บทที่ 9 The Bet Rules (กฎเหล็กแห่งการเดิมพัน)

ไทน์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในเวลาทุ่มกว่าๆ ของวันเสาร์ หลังนอนสลบไสลเป็นตายอยู่บนเตียงกว้างในคอนโดหรูมาตลอดทั้งวัน ราวกับไม่สนใจโลกหลังผ่านภารกิจตักบาตรเมื่อตอนเช้า ก่อนจะควานหาสมาร์ตโฟนขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ สายตาคมกริบไล่อ่านข้อความในไลน์กลุ่ม ‘แก๊งค์สุดหล่อ’ จนสะดุดเข้ากับข้อความล่าสุดจากไอ้มาร์คเพื่อนเวรตัวดี

[มาร์ค : สามทุ่มเจอที่ร้านเหล้าประจำหลัง ม. กูขอเปิดศาลไต่สวน ‘หลวงพี่ไทน์ผู้แสวงบุญ’ หน่อยนะเว้ย ใครไม่มาถือว่าใจไม่ถึง!]

[นิค : กูไป! กูอยากเห็นหน้าพ่อพระวะ ฮ่าๆๆๆ]

[เจมส์ : กูพร้อมอนุโมทนาบุญตรงโต๊ะเหล้าเลยครับเพื่อน!]

ไทน์แค่นหัวเราะในคออย่างเคืองๆ กัดฟันแน่น

“เออ...ไต่สวนกูเหรอ? ดีเลย มึงเตรียมเจอตีนกูเลยไอ้มาร์ค!”

ชายหนุ่มลุกขึ้นไปจัดการตัวเอง ก่อนจะสวมชุดสตรีตแวร์แบรนด์เนมตัวโปรด ฉีดน้ำหอมกลิ่นประจำตัวจนเรียบร้อย พร้อมออกล่าราตรีและชำระแค้นแล้ว!

เวลา 21:30 น.

เสียงดนตรีสดเบสหนักๆ และแสงไฟสลัวภายในร้านเหล้าชื่อดังหลังมหา’ลัยคึกคักเป็นพิเศษ

ไทน์เดินก้าวเข้ามาในร้านด้วยลุคโดดเด่นจนสายตาของสาวๆ หลายโต๊ะเหลียวมองตาม แต่ทันทีที่ก้าวมาถึงโต๊ะประจำริมกระจก ร่างสูงก็ต้องชะงัก

เมื่อเพื่อนสนิทสามตัวดี พร้อมใจกันลุกขึ้นยืน น้อมตัวลงต่ำแล้วยกมือขึ้นพนมไหว้อย่างพร้อมเพรียง!

“สาธุครับหลวงพี่ไทน์!” มาร์คส่งเสียงแซวร่าเริงเกินเบอร์ “เมื่อเช้าอุทิศส่วนกุศลให้พวกผม ร้อนวูบวาบไปทั้งตัวเลยครับ!”

“กูนึกว่ามึงจะละทางโลกไปบวชซะแล้ว!” นิคตบไหล่เพื่อน “เสือบริหารตัวพ่อตื่นหกโมงเช้าไปตักบาตร...น้องเพลินตาคนนี้เขามีคาถาอะไรวะ ถึงทำให้เสืออย่างไทน์สยบได้ขนาดนี้?”

“พวกมึงพอเลย!” ไทน์ตวัดสายตาพิฆาตใส่ พลางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างเสียอารมณ์

“กูแค่ไปทำหน้าที่บัดเดอร์ที่ดีแค่นั้นเอง น้องเขาตั้งใจจะทำบุญ กูก็ไม่อยากขัดศรัทธา”

“เหรอออออ” มาร์คทำหน้ากวนประสาท ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ “บัดเดอร์ที่ดี? คนอย่างมึงเนี่ยนะอุตส่าห์ตื่นเช้าไปเป็นบัดเดอร์ที่ดี? ปกติบ่ายสองมึงยังไม่ลุกจากเตียงเลยไอ้ไทน์! มึงอย่ามาตลก กูว่ามึงคิดจะเคลมเด็กปีคนนั้นมากกว่ามั้ง”

“กูเปล่า” ไทน์ตอบเสียงแข็ง แม้หัวใจจะแอบกระตุกวูบไปนิดก็ตาม

“งั้นกูท้าเลย!” มาร์คหัวเราะ ก่อนชูแก้วเหล้าขึ้นตรงหน้า “กูว่ามึงจีบน้องเขาไม่ติดหรอกว่ะไอ้ไทน์! น้องเพลินตาเขาอินโนเซนต์ของจริง คาสโนว่าสายรุกแรงอย่างมึง...นกชัวร์!”

คำว่า ‘นก’ จากปากเพื่อนรัก กระตุกเส้นประสาทความมั่นหน้าของเสือบริหารอย่างจัง! คาสโนว่าตัวพ่อที่หากลงมือจีบใครแล้วไม่เคยพลาดอย่างไทน์ มีหรือจะยอมโดนหยามต่อหน้าโต๊ะเหล้า!

“มึงพูดใหม่อีกทีซิไอ้มาร์ค...คนอย่างกูเนี่ยนะจะนก?” ไทน์เอนหลังพิงเบาะ จ้องหน้าเพื่อนตาเขม็ง

“เออ! กูมั่นใจ น้องคนนี้นี่แหละจะเป็นคนแรกที่มึงจีบไม่ติด!” นิคผสมโรงยิ้มเจ้าเล่ห์ “ถ้ามึงแน่จริง... มาลงสนามเดิมพันกันหน่อยไหมล่ะ?”

“เดิมพันอะไร?” ไทน์ยักคิ้วท้าทาย

มาร์คเคาะนิ้วลงบนโต๊ะไม้ นัยน์ตาฉายประกายเล่ห์เหลี่ยมก่อนจะเสนอเงื่อนไขสุดพีค

“ถ้ามึงทำให้น้องเพลินตาตกลงเป็นแฟนได้ ภายในเทอมนี้ กูจะออกค่าทริปล่องเรือยอร์ชที่ไมอามีให้ทั้งแก๊งเลย! แถมกูจะยอมก้มหัวเป็นเบ๊รับใช้มึงไปตลอดทั้งเทอมหน้าเลยด้วย”

ไทน์ฟังแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก “ฟังดูเข้าท่าดีนี่...แล้วถ้ากูทำไม่ได้ล่ะ?”

“ถ้ามึงทำไม่ได้...” มาร์คยิ้มกวนส้นเท้าขึ้นมาทันที “มึงต้องยกกุญแจรถสปอร์ตคันโปรดของมึงให้กูขับเล่นตลอดทั้งเทอมหน้า! แล้วมึงก็ต้องตื่นเช้าไปตักบาตรทุกวันพระตลอดทั้งเดือน!”

ไทน์ชะงักไปนิดนึง รถคันนั้นแทบจะเป็นลูกรักของเขา เพราะแม่ซื้อให้เป็นของขวัญตอนเข้ามหา’ลัยได้ จะให้ยกกุญแจไปอยู่ในมือไอ้มาร์คตั้งสี่เดือนก็ใช่เรื่อง!

“และที่สำคัญ…งานนี้มี ‘กฎเหล็ก’ ที่มึงห้ามทำเด็ดขาด! ข้อแรก มึงห้ามใช้เงินเปย์หลอกล่อ ห้ามซื้อของหรู แบรนด์เนม หรือเปย์ของแพงให้น้องเด็ดขาด ต้องใช้เสน่ห์และความจริงใจล้วนๆ”

“มึงคิดว่ากูจีบใครต้องควักเงินอย่างเดียวหรือไงวะ?”

“เออ กูรู้ว่ามึงหล่อเว้ยเพื่อน แต่ฟังกฎข้อสองของกูก่อน!” มาร์คเว้นจังหวะไปครู่นึงก่อนพูดต่อ “มึงห้ามใช้อุบายรวบรัดตัดตอน ต้องได้คำว่า ‘ยอมรับเป็นแฟน’ จากปากเพลินตาด้วยความเต็มใจเท่านั้น”

“อะไรของมึงวะไอ้มาร์ค”

ที่ไอ้เพื่อนตัวดีพูดมานั่นเป็นเทคนิคที่เขาไว้ใช้เวลาเจอคนที่ตัวเองสนใจทั้งนั้น

“ยังไม่หมดเว้ย ข้อสุดท้าย ถ้าน้องเพลินตารู้เรื่องคำท้านี้แม้แต่คำเดียว มึงโดนปรับ ‘แพ้ฟาวล์’ ทันที!”

มาร์คยิ้มท้าทายอย่างเหนือกว่า ยื่นแก้วเหล้ามาตรงกลาง

“ว่าไงไอ้ไทน์...กฎเหล็กสามข้อ กับกุญแจรถสปอร์ตสุดหวงของมึง...กล้าแลกไหมวะ? หรือระดับคาสโนว่าบริหารจะปอดแหกเพราะกลัวแพ้เด็กปีหนึ่ง?”

ไทน์มองหน้าเพื่อนทั้งสามคน ก่อนจะแค่นหัวเราะอย่างถือดี ชูแก้วเหล้าขึ้นไปชนดัง แกร๊ง!

“กูรับคำท้า! เตรียมตัวเก็บกระเป๋าไปเที่ยวไมอามี่ฟรีได้เลยพวกมึง! ส่วนไอ้มาร์ค เตรียมเป็นคนรับใช้กูด้วยนะเพื่อน!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป