บทที่ 8 ตารางชีวิตอันวุ่นวาย

แสงแดดยามเช้าลอดผ่านกระจกใสของโรงอาหารกลาง มหาวิทยาลัยนานาชาติเซนต์แมรี่ (SMIU) ตกกระทบโต๊ะประจำของกลุ่มนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความคึกคัก แต่จุดที่ดึงดูดสายตาของบรรดานักศึกษาเกือบครึ่งโรงอาหารกลับเป็นร่างสูงโปร่งของ 'กวิน' เดือนคณะวิศวะฯ ที่กำลังนั่งทอดอารมณ์พิงเก้าอี้ด้วยท่าทีสบาย ๆ

เขาสวมเสื้อช็อปสีเทาเข้มทับเสื้อยืดสีดำ เรือนผมสีเข้มจัดทรงอย่างไม่ตั้งใจยิ่งส่งให้ใบหน้าคมคายดูเสน่ห์แพรวพราว ทว่าดวงตาคู่คมบัดนี้กลับฉายแววเบื่อหน่ายอย่างถึงที่สุด

“พี่กวินคะ... เค้กช็อกโกแลตหน้าร้านดังที่พี่เคยบอกว่าอยากทาน นิวตั้งใจไปต่อคิวซื้อมาให้ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าเลยนะคะ” 

หญิงสาวในชุดนักศึกษาเข้ารูปเดินเข้ามาหยุดข้างโต๊ะ รอยยิ้มหวานยดแย้มยื่นกล่องเค้กผูกโบสีชมพูให้เขาด้วยความคาดหวัง

กวินถอนหายใจแผ่วเบาโดยไม่ให้เสียมารยาท เขาคลี่ยิ้มตามมารยาทแบบเพลย์บอยที่สาว ๆ มักแพ้ทาง 

“ขอบคุณครับน้องนิว แต่พี่เพิ่งทานอาหารเช้ามา คงทานไม่ไหวเอาไปแบ่งเพื่อน ๆ ดีกว่านะครับ”

“แหม... พี่กวินละก็ ใจดีตลอดเลยนะคะ งั้นไว้วันหลังนิวชวนพี่กวินไปทานข้าวเย็นได้ไหมคะ?”

ยังไม่ทันที่กวินจะได้ตอบปากกาไฮไลต์สีสะท้อนแสงก็พุ่งเข้าหากล่องเค้กบนโต๊ะอย่างแม่นยำ 'เชน' เพื่อนสนิทสายเปย์ในกลุ่มยิ้มกวนประสาท ยื่นมือไปหยิบกล่องเค้กมาเปิดทันที 

“ไอ้กวินไม่กิน แต่พี่เชนกินได้นะน้องนิว ขอบคุณครับผม!”

“พี่เชนอ่ะ!” 

หญิงสาวทำหน้ายู่ กระง้องกระแง้งใส่เล็กน้อยก่อนจะยอมเดินผละออกไปเมื่อเห็นสายตาเย็นชาที่กวินแอบซ่อนไว้หลังรอยยิ้ม

เมื่อหญิงสาวเดินพ้นระยะ 'ภาม' เพื่อนสนิทสายเงียบที่นั่งฝั่งตรงข้ามก็วางแก้วกาแฟดำลงบนโต๊ะเสียงดัง ก๊อก พลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู 

“รายที่ห้าของเช้านี้... มึงจะทำสถิติรับของขวัญต้อนรับ 8 โมงเช้าไปถึงไหนวะกวิน”

“กูไม่ได้อยากได้สักหน่อย” 

กวินยกมือขึ้นนวดขมับด้วยความเพลียจิต 

“กูเบื่อ... รำคาญจนไม่รู้จะพูดยังไง สาว ๆ SMIU นี่ไม่มีเรียนกันหรือไงวะ วัน ๆ เอาแต่ตามส่งขนม นัดกินข้าว ทักแชตมาจนโทรศัพท์กูแทบพัง”

“โธ่ มหาเทพกวินทร์!” 

เชนเคี้ยวเค้กเต็มปาก พลางทำหน้าหมั่นไส้ 

“หล่อ เลือกได้ รวย ระดับเดือนมหาวิทยาลัย ก็ต้องเจอมรสุมความฮอตแบบนี้แหละครับเพื่อน มึงจะมาบ่นเพื่อ? เป็นกูนะ กูจัดคิวรันโปรแกรมจีบวันละเจ็ดคนไม่ซ้ำหน้าไปแล้ว!”

“ถ้าทำแบบมึง ชีวิตกูคงไม่มีเวลาซ่อมเครื่องยนต์แน่” 

กวินเอนหลังพิงเก้าอี้มองโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอเด้งการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันต่าง ๆ ไม่หยุด ทั้งข้อความในอินสตาแกรม และแชตจากสาว ๆ หลายคณะที่พยายามเข้าหาเขา

ความฮอตและคราบเพลย์บอยที่คนภายนอกมองว่าน่าอิจฉา สำหรับกวินแล้วมันคือ ความวุ่นวายที่ไร้สาระ เขาเบื่อการต้องมานั่งตอบปฏิเสธอย่างรักษาน้ำใจ เบื่อการถูกตามถ่ายรูปและเบื่อการถูกวอแว แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เลยตราบใดที่เขายังขึ้นชื่อว่าเป็น “หนุ่มโสดตัวท็อป” ที่ใคร ๆ ก็อยากได้ไปครอบครอง

“พูดถึงเรื่องวอแว...” 

ภามเอนตัวมาข้างหน้า ลดเสียงลงให้ได้ยินกันแค่สามคน 

“เมื่อคืนก่อน... มึงซ่อมรถอยู่ในช็อปจนดึกใช่ไหม? กูเห็นไอ้ภัทรคณะบริหารฯ เดินหน้าบึ้งออกจากตึกเรา มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่าวะ?”

ชื่อ 'ภัทร' ทำให้กวินชะงักมือที่กำลังไถหน้าจอโทรศัพท์ สายตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นทันที ภาพของมิลินดาวคณะนิเทศศาสตร์ผู้เพียบพร้อมที่นั่งสั่นสะท้านอยู่หลังตู้เก็บอะไหล่ พร้อมรอยเขียวช้ำทรงรอยนิ้วมือบนข้อมือและแผลบวมปูดที่ชายโครง แวบเข้ามาในหัวของเขาอย่างชัดเจน

“ไม่มีอะไร มันแค่มาตามหาคน” 

กวินตอบเสียงเรียบ พยายามรักษาท่าทีให้เป็นปกติ

“ตามหาใครวะ? ปกติไอ้ภัทรมันติด 'น้องมิลิน' ดาวนิเทศฯ จะตาย เห็นตามเฝ้าเช้าเย็นอย่างกับไข่ในหิน” 

เชนถามพลางกลืนเค้กคำสุดท้าย 

“แต่กูได้ยินข่าวเม้าท์ในเว็บบอร์ดคณะเมื่อเช้าว่า คู่นี้เหมือนจะมีรอยร้าว เห็นมีคนเจอเด็กนิเทศฯ บอกว่าน้องมิลินดูซึม ๆ แถมใส่เสื้อแขนยาวขายาวมิดชิดทั้งที่อากาศร้อนจะตาย”

กวินกำโทรศัพท์ในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เสื้อแขนยาวมิดชิด... เขารู้ได้ทันทีว่าเธอพยายามซ่อนรอยแผลพวกนั้นไว้จากสายตาคนอื่น

“ไอ้ภัทรมันดูเพอร์เฟกต์นะ แต่กูว่าสายตามันเวลาจ้องน้องมิลินดูแปลก ๆ ว่ะ” 

ภามวิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ สมกับเป็นสติของกลุ่ม 

“เหมือนไม่ได้มองคนรัก แต่มองเหมือน 'ของสะสม' ที่ห้ามใครแตะ”

“ก็คงงั้น...”

กวินพึมพำในลำคอ สายตามองออกไปนอกโรงอาหาร

ในหัวของกวินเริ่มประมวลผลเรื่องราวอย่างซับซ้อน ความเบื่อหน่ายต่อชีวิตเพลย์บอยที่มีสาว ๆ ตามรังควานไม่เว้นแต่ละวัน ผสมผสานเข้ากับภาพความบอบช้ำและความหวาดกลัวของมิลินที่เขาได้สัมผัสด้วยตัวเองในคืนนั้น ภัทรไม่ใช่แค่ผู้ชายหึงหวงธรรมดา แต่มันคืออสูรร้ายในคราบเทพบุตรและมิลินก็กำลังถูกมันบีบเค้นจนแทบไม่มีลมหายใจ

ถ้าเธอต้องการโล่ป้องกัน... 

ความคิดแปลกประหลาดบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในสมองของเดือนวิศวะฯ กวินยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ใช่การแพรวพราวใส่สาว ๆ แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่เริ่มเห็น “ทางออก” สำหรับปัญหาความรุ่นร่านในชีวิตตัวเอง

“ไอ้เชน ไอ้ภาม...” 

กวินเอ่ยขึ้นช้า ๆ สายนายังคงจ้องมองไปยังตึกนิเทศศาสตร์ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม 

“ถ้ากูหาแฟนเป็นตัวเป็นตนสักคน... พวกมึงคิดว่าสาว ๆ จะเลิกตามวอแวกูไหมวะ?”

เชนเลิกคิ้วสูง หัวเราะร่า 

“คนแบบมึงเนี่ยนะจะมีแฟน? ถ้าไม่ใช่ระดับดาวมหาวิทยาลัยหรือนางแบบ ใครจะคู่ควรแล้วมาสยบเสืออย่างมึงได้วะ!”

“นั่นสิ...” 

กวินพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ความทรงจำถึงใบหน้าเรียวสวยที่นองไปด้วยน้ำตา แต่ดวงตากลับแฝงความเด็ดเดี่ยวของดาวคณะนิเทศฯ ปรากฏขึ้นในความคิดอีกครั้ง 

“ถ้าเป็น 'ดาวคณะ'... ก็คงสมเหตุสมผลดีใช่ไหมล่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป