บทที่ 5 ว่าที่คู่หมั้น
นับตั้งแต่คืนที่พิมพ์มาดาถูกพาเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์แบล็คเวลล์ ชีวิตของเธอก็ไม่เคยได้หยุดพักอย่างแท้จริง
เช้าวันแรก เธอต้องตื่นแต่เช้าตามคำสั่งของแบรนดอน และเริ่มงานในฐานะผู้ดูแลส่วนตัวของเขาทันที จากนั้นยังต้องรับผิดชอบงานออกแบบคอนเซปต์งานหมั้นที่ถูกสั่งให้เร่งมือทำให้เสร็จโดยเร็ว หญิงสาวแทบไม่มีเวลาแม้แต่จะนั่งพัก เมื่อเสร็จจากงานหนึ่งก็ต้องรีบจัดการอีกงานต่อทันที
วันที่สองและวันที่สามไม่ต่างกันนัก เวลาส่วนใหญ่ของพิมพ์มาดาหมดไปกับการทำงาน เธอต้องนั่งจมอยู่กับกองเอกสาร ภาพสเก็ตช์ และตัวอย่างการตกแต่งงานหมั้นจนดึกดื่นแทบทุกคืน แม้ร่างกายจะอ่อนล้าจนแทบหมดแรง แต่เธอก็ไม่กล้าปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว
เพราะเธอรู้ดีว่า…ตัวเองไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไร
ทุกครั้งที่ความเหนื่อยล้าทำให้มือที่จับดินสอสั่น พิมพ์มาดาจะนึกถึงครอบครัวและพนักงานนับร้อยชีวิตที่กำลังรอให้เธอแก้ไขทุกอย่างให้สำเร็จ ความเจ็บปวดจึงถูกกลืนกลับลงไปพร้อมกับความอ่อนแอ จากนั้นหญิงสาวจึงฝืนตัวเองกลับมาทำงานต่อ
สามคืนที่แทบไม่ได้พักผ่อนทิ้งร่องรอยความอ่อนล้าไว้บนใบหน้าของหญิงสาว แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังฝืนตัวเองจนทำแบบงานหมั้นเสร็จทันตามกำหนด
วันนี้พิมพ์มาดาหอบแฟ้มพรีเซนเทชันเดินเข้ามาในห้องรับแขกใหญ่ของคฤหาสน์ตามคำสั่งเรียกพบด่วน ทว่าเพียงก้าวพ้นกรอบประตู ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้สองเท้าเล็กชะงักลงทันที
บนโซฟาหนังตัวใหญ่ แบรนดอนกำลังนั่งเอนกายด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย แต่ภาพที่ทำให้หัวใจของพิมพ์มาดาเจ็บปวด กลับเป็นร่างระหงของหญิงสาวลูกครึ่งหน้าตาสะสวยโฉบเฉี่ยวในชุดเดรสสีแดงเพลิง ซึ่งกำลังนั่งเบียดซบอยู่บนแผงอกกว้าง สองแขนเรียวโอบคล้องลำคอแกร่งไว้อย่างแสนรัก
“มาแล้วเหรอ?” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยขึ้น นัยน์ตาสีนิลละจากใบหน้าสวยของหญิงสาวบนตัก แล้วปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเย็นชา
“ช้าไปห้านาทีนะ คุณพิมพ์มาดา”
“ขอโทษค่ะ พอดีดิฉันมัวแต่จัดเรียงเอกสารอยู่”
พลับพลึงพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น หยาดน้ำตาที่ทำท่าจะรื้นขึ้นมาถูกกลืนกลับลงไปอย่างยากลำบาก
“ไม่เอาน่าแบรนดอน อย่าดุเธอสิคะ”
หญิงสาวชุดแดงเอ่ยกลั้วหัวเราะ พลางผละออกจากอกกว้างแล้วลุกขึ้นเดินมาหาพิมพ์มาดา
“สวัสดีค่ะ ฉันโรส เป็นว่าที่คู่หมั้นของแบรนดอน คุณคงเป็นออร์แกไนเซอร์ที่จะมาจัดงานให้เราใช่ไหมคะ?”
“ค…ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณโรส”
พลับพลึงก้มศีรษะรับคำทักทาย รู้สึกชาวาบไปทั้งตัวทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘ว่าที่คู่หมั้น’ จากปากของผู้หญิงคนอื่น
“ไหนคะ ขอโรสดูแบบงานหมั้นของเราหน่อย แบรนดอนบอกว่าคุณฝีมือดีมาก”
โรสรับแฟ้มเอกสารจากมือบาง แล้วเปิดดูภาพสเก็ตช์และโทนสีที่พิมพ์มาดาอดหลับอดนอนทำมาตลอดสามคืน นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนกวาดมองเพียงครู่เดียว พริบตาต่อมารอยยิ้มหวานก็ค่อยๆหายไปจากใบหน้า
“นี่มันอะไรกันคะเนี่ย?”
โรสถอนหายใจยาว พลางปิดแฟ้มดังปังแล้ววางลงบนโต๊ะกระจกอย่างไม่ไยดี
“ดอกลิลลี่สีขาว? โทนงานสีฟ้าอ่อน? นี่คุณพิมพ์มาดากำลังออกแบบงานหมั้น หรือกำลังจัดงานไว้อาลัยให้ความรักของใครอยู่คะ? มันดูจืดชืดและน่าเบื่อมาก”
คำวิจารณ์ทำให้ใบหน้าของพลับพลึงชาวาบ เธอกำมือแน่น พยายามข่มความรู้สึกที่กำลังตีขึ้นมาในอก พร้อมกับเอ่ยเสียงแผ่ว
“แต่โทนสีนี้ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์และคลาสสิกนะคะ ดิฉันคิดว่ามันน่าจะเหมาะกับ…”
“ผมเห็นด้วยกับโรส”
เสียงทุ้มดังขัดขึ้นกลางประโยค ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดด้านหลังคู่หมั้นสาว พร้อมกับสอดมือหนาโอบรอบเอวคอดของโรสอย่างสนิทสนม
เพียงการกระทำง่ายๆแต่กลับเหมือนเข็มแหลมนับพันเล่มทิ่มแทงลงกลางหัวใจของพลับพลึง
“งานของผมต้องออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ใช่งานจืดชืดไร้รสนิยมแบบนี้”
แบรนดอนกดสายตามองเธอด้วยแววตาเย็นชา แล้วเอ่ยต่ออย่างไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง
“เอาแฟ้มของคุณกลับไปรื้อทำใหม่ทั้งหมด เปลี่ยนเป็นดอกกุหลาบสีแดงสด สีโปรดของโรส”
เขาหยุดเล็กน้อย ดวงตาคมยังคงจับจ้องใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาว
“และถ้าแบบยังไม่ถูกใจคู่หมั้นของผมอีก คุณเตรียมตัวชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดของบริษัทได้เลย”
แบรนดอนก้มลงจูบขมับหญิงสาวชุดแดงแผ่วเบา การกระทำนั้นยิ่งตอกย้ำว่า เขาไม่ได้เป็นคนเดิมของเธออีกแล้ว
“ไปทานข้าวกันเถอะครับ ปล่อยให้คนแถวนี้ใช้เวลาทบทวนความผิดพลาดของตัวเองดีกว่า”
พลับพลึงได้แต่ยืนนิ่ง มองชายที่เธอรักสุดหัวใจกำลังประคองผู้หญิงอีกคนเดินออกจากห้องไปต่อหน้าต่อตา
ความแสบร้อนผุดขึ้นในดวงตา หญิงสาวกะพริบตาถี่ขึ้นเพื่อกลั้นหยาดน้ำตาเอาไว้
เธอต้องทนแบกรับความเจ็บปวดนี้ต่อไปอีกนานแค่ไหนกัน…
