บทที่ 10 วรโชตินิธิกุล
ความเงียบปกคลุมห้องเก็บอะไหล่ใต้อาคารช็อปปฏิบัติการอีกครั้ง แสงไฟสีส้มอบอุ่นส่องกระทบใบหน้าของทั้งสองคนที่ยืนจ้องตากันในระยะใกล้ กลิ่นจาง ๆ ของน้ำมันเครื่องยนต์ผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมละมุนสไตล์กุหลาบขาวจากตัวมิลิน สร้างบรรยากาศกระอักกระอ่วนทว่าแฝงความตึงเครียดอย่างประหลาด
มิลินถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกราวกับยกภูเขาออกจากอก คำตอบ “ตกลง” สั้น ๆ จากปากเดือนวิศวะฯ ตรงหน้า เปรียบเสมือนแสงสว่างเดียวที่ส่องสว่างเข้ามาในอุโมงค์อันมืดมิดของชีวิตเธอ
“ขอบคุณนะกวิน... ขอบคุณมาก ๆ”
มิลินพึมพำ น้ำตาแห่งความซาบซึ้งเอ่อล้นขอบตาลงมาคลอเบา ๆ
“อย่าเพิ่งรีบขอบคุณ”
กวินดักคอน้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะจริงจังขึ้น เขาก้าวไปหยิบกระดาษ A4 เปล่าแผ่นหนึ่งจากแผ่นรองเขียนบนโต๊ะช่าง พร้อมกับปากกาลูกลื่นสีดำขึ้นมาหมุนเล่นในนิ้วมือ
“เรามาตกลง 'กฎเหล็ก' ของการเป็นคู่รักกำมะลอกันก่อน จะได้ไม่มีใครล้ำเส้นใครแล้วก็ทำงานร่วมกันได้แบบไม่โป๊ะ”
มิลินพยักหน้ารับอย่างตั้งใจ
“ว่ามาได้เลยค่ะ มิลินยอมรับได้ทุกข้อ”
กวินจรดปลายปากกาลงบนกระดาษ เขียนหัวข้อตัวโตด้วยลายมือหวัด ๆ แต่ดูเป็นระเบียบแบบเด็กวิศวะฯ
“ข้อแรก... ความเนียนระดับสิบ”
กวินพูดพลางเขียน
“ต่อหน้าคนอื่น ไม่ว่าจะในมหาวิทยาลัยหรือในโซเชียลมีเดีย เราคือคู่รักที่กำลังคลั่งรักกันสุด ๆ ฉันจะสกินชิปเธอ จับมือ โอบเอว หรือถึงเนื้อถึงตัวตามสถานการณ์ที่จำเป็น เพื่อให้ไอ้ภัทรมันเชื่อสนิทใจว่าเธอมีคนใหม่แล้วจริง ๆ และคนใหม่คนนั้นก็คือฉัน เธอห้ามแสดงอาการสะดิดสะดิ้งหรือผงะหนีเด็ดขาด”
มิลินกลืนน้ำตากระตุกเล็กน้อย ความทรงจำเกี่ยวกับการถูกสัมผัสตัวมักเชื่อมโยงกับความเจ็บปวดจากภัทรเสมอ แต่เธอก็สูดหายใจเข้าลึก นึกถึงสัมผัสอันแผ่วเบาตอนที่กวินคุกเข่าเช็ดเลือดที่เท้าให้เธอ
“ตกลงค่ะ มิลินจะพยายาม”
“ข้อสอง... หน้าที่ของเธอ”
กวินชี้ปลายปากกามาที่หน้าอกของมิลิน
“เธอต้องช่วยฉันสลัดบรรดาสาว ๆ ที่ตามจีบ ตราบใดที่เรายังเปิดตัวคบกัน เธอต้องออกหน้าเป็น 'กันชน' ให้ฉันทุกครั้งที่มีผู้หญิงเข้ามาวอแว ตัดโอกาสทุกคนที่จะมาวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของฉัน”
“เรื่องนี้สบายมากค่ะ มิลินถนัดการรับบทละครอยู่แล้ว”
ดาวคณะนิเทศฯ คลี่ยิ้มบาง ๆ ที่ดูจริงใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน
“และข้อสุดท้าย... ข้อนี้สำคัญที่สุด”
กวินหยุดจรดปากกา สายตาคมกริบมองสบตาเธออย่างลึกซึ้ง
“ข้อสาม... ห้ามตกหลุมรักกันจริง”
มิลินชะงักไปเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“เราทำข้อตกลงนี้ขึ้นมาเพราะผลประโยชน์ร่วมกัน เธอต้องการเกราะป้องกัน ฉันต้องการความสงบ”
กวินเน้นย้ำน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ร่องรอยของความแพรวพราว
“เมื่อไหร่ที่เรื่องไอ้ภัทรจัดการจบลง หรือฉันเริ่มรำคาญพันธะนี้ สัญญาจะสิ้นสุดลงทันที และเราสองคนจะกลับไปเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน... เข้าใจตรงกันนะ?”
คำว่า 'ห้ามตกหลุมรักกันจริง' ดังสะท้อนอยู่ในความทรงจำของมิลิน เธอจ้องมองแผ่นกระดาษที่มีข้อตกลงสามข้อเขียนไว้อย่างชัดเจน ก่อนจะยื่นมือไปรับปากกาจากกวินมาเซ็นชื่อ “มิลินดา” ลงที่มุมขวาด้านล่างอย่างไม่ลังเล
“มิลินเข้าใจค่ะ”
เธอส่งปากกานั้นคืนให้เขา
“มิลินแค่อยากหลุดพ้นจากฝันร้ายนี้ ไม่ได้คิดจะใช้คุณเป็นเครื่องมือล่อลวงความรู้สึกใครอยู่แล้ว”
กวินรับปากกาคืนมา จรดลายเซ็น “กวินทร์” ลงคู่กัน เขามองสัญญาตรงหน้าแล้วพับมันเก็บใส่กระเป๋าเสื้อช็อป
“ดี เอาล่ะ... ในเมื่อเซ็นสัญญาแล้ว หน้าที่การเป็น 'โล่' ของฉันก็เริ่มขึ้นตั้งแต่วินาทีนี้”
กวินขยับตัวเข้ามาใกล้เธอ มิลินเผลอเกร็งไหล่ขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่น้ำเสียงของกวินกลับนุ่มนวลขึ้นผิดหู
“ฟังฉันนะมิลิน ต่อไปนี้ไม่ว่าไอ้ภัทรมันจะมาขู่เรื่องคลิป เรื่องรูป หรือเข้ามาคุกคามเธอที่ไหน... ให้เธอโทรหาฉันทันที”
“แต่...”
“ไม่มีแต่”
กวินพูดขัดขึ้น เสียงเข้มทรงอำนาจ
“มันไม่มีทางกล้าปล่อยคลิปหรือรูปพวกนั้นหรอก ตราบใดที่ฉันยังยืนอยู่ข้างเธอ ตระกูลวรโชตินิธิกุลมีทีมกฎหมายและไอทีระดับชั้นนำของประเทศ ถ้ามันกล้าปล่อยแม้แต่รูปเดียว ฉันจะฟ้องให้บ้านมันล้มละลายและส่งมันเข้าไปนอนในคุกก่อนที่มันจะได้เรียนจบด้วยซ้ำ”
ความเด็ดขาดและแววตาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของกวิน ทำให้มิลินรู้สึกเหมือนมีปราการเหล็กหนาแน่นถูกยกขึ้นมาโอบล้อมตัวเธอไว้ ความหวาดกลัวที่เคยสะสมมานานหลายเดือนเริ่มเจือจางลงทีละน้อย
“และอีกอย่าง...”
กวินยื่นมือไปแตะเบา ๆ ที่ไหล่บางของเธอ สัมผัสของเขาอบอุ่น อ่อนโยน ทว่าเคารพขอบเขตอย่างที่สุด
“ถ้ามันพยายามจะใช้กำลังกับเธออีก ไม่ต้องกลัว... ฉันจะจัดการมันเอง เธอไม่ต้องไปรับมือกับมันคนเดียวอีกแล้ว”
น้ำตาที่กลั้นไว้ค่อย ๆ ไหลซึมออกจากขอบตาของมิลินอีกครั้ง แต่น้ำตาครั้งนี้... ไม่ใช่น้ำตาแห่งความหมดหวัง แต่เป็นน้ำตาของคนที่เพิ่งได้รับโอกาสให้กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง
“เอาล่ะ แฟนกำมะลอของฉัน...”
กวินยิ้มกวนประสาท เปลี่ยนบรรยากาศเคร่งเครียดเมื่อครู่ให้กลายเป็นความผ่อนคลาย
“พร้อมไปเริ่มละครฉากแรกกันหรือยัง?”
มิลินซับน้ำตาที่แก้มเบา ๆ
“ละครฉากแรก?”
“ก็เดินออกจากช็อปวิศวะฯ ไปด้วยกันไง”
กวินว่าพลางถอดเสื้อช็อปสีเทาเข้มของตัวเองออก เผยให้เห็นเสื้อยืดสีดำเข้ารูปที่เน้นเรือนร่างกำยำและไหล่กว้างของเด็กวิศวะฯ เขายื่นเสื้อช็อปตัวใหญ่ที่คลุ้งไปด้วยกลิ่นน้ำมันเครื่องอ่อน ๆ และกลิ่นน้ำหอมผู้ชายสไตล์สปอร์ตให้เธอ
“เอาไปสวมทับไว้”
มิลินมองเสื้อช็อปในมืออย่างลังเล
“สวมทำไมคะ?”
“หนึ่ง... รอยแผลช้ำที่คอกับแขนเธอ มันยังไม่หายดี สวมเสื้อฉันไว้จะได้ปิดมิดชิด”
กวินอธิบายเหตุผลอย่างแยบคาย
“และสอง... การที่ดาวคณะนิเทศฯ สวมเสื้อช็อปของเดือนวิศวะฯ เดินออกจากตึก... มันคือการประกาศสงครามสยบข่าวลือที่เร็วและได้ผลดีที่สุด”
มิลินรับเสื้อช็อปมาสวมทับเสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอ ความกว้างของเสื้อตัวใหญ่ครอบคลุมเรือนร่างเพรียวบางของเธอจนดูน่าทะนุถนอม กลิ่นกายประจำตัวของกวินที่อบอวลอยู่ในเนื้อผ้า ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด
กวินเดินไปเปิดประตูเลื่อนห้องเก็บอะไหล่ ก้าวออกไปข้างนอก แล้วยื่นมือหนามาตรงหน้าเธอ
มิลินมองมือใหญ่ที่มีคราบน้ำมันเครื่องประปรายตรงหน้า เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ เรียกรอยยิ้มหวานสง่างามของ “ดาวคณะนิเทศศาสตร์” กลับคืนมาบนใบหน้า ยื่นมือบางอันสั่นเทาไปวางทับบนฝ่ามือของเขา
กวินกระชับกุมมือเธอไว้แน่น นิ้วมือสอดประสานเข้าหากันอย่างนุ่มนวลทว่าหนักแน่น
“จำไว้นะมิลิน...”
กวินกระซิบข้างหูเธอขณะพาเดินเคียงคู่กันไปตามทางเดินช็อป
“นับจากนี้ไป... เธอเป็นของฉัน และไม่มีหน้าไหนทำร้ายเธอได้อีกแล้ว”
เสียงก้าวเท้าของทั้งคู่ดังสะท้อนในตึกวิศวกรรมศาสตร์ยามเย็น มิลินก้าวเดินเคียงข้างเดือนวิศวะฯ สายเพลย์บอย ออกไปเผชิญหน้ากับสายตานับร้อยดวงของคนทั้งมหาวิทยาลัย... เพื่อเริ่มต้นบทบาท “แฟนกำมะลอ” ที่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล
