บทที่ 1 เถ้าถ่านแห่งความทรงจำ
ทะเลเพลิงโหมกระหน่ำจนโครงสร้างเหล็กของเรือนกระจกบิดเบี้ยวผิดรูป ความร้อนระอุแผดเผาทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็นเถ้าถ่าน กลุ่มควันคละคลุ้งบดบังวิสัยทัศน์จนเหลือเพียงความมืดมิด กลิ่นหอมหวานอมขมของดอกพลับพลึงสีชาดที่ถูกย่างสด
กลายเป็นกลิ่นแห่งความตายที่ฝังลึกในโสตประสาท แม้เปลวไฟจะแผดเผาผิวกาย ก็ไม่อาจเทียบความหนาวเหน็บที่เกาะกุมหัวใจของเขาได้เลย
ท่ามกลางความเศร้าโศก ภาพในหัวกลับถูกแทรกซ้อนด้วยเหตุการณ์ก่อนหน้า จากเปลวเพลิงนรกแปรเปลี่ยนเป็นภาพของหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจ... รักแรกและรักเดียวของเขา เธอนอนร่วมเตียงกับชายอื่น ใบหน้าของทั้งคู่เปี่ยมไปด้วยความสุข
รอยยิ้มเหยียย้ยและแววตาไร้เยื่อใยของเธอมองมาที่เขาราวกับคนแปลกหน้า ก่อนเสียงหวานจะเอ่ยตัดขาดอย่างเลือดเย็น
“พลับเบื่อพี่ดินแล้ว พี่มันจืดชืดน่ารำคาญ เลิกยุ่งกับพลับสักที พวกเรามันอยู่กันคนละชั้น”
ถ้อยคำเหล่านั้นดังกึกก้องซ้ำไปซ้ำมา ราวกับใบมีดอาบยาพิษกรีดลึกลงกลางอก ก่อนภาพทุกอย่างจะตัดสลับไปสู่ความมืดมิดท่ามกลางสายฝนโหมกระหน่ำ คืนที่เขาสูญเสียทุกอย่าง ทั้งความรัก ครอบครัว และตัวตน
เฮือก!
ร่างสูงใหญ่สะดุ้งสุดตัวจากฝันร้าย ผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงคิงไซส์ภายในคฤหาสน์หรูสไตล์ทัสคานี แผ่นหลังกว้างชื้นเหงื่อจนเสื้อเชิ้ตแนบลู่ไปกับมัดกล้าม แม้วันนี้เขาจะมีทั้งอำนาจและเงินตรา แต่กลับไม่มีสิ่งใดเติมเต็มช่องว่างในหัวใจได้
แบรนดอน แบล็คเวลล์ มาเฟียผู้เรืองอำนาจแห่งอิตาลีขบกรามแน่นจนขึ้นสัน มือหนากำล็อกเกตรูปดอกพลับพลึงที่ห้อยอยู่บนลำคอไว้แน่น โลหะสีเงินหม่นหมองและมีร่องรอยเปลวเพลิงฝังลึก เขาออกแรงบีบจนขอบแหลมคมบาดลึกลงไปในฝ่ามือ
เลือดสีสดไหลซึมหยดลงบนผ้าปูที่นอนจนเป็นรอยด่างดวง ทว่าใบหน้าหล่อเหลากลับไร้ความรู้สึกเจ็บปวด แววตาสีนิลเหลือเพียงความว่างเปล่าที่แตกร้าว ห้าปีเต็มแล้ว… ฝันร้ายนี้ยังกัดกินจิตวิญญาณไม่เคยจบสิ้น
ปัง!
บานประตูไม้โอ๊กถูกกระชากเปิดออก นพ บอดี้การ์ดคนสนิทพุ่งเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือแตะด้ามปืนที่เอวตามสัญชาตญาณ แบรนดอนนั่งนิ่งอยู่บนเตียง ไม่ปรายตามองลูกน้องตรงหน้าด้วยซ้ำ นัยน์ตาดุดันจดจ้องเพียงความว่างเปล่า หยาดเลือดยังหยดลงบนผ้าปูที่นอนไม่ขาดสาย
"เจ้านายครับ เกิดอะไรขึ้น เลือด…"
นพก้าวเข้ามาใกล้ด้วยความเป็นห่วง แต่ถูกมือหนาอีกข้างยกขึ้นห้าม
“ออกไป… ฉันไม่เป็นไร” น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทว่าเด็ดขาด บอดี้การ์ดหนุ่มจำใจก้มศีรษะรับคำสั่ง แต่ยังลังเลไม่ยอมก้าวออกไป
“นพ”
“ครับ นายท่าน”
“เตรียมเครื่องบิน... เราจะกลับประเทศไทย”
หน้าประตูห้องปรากฏร่างระหงของ โรส รสริน แอมเบอร์ ในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าไหมพลิ้วไหว หญิงสาวผู้ที่ใครต่อใครต่างรับรู้ในฐานะคู่หมั้นของแบรนดอนก้าวเข้ามาด้วยแววตากังวลอย่างปิดไม่มิด เธอปรายตามองส่งสัญญาณให้นพออกไปจัดการด้านนอก ก่อนก้าวขึ้นมาบนเตียง
มือเรียวกอบกุมมือที่อาบเลือดของเขาอย่างแผ่วเบา พลางคลายนิ้วที่แข็งเกร็งราวกับคีมเหล็กออกทีละนิ้ว เพื่อปลดปล่อยล็อกเกตให้เป็นอิสระ โรสหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาทำแผลให้เขาอย่างคล่องแคล่วและเงียบงัน ราวกับคุ้นชินภาพเช่นนี้มานาน
“พักผ่อนเถอะนะคะพี่แบรนดอน ปล่อยวางฝันร้ายนั่นเสียเถอะ… พรุ่งนี้เราต้องกลับเมืองไทยแล้ว โรสจะอยู่ข้างพี่เอง”
แบรนดอนหลับตาลงรับสัมผัส โรสคือผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ล่วงรู้ความลับเบื้องหลังหน้ากากมาเฟีย เธอรู้ว่าเขากำลังจะกลับไปทำอะไรแต่ไม่เคยตั้งคำถาม ไม่ก้าวก่าย ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา เธอคือคนเดียวที่เคยเห็นด้านอ่อนแอ และเป็นพื้นที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียวของเขา
เช้าวันต่อมา บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างโอ่อ่ากลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แบรนดอนยืนประจันหน้ากับ มาดามวิคตอเรีย แบล็คเวลล์ ป้าแท้ๆและเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ฉุดเขาขึ้นมาจากนรก มอบชีวิตใหม่ในฐานะแบรนดอน
“การแก้แค้นไม่เคยเยียวยาใครหรอกนะ… หลานแน่ใจแล้วหรือ” มาดามวิคตอเรียเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ “ห้าปีที่ผ่านมา ป้าพยายามสร้างชีวิตใหม่ มอบอำนาจและธุรกิจให้ หวังเพียงให้หลานลืมอดีต แต่สุดท้ายหลานก็ยังเลือกเดินกลับเข้ากองไฟ”
แบรนดอนแค่นยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา
"ผมอยู่ในไฟแค้นมาตลอดห้าปีแล้วครับ" น้ำเสียงราบเรียบแฝงความเด็ดขาด “ไฟนั่นเผาผมจนไม่เหลือความเป็นคน… ถึงเวลาแล้ว ที่คนอื่นจะได้ลิ้มรสมันบ้าง”
มาดามวิคตอเรียหลับตาลงก่อนถอนหายใจ เธอรู้ดีว่าไม่มีถ้อยคำใดดับไฟแค้นในใจหลานชายได้อีก จึงทำได้เพียงมองแผ่นหลังกว้างเดินออกจากห้อง… สู่สมรภูมิที่เขาเลือกเอง
สายวันเดียวกัน ณ สุสานประจำตระกูลแบล็คเวลล์ ท่ามกลางไอหมอกและสายฝนโปรยปราย แบรนดอนยืนนิ่งหน้าแท่นหินอ่อน หลุมศพของบิดามารดาคือพยานแห่งคำสาบาน มือที่พันด้วยผ้าพันแผลวางช่อดอกพลับพลึงลงเบื้องหน้าอย่างทะนุถนอม นัยน์ตาคมทอดมองแผ่นหินพลางเอื้อมมือสัมผัสแผ่วเบา
ความทรงจำในนาทีสุดท้ายย้อนกลับมา… สัมผัสหยาบกร้านของมือพ่อที่ยัดล็อกเกตดอกพลับพลึงไว้ให้ ก่อนใช้แผ่นหลังบดบังเศษคานเหล็กถล่มลงมาเพื่อปกป้องชีวิตเขา
นัยน์ตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้เหลือเพียงความเยือกเย็น มาเฟียหนุ่มเงยหน้ามองท้องฟ้าสีหม่น ปล่อยให้ละอองฝนชะล้างความอ่อนแอ ก่อนเอ่ยคำมั่นที่ไม่มีวันหวนคืน
"ใครที่ทำระยำกับครอบครัวเรา... มันต้องชดใช้อย่างสาสมด้วยชีวิตและหยาดน้ำตา"
การล้างแค้นกำลังเริ่มต้นขึ้น…
“พลับพลึง…”
เตรียมตัวรับความพินาศที่คุณเป็นคนจุดชนวนขึ้นมาได้เลย
เกมนี้… ฉันจะเป็นคนพิพากษาชีวิตคุณเอง!
