บทที่ 3 คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย

เสียงซุบซิบของพนักงานนับร้อยเงียบกริบลงทันที เมื่อชายร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาภายในห้องประชุม พร้อมบอดี้การ์ดชุดดำหลายนายที่เดินคุมเชิงไม่ห่าง

"สวัสดีครับ ผม... แบรนดอน แบล็คเวลล์ ประธานบริษัทคนใหม่ของพวกคุณ"

สิ้นเสียงแนะนำตัว ความอึดอัดก็แผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ไม่มีใครกล้าสบตากับมหาเศรษฐีหนุ่มผู้แผ่อำนาจออกมากดดันในทุกย่างก้าว แบรนดอนกวาดสายตาคมกริบมองเหล่าพนักงาน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าก้องกังวาน

“พวกคุณคงทราบแล้วว่าบริษัทนี้ถูกเทกโอเวอร์เรียบร้อย แต่ไม่ต้องกังวล จะไม่มีการปลดพนักงาน ทุกคนยังคงทำงานได้ตามปกติ ไม่เพียงแต่ไม่มีใครต้องตกงาน...” มุมปากของแบรนดอนยกขึ้นเล็กน้อย “แต่ถ้าพวกคุณทำยอดบรรลุเป้าหมายที่ผมวางไว้ ผมยินดีเพิ่มโบนัสให้เป็นสองเท่า เอาล่ะ เลิกประชุม ทุกคนแยกย้ายไปทำงานได้”

ความตึงเครียดเมื่อครู่คลี่คลายลงในพริบตา พนักงานหลายคนยกมือไหว้ขอบคุณและทยอยเดินออกจากห้องด้วยสีหน้าโล่งอก

"อ้อ... คุณพิมพ์มาดา เกียรติวราวงศ์"

ชื่อและนามสกุลจริงถูกเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ พลับพลึงที่ยืนอยู่หลังสุดชะงัก ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างตกตะลึง

"รบกวนไปพบผมที่ห้องทำงานส่วนตัว... เดี๋ยวนี้"

แบรนดอนปรายตามองเธอเป็นครั้งสุดท้ายแล้วหมุนตัวเดินนำออกไป ทิ้งให้พลับพลึงยืนตัวแข็งทื่อ ชายผู้เป็นรักแรกที่เธอเชื่อว่าตายไปพร้อมกองเพลิง กลับกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่กุมชะตาชีวิตของทุกคนไว้ในมือ

พนักงานทุกคนทยอยเดินออกจากห้อง อุ้มรีบก้าวเข้ามาหาเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง แต่บอดี้การ์ดชุดดำกลับขยับเข้ามาปิดทางไว้ทันที

“ขออภัยครับ นายท่านต้องการพบคุณพิมพ์มาดาเป็นการส่วนตัว”

น้ำเสียงสุภาพทว่าเด็ดขาดทำให้อุ้มได้แต่ส่งสายตาห่วงใย แล้วจำใจเดินออกจากห้องไปเป็นคนสุดท้าย พลับพลึงยังคงยืนนิ่งราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง กระทั่งเงาร่างสูงใหญ่ของนพ บอดี้การ์ดคนสนิทเดินมาหยุดตรงหน้า

“เชิญครับคุณพิมพ์มาดา… นายท่านกำลังรออยู่”

หญิงสาวสูดลมหายใจ ปลายเล็บจิกฝ่ามือแน่นเพื่อเรียกสติ สองขาที่หนักอึ้งก้าวตามแผ่นหลังกว้างไปตามโถงทางเดินจนถึงหน้าห้องทำงานประธานบริษัท ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป ภาพแรกที่เห็นคือคุณสุภาพ อดีตเจ้าของบริษัทกำลังโค้งคำนับแบรนดอนด้วยสีหน้าโล่งอก

“ขอบพระคุณท่านประธานมากครับที่เมตตา ผมจะไม่ลืมพระคุณเลย”

ชายวัยกลางคนเอ่ยซาบซึ้งจังหวะที่หันมาเห็นพลับพลึงยืนหน้าซีดเผือด เขาส่งยิ้มบางๆให้กำลังใจแล้วเดินสวนออกไปอย่างเงียบ ๆ

บานประตูห้องทำงานใหญ่ถูกปิดลงด้วยฝีมือบอดี้การ์ด ภายในห้องกว้างขวางเหลือเพียงเธอกับเขา แบรนดอนเดินอ้อมไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนัง นัยน์ตาสีนิลทอดมองร่างบางที่ยืนสั่นอยู่กลางห้อง ราวกับนักล่าจ้องมองเหยื่อที่ไร้ทางหนี

"พี่...ดิน“

เสียงหวานแหบพร่าเอ่ยเรียกชื่อที่สลักลึกในใจมาตลอดห้าปี

“อย่าเรียกชื่อนั้น!” แบรนดอนตวาดกร้าวจนหญิงสาวสะดุ้งสุดตัว “ผู้ชายโง่ๆที่ชื่อหัสดินทร์…มันตายไปตั้งแต่ห้าปีก่อนแล้ว คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคือแบรนดอน แบล็คเวลล์ ผู้กุมชะตาชีวิตของทุกคนที่นี่”

“ฮึก… พี่ดิน… พี่ยังมีชีวิตอยู่จริงๆพลับนึกว่าพี่ตายไปแล้ว…”

หยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม ความยินดี สับสน และความรู้สึกผิดที่แบกไว้ถาโถมจนหัวใจแทบแหลกสลาย เธออยากบอกความจริงทั้งหมดที่ซ่อนไว้ แต่ริมฝีปากสั่นระริกกลับไม่อาจเปล่งเสียงใดออกมา

“เก็บน้ำตาจอมปลอมของเธอไว้ให้คนอื่นดูเถอะ ผู้หญิงอย่างเธอไม่คู่ควรแม้แต่จะเรียกชื่อหัสดินทร์” แบรนดอนแค่นยิ้ม หยิบแฟ้มเอกสารสีดำโยนลงบนโต๊ะตรงหน้า “เมื่อครู่… เธอเห็นแล้วใช่ไหมว่าทุกคนดีใจแค่ไหนที่ไม่ต้องตกงาน แต่รู้ไหม ชะตาชีวิตของพวกเขารวมถึงโบนัสที่ฉันเพิ่งสัญญา ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเธอคนเดียว”

ดวงตากลมโตเบิกกว้าง สายตาสั่นไหวกวาดมองแฟ้มเอกสารสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่เย็นชาราวกับคนแปลกหน้า

"หมายความว่ายังไงคะ..."

“ฉันกำลังจะหมั้น” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวอ้อมโต๊ะมาหยุดตรงหน้าเธอ “และคนที่จะจัดงานหมั้น รวมถึงงานแต่งงานของฉัน… ก็คือเธอ”

“...”

“ห้ามปฏิเสธ” แบรนดอนโน้มใบหน้าลงมาจนระยะห่างเหลือเพียงลมหายใจ “ถ้าเธอไม่เซ็น พรุ่งนี้เช้าบริษัทนี้จะล้มละลาย พนักงานทุกคนจะตกงาน ครอบครัวคุณสุภาพจะหมดตัว ส่วนเธอ… ฉันจะทำให้เธอสูญเสียทุกอย่างยิ่งกว่านี้”

รอยยิ้มเย็นเยียบทำลายความหวังเสี้ยวสุดท้ายของพลับพลึงจนหมดสิ้น เธอถูกต้อนให้จนมุม มือบางสั่นเทาเอื้อมหยิบปากกาจรดลายเซ็นลงบนสัญญา… เพื่อปกป้องทุกคน

“ดิฉัน… เซ็นแล้วค่ะ ท่านประธาน” เธอเอ่ยเสียงสั่นเครือ

แบรนดอนหยิบสัญญาขึ้นมาพลิกดู มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น

“ดีมาก…” เขาก้มหน้าลงจนริมฝีปากเกือบแตะข้างใบหูหญิงสาว “งั้นก็เตรียมตัวรับหน้าที่ใหม่ได้เลย คืนนี้กลับไปเก็บเสื้อผ้า นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอต้องย้ายเข้าไปอยู่ที่คฤหาสน์ของฉัน… ในฐานะผู้ดูแลส่วนตัวของว่าที่ภรรยาฉัน”

มาเฟียหนุ่มปล่อยมือจากต้นแขนบาง หมุนตัวกลับไปนั่งบนเก้าอี้อย่างสงบนิ่ง นัยน์ตาสีนิลจับจ้องหญิงสาวโดยไม่แสดงความรู้สึกใด

“ออกไปได้แล้ว แล้วอย่าทำให้ฉันต้องผิดหวัง คืนนี้… ฉันจะรอเธอที่คฤหาสน์ อย่าเพิ่งรีบท้อซะก่อนล่ะ พิมพ์มาดา เกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้น”

พลับพลึงยืนนิ่ง ปลายนิ้วกำชายกระโปรงแน่นจนซีดขาว ก่อนจะแข็งใจหมุนตัวเดินออกไปทั้งที่สองขาแทบหมดแรง…

บทก่อนหน้า
บทถัดไป