่ายจะชี้มาที่ทางพวกเขา
“ลงมาเลยครับพี่ๆ กูไปจัดการมาให้ล่ะ เพราะความหล่อของกูหรอกนะ ไม่งั้นล่ะก็ อย่าหวังว่าจะได้เข้าไปเป็นพี่สตาฟเอาหน้างานแบบนี้หรอก”
“เออ เก่งมากไอ้เพื่อนชั่ว”
ไทน์พูดชมส่งๆ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าไอ้มาร์คเพื่อนเขาคารมดีจัด ไม่งั้นคงไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมง่ายๆ แบบนี้แน่ เพราะพวกเขาเองไม่ได้ลงชื่อเป็นพี่สตาฟมาก่อนเข้างาน
“แต่พวกมึงต้องร่วมกิจกรรมด้วยนะเว้ย ไม่ใช่แค่มานั่งๆ มองๆ แล้วก็กลับ ไม่งั้นกูโดนยัยแพรขวัญ รองประธานรุ่นนั่นบ่นหูชาแน่”
“เออ กูรู้แล้ว มึงก็บ่นพอๆ กับยัยแพรขวัญอะไรนั่นเหมือนกันนั้นแหละ ไอ้มาร์ค”
ไทน์ขี้เกียจเถียง จึงหันกลับไปสนใจกิจกรรมตรงหน้า
กิจกรรมทำความรู้จักกันดำเนินไปจนใกล้จบ เสียงหัวเราะและเสียงปรบมือค่อยๆ เบาลง ก่อนรุ่นพี่สตาฟจะเดินออกมายืนหน้าแถวอีกครั้ง
“ต่อไปเป็นกิจกรรมจับบัดดี้–บัดเดอร์นะครับ!”
เสียงประกาศจากรุ่นพี่สตาฟเรียกความสนใจจากนักศึกษาปีหนึ่งและปีสองที่นั่งรวมกันอยู่ทันที
รุ่นพี่อีกสองสามคนช่วยกันยกกล่องจับฉลากออกมาวางไว้ด้านหน้า ก่อนที่สตาฟคนเดิมจะอธิบายกติกาต่อ
“กิจกรรมนี้มีทั้งบัดดี้กับบัดเดอร์นะครับ น้องปีหนึ่งจะจับบัดดี้กันเอง ใครจับได้ชื่อใคร คนนั้นก็เป็นบัดดี้ของเรา มีหน้าที่ช่วยกันทำกิจกรรม ดูแลกันไปตลอดช่วงรับน้อง
“ส่วนพี่ปีสองจะเป็นฝ่ายจับชื่อน้องครับ ใครจับได้ชื่อใคร พี่คนนั้นจะต้องคอยดูแล แล้วก็ห้ามปล่อยให้น้องโดดเดี่ยวเด็ดขาด เข้าใจตรงกันนะครับ?”
“เข้าใจครับ/ค่ะ!”
เสียงตอบรับดังขึ้นพร้อมกัน
“ดีครับ! งั้นเริ่มจากน้องปีหนึ่งก่อนเลย ต่อแถวตามกลุ่มแล้วมาจับชื่อบัดดี้ของตัวเองได้เลยครับ!”
นักศึกษาปีหนึ่งเริ่มทยอยลุกขึ้นต่อแถวทันที เพลินตาเองก็เดินไปกับเพื่อน ก่อนจะยืนรออยู่ท้ายแถวอย่างตื่นเต้นเล็กน้อย
ไม่นานเธอก็ได้จับฉลาก มือเล็กหยิบกระดาษใบหนึ่งออกมาจากกล่อง ก่อนจะค่อย ๆ คลี่ออกดู
“ชื่อใครล่ะเนี่ย”
เพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบชะโงกหน้าเข้ามาดู
“ไหน เอามาดูดิ”
พอเห็นชื่อบนกระดาษ ดวงตาของอีกฝ่ายก็เบิกกว้างขึ้นทันที
“ก็คนเมื่อกี้ไง ที่มาชวนแกคุย” เพื่อนใหม่ชี้ไปยังเด็กหนุ่มหน้าขาว ตาตี๋ ที่นั่งอยู่ไม่ไกล
อีกด้านหนึ่ง รุ่นพี่ปีสองเองก็เริ่มทยอยไปจับชื่อน้องที่ตัวเองต้องดูแลเช่นกัน ไทน์ยืนอยู่กับกลุ่มเพื่อนอย่างไม่ได้สนใจนัก จนกระทั่งเพื่อนคนหนึ่งเปิดกระดาษในมือออก
“กูได้ใครวะ” อีกฝ่ายก้มลงอ่านชื่อ ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย
“เพลินตา”
ไทน์ที่ยืนอยู่ข้างๆ หันขวับมอง
“ใครนะ?”
“เพลินตาไง กูจับได้เป็นบัดเดอร์น้องเขาว่ะ” เพื่อนพูดอย่างอารมณ์ดี
ไทน์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นหน้าตาเฉย
“สลับกัน กูเอาคนนี้”
“ทำไมกูต้องให้?”
“เออน่า มึงอย่าลีลาเอาชื่อน้องเขามาให้กู”
“เชี่ย…มึงรุกเองเลยหรือวะเพื่อน แล้วถ้ากูไม่ให้ล่ะ”
ไทน์เลิกคิ้ว “เดี๋ยวกูเลี้ยงเหล้า”
“ร้านไหน?”
“มึงเลือกเลย”
“งั้นดีล!”
กระดาษในมือถูกยื่นให้แทบจะทันที ไทน์รับมาเก็บไว้ ก่อนจะปรายตามองเพื่อน
“ถือว่ากูซื้อบัดเดอร์จากมึงแล้วกัน”
ขณะเดียวกัน เพลินตายังคงไม่รู้ตัวเลยว่า ชื่อบนกระดาษของเธอ...ได้เปลี่ยนเจ้าของไปแล้ว
