บทที่ 6 รุ่นพี่...ที่เเสนดี

หลังจากกิจกรรมรับน้องช่วงบ่ายสิ้นสุดลง บรรดาปีหนึ่งต่างเริ่มทยอยเก็บของเตรียมตัวแยกย้ายกลับ ทว่าไทน์ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับไปหาเพื่อนง่ายๆ เมื่อคนที่เขาตั้งใจเข้าหายังคงอยู่ตรงหน้าแบบนี้

ร่างสูงในชุดนักศึกษาที่ปลดกระดุมคอเม็ดบนออกอย่างหลวมๆ พับแขนเสื้อเชิ้ตขาวขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นนาฬิกาเรือนหรู เดินตรงดิ่งเข้ามาหาเด็กสาวที่กำลังวุ่นอยู่กับการจัดกระเป๋า

“น้องเพลินตา เสร็จหรือยังครับ?”

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นนิ่มๆ จนคนถูกเรียกสะดุ้งเล็กน้อย เพลินตาเงยหน้าขึ้นมองผ่านกรอบแว่น ก่อนจะพยักหน้าหงึก ๆ

“เรียบร้อยแล้วค่ะพี่ไทน์”

“ดีเลย งั้นเดินไปหน้ามอด้วยกัน เดี๋ยวพี่พาไปหาอะไรกินเติมพลังหน่อย วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”

ไทน์ส่งยิ้มมุมปากแบบฉบับหนุ่มบริหารสุดฮอต พร้อมส่งสายตากรุ้มกริ่มที่คาดหวังว่ารุ่นน้องจะเขินจนหน้าแดง

แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด…

เพลินตากลับกะพริบตาปริบๆ ด้วยความซื่อ ดวงตากลมโตใต้แว่นฉายแววซาบซึ้งใจสุดขีด ก่อนจะโค้งหัวขอบคุณแบบนักเรียนดีเด่น

“พี่ไทน์ใจดีจังเลยค่ะ! แต่พอดีหนูนัดกับเพื่อนไว้แล้วค่ะว่าจะไปหาอะไรกินด้วยกัน”

เพลินตาอดคิดไม่ได้จริงๆ ว่าทำไมตัวเองถึงโชคดีได้ขนาดนี้ที่ได้คนตรงหน้ามาเป็นพี่บัดเดอร์ เห็นเพื่อนๆ บอกว่าพอขึ้นปีสอง งานจะเยอะขึ้นจนแทบไม่มีเวลานอน แต่เขายังมีน้ำใจเจียดเวลามาชวนเธอไปหาอะไรกินได้อีก

“อ่อ…งั้นเหรอครับ”

อะไรว่ะเนี่ย? เอาจริงดิ…นี่เขาโดนปฏิเสธงั้นเหรอ?

ไทน์ถึงกับยืนค้างไปต่อไม่ถูก สมองระดับเกียรตินิยมร่วงกราวลงไปกองที่พื้น เพราะนี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ยี่สิบปีของชีวิตที่เขาโดนผู้หญิงปฏิเสธ! แถมยังโดนปฏิเสธหน้าซื่ออย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรอีกต่างหาก!

แต่ก่อนที่ไทน์จะได้พูดอะไรเพื่อกู้หน้าตัวเองคืน กลุ่มเพื่อนสนิทตัวแสบของเขาก็โผล่พรวดเข้ามาก่อน พร้อมกับส่งเสียงแซวเสียงดังลั่นลานกิจกรรม

“เฮ้ยไอ้ไทน์! กูหาอยู่ตั้งนานก็ว่าอยู่หายไปไหน ที่เเท้มายืนจีบเด็กอยู่ตรงนี้นี่เอง”

มาร์ค จีบปากจีบคอแซวเพื่อนของตัวเอง ปกติมีแค่สาวๆมารุมล้อมไล่จับมัน แต่วันนี้พ่อเสือร้ายกลับเป็นฝ่ายเดินเกมรุกเข้าหาเด็กใหม่ก่อนเอง มีหรือที่คนอย่างไอ้มาร์คจะยอมพลาดฉากประวัติศาสตร์นี้

ไทน์หันขวับกลับมาจิกตามองใส่ไอ้เพื่อนตัวดี มึงจะพูดทำห่าเพื่อ? เดี๋ยวกระต่ายตื่นตูมกันพอดีสิวะ ไอ้เพื่อนเวร!

ราวกับว่ามาร์คอ่านสายตาของเพื่อนตัวเองออก เขาทำเป็นเมินสายตาพิฆาตนั้น แล้วหันไปส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้หญิงสาวตรงหน้าแทน

“น้องเพลินตาใช่ไหมครับ”

“เอ่อ…ใช่ค่ะ”

“พี่ชื่อพี่มาร์คนะ เป็นเพื่อนสนิทของบัดเดอร์ที่มาจีบน้องนี่แหละ”

“ทำไมพี่พูดอย่างนั้นล่ะคะ”

เพลินตาถามกลับคนมาใหม่ เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมต้องคิดว่าพี่ไทน์จะจีบเธอด้วยล่ะ เขาแค่เป็นรุ่นพี่ที่มีน้ำใจ เเถมยังใจดีมาชวนเธอไปหาอะไรกินตามหน้าที่บัดเดอร์เฉยๆ พูดแบบนั้นพี่ไทน์เสียชื่อเสียงแย่!

“ห๊ะ?...พี่พูดอะไรผิดงั้นเหรอ”

มาร์คถึงกับเหวอ ที่เด็กสาวถามกลับมาด้วยสีหน้าจริงจังขนาดนั้น

เขาพูดอะไรผิดตรงไหนวะ? ก็ไอ้เพื่อนเวรของเขามันจ้องจะจับน้องกินจนตาเป็นมันขนาดนี้

“ก็พี่ไทน์ แค่ชวนเพลินตาไปกินข้าวในฐานะบัดเดอร์เองค่ะพี่มาร์ค พี่พูดแบบนั้นเดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิด คิดว่าพี่ไทน์เป็นคนไม่ดีกันพอดีค่ะ”

มาร์คต้องรีบตะปบปากตัวเองกลั้นหัวเราะจนตัวเกร็ง เขาส่งสายตาเย้ยหยันไปให้เพื่อนตัวดีที่ยืนหน้าดำหน้าแดงอยู่ข้างๆ

โอ้โหไอ้ไทน์...มึงไปทำท่าไหนวะ น้องเขาถึงมองมึงเป็นพระมาโปรด เป็นรุ่นพี่ประเสริฐเลิศเลอขนาดนี้ได้วะเนี่ย! โดนจัดหมวดหมู่ไว้ในเซฟโซนรุ่นพี่แสนดีเรียบร้อยแล้วมึง!

“มาร์ค มึงกลับไปก่อนดีไหมเพื่อน”

ไทน์กดเสียงต่ำทนไม่ไหวกับสถานการณ์ตรงหน้า เขาอยากจะเอาหัวหมุดพื้นปูนให้รู้แล้วรู้รอด

แม่งเอ๊ย…ยัยนี่ซื่อจริงหรือแกล้งซื่อวะเนี่ย?

“เออๆ มึงก็ตามมาล่ะกันไอ้ไทน์ พวกกูรออยู่ที่เดิมนะ” มาร์คตอบกลับกลั้วหัวเราะ ขอบคุณที่มึงยังไม่ไล่กูด้วยเท้านะไอ้ไทน์

หลังจากไอ้เพื่อนตัวป่วนเดินหัวเราะร่าออกไป ไทน์ก็สูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกฟอร์มหนุ่มฮอตกลับคืนมา แล้วหันมาสนใจเด็กสาวตรงหน้าอีกครั้ง

“งั้นพรุ่งนี้ล่ะ วันเสาร์เพลินตาพอจะมีเวลาว่างไหม พี่อยากจะเลี้ยงข้าวน้องสักมื้อจริงๆ นะ”

เพลินตาทำหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ราวกับว่ากำลังเช็คตารางชีวิตของตัวเองอยู่ในหัว

“ได้ค่ะพี่ไทน์ พรุ่งนี้หนูยังพอมีเวลาอยู่ค่ะ”

ไทน์ถึงกับหลุดยิ้มออกมา ต้องงี้สิวะ…เสน่ห์ของเขายังใช้งานกับเธอได้อยู่

“งั้นกี่โมงดี ให้พี่ไปรับที่หอดีไหม”

“ช่วง หกโมงน่าจะกำลังดีนะคะ ถ้าไม่รบกวนพี่ไทน์ไปหน่อย พี่ไทน์มารับที่หอก็ได้ค่ะ หนูหอพักหญิงแคนดี้ เฮาส์ค่ะ”

“หอพักหญิง?”

ไทน์ถึงกับประหลาดใจ ที่บ้านยัยนี่คุมเข้มขนาดนั้นเลยเหรอวะ ถึงขั้นต้องให้อยู่หอหญิงล้วนเลยเนี่ย? เพิ่งเคยเจอเป็นคนแรกเลยแฮะ

“ใช่ค่ะ หออยู่แถวๆหน้า ม. ใกล้ๆนี่เองค่ะ”

“โอเคงั้นพรุ่งนี้ หกโมงเย็นพี่ไปรับนะ”

“เอ่อ…ไม่ใช่ หกโมงเย็นค่ะ” เพลินตารีบขัดขึ้นมา พร้อมส่งยิ้มสดใสตาแป๋ว “หกโมงเช้าค่ะพี่ไทน์”

ไทน์ถึงกับชะงักกึก รอยยิ้มผู้ชนะบนใบหน้าค้างเติ่งกลางอากาศเหมือนระบบปฏิบัติการล้มเหลว

หกโมงเช้า?!

นี่เธอแกล้งเขาหรืเปล่าวะเนี่ย จะให้เขาตื่นไปใส่บาตรตอนเช้ารึไง? วันหยุดคนอย่างไอ้ไทน์นอนตีสี่ตื่นบ่ายสองครับน้องงงง!

เฮ้อ…อยากจะบ้าตายจริงๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป