บทที่ 6 รอยเลือดบนรันเวย์
ภายในห้องทำงานกว้างขวางของประธานบริษัท โรสเดินกระวนกระวายเข้ามาด้วยสีหน้ากังวล โดยมีพิมพ์มาดายืนรอรับคำสั่งอยู่ไม่ไกล
“พี่แบรนดอนคะ แย่แล้ว! ผู้จัดการส่วนตัวของโรสเกิดป่วยกะทันหัน อาหารเป็นพิษจนต้องแอดมิตเข้าโรงพยาบาลด่วนเลยค่ะ แต่งานเดินแบบการกุศลคืนนี้ โรสต้องมีคนคอยดูแลจัดการคิวเสื้อผ้า…”
ลูกครึ่งสาวแสร้งทำหน้ามุ่ย ก่อนหันไปมองร่างบางที่ยืนอยู่มุมห้อง
“โรสขอใช้สิทธิ์ยืมตัวคุณพลับพลึงไปเป็นผู้จัดการส่วนตัวชั่วคราวในงานคืนนี้ได้ไหมคะ?”
แบรนดอนละสายตาจากแฟ้มเอกสาร นัยน์ตาสีนิลตวัดมองคนที่ยืนตัวลีบอยู่มุมห้อง ก่อนเหยียดยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
“เอาสิ ในเมื่อเธอเป็นออร์แกไนเซอร์อยู่แล้ว จะควบตำแหน่งผู้จัดการชั่วคราวไปด้วยก็คงไม่เหนื่อยเกินไปหรอก ใช่ไหม คุณพิมพ์มาดา?”
“ค…ค่ะ ดิฉันทำได้ค่ะ”
เธอรับคำเสียงแผ่ว ก้มหน้ารับชะตากรรมโดยไม่รู้เลยว่า คืนนี้กำลังมีบททดสอบที่สาหัสกว่ารออยู่
บรรยากาศหลังเวทีงานเดินแบบการกุศลประจำปีเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทีมงานนับสิบชีวิตวิ่งสวนกันไปมาเพื่อจัดเตรียมเสื้อผ้าและคิวงาน ทว่าในห้องแต่งตัว VIP กลับมีบรรยากาศกดดันจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
“ฉันบอกว่าฉันอยากดื่มน้ำสกัดเย็นออร์แกนิกจากร้านที่ทองหล่อไง ทำไมถึงยังไม่ได้!”
เสียงแหลมปรี๊ดของโรส ดาราสาวผู้พ่วงตำแหน่งคู่หมั้นประธานบริษัทตวาดลั่น พลับพลึงที่เพิ่งวิ่งฝ่าการจราจรติดขัดกลับมา ยืนหอบหายใจจนตัวโยน ก่อนยื่นขวดน้ำผลไม้ให้อีกฝ่าย
“นี่ค่ะคุณโรส ดิฉันรีบไปซื้อมาให้แล้วค่ะ”
โรสปรายตามองขวดน้ำในมือพลับพลึง แสร้งทำหน้ารำคาญตามบทบาทนางร้ายที่ได้รับบรีฟมา แต่ก่อนที่เธอจะทันหาเรื่องต่อ เสียงโวยวายของหัวหน้าออร์แกไนเซอร์ก็ดังแทรกขึ้น
“คุณโรสคะ แย่แล้วค่ะ! นางแบบที่จะต้องเดินฟินาเล่คู่คุณโรสเกิดอุบัติเหตุรถชน ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล มาไม่ได้แล้วค่ะ!”
ทุกคนหลังเวทีชะงัก ความเงียบเข้าปกคลุมทันที งานกุศลครั้งนี้เป็นงานใหญ่ที่แบรนดอนทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้บริษัท หากโชว์ฟินาเล่พังไม่เป็นท่า หายนะมาเยือนพวกเขาทุกคนแน่
โรสหันขวับไปมองพลับพลึง นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนกวาดมองรูปร่างของออร์แกไนเซอร์สาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนเหยียดยิ้ม
“หุ่นเท่ากันเป๊ะ ส่วนสูงก็ได้ งั้น…เธอต้องขึ้นไปเดินแทน”
“ม…ไม่ได้นะคะ ดิฉันไม่ใช่นางแบบ ดิฉันเดินไม่เป็นค่ะ!”
พลับพลึงเบิกตากว้าง ส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน
“งานนี้เป็นงานของบริษัท ถ้าฟินาเล่พังขึ้นมา พนักงานทุกคนเตรียมตัวตกงานได้เลย เธอก็รู้ดีนี่ จะรับผิดชอบความเสียหายไหวเหรอ?”
โรสงัดไม้ตายขึ้นมาข่มขู่
คำขู่ที่โยงไปถึงชะตากรรมของบริษัททำให้พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอไม่ได้สนใจว่างานของแบรนดอนจะมีรอยด่างพร้อยหรือไม่ แต่สิ่งที่หวาดกลัวที่สุดคือ หากโปรเจกต์นี้พังทลาย พนักงานนับร้อยชีวิตอาจต้องตกงาน และตัวเธอเองก็จะไม่มีเงินไปจ่ายหนี้ก้อนโต
สุดท้ายหญิงสาวจึงจำใจพยักหน้า ยอมให้ช่างแต่งหน้าและสไตลิสต์รุมเปลี่ยนชุดให้เธออย่างรวดเร็ว
ทว่าในช่วงชุลมุนนั้น ไม่มีใครสังเกตเห็นรอยยิ้มมาดร้ายของริต้า นางแบบสาวคู่อริที่หมั่นไส้ความจองหองของโรสมานาน เธอแอบนำเข็มหมุดซ่อนเข้าไปในรองเท้าส้นสูงคู่สวยที่เตรียมไว้ให้ดาราสาว แต่ด้วยความรีบร้อน ทีมงานกลับหยิบรองเท้าคู่นั้นมาสวมให้พลับพลึงแทน
“โอ๊ย!”
พลับพลึงอุทานเบา ๆ เมื่อสอดเท้าเข้าไปแล้วรู้สึกถึงความแหลมคมที่ทิ่มแทงฝ่าเท้า แต่เสียงสเตจไดเรกเตอร์ที่ตะโกนบอกคิวทำให้เธอไม่มีเวลาแม้แต่จะก้มลงดู
“ฟินาเล่สแตนด์บาย! ออกไปเลย!”
ร่างบางในชุดราตรีสีแดงเพลิงถูกดันออกไปสู่แสงไฟสปอตไลต์ ทันทีที่ก้าวเดิน ความเจ็บปวดแล่นริ้วจากฝ่าเท้าขึ้นมาจนแทบถึงขมับ ทุกย่างก้าวที่ทิ้งน้ำหนักลงไปคือการถูกเข็มแหลมทิ่มแทงซ้ำ ๆ
แต่พลับพลึงกัดฟันแน่น บังคับใบหน้าให้เชิดขึ้นและคลี่ยิ้มบาง ๆ เดินเคียงข้างโรสไปตามรันเวย์อย่างสง่างามราวกับมืออาชีพ
บริเวณที่นั่ง VIP แบรนดอนซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างด้วยความเบื่อหน่ายถึงกับชะงัก
นัยน์ตาสีนิลเบิกกว้างเมื่อเห็นหญิงสาวในชุดฟินาเล่ ความสวยงามของพลับพลึงสะกดทุกสายตาในฮอลล์ให้หยุดนิ่ง แต่สำหรับแบรนดอน สายตาของเขาเฉียบคมเกินกว่าจะมองเพียงความสวยงาม
เขาเห็นใบหน้าที่ซีดเผือดผิดปกติ เห็นริมฝีปากที่เม้มแน่นเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวด และเห็นจังหวะการเดินที่ผิดแปลกไป ราวกับเธอกำลังพยายามหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักที่ส้นเท้า
แบรนดอนขมวดคิ้วแน่น ความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่ากำลังมีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้น
ทันทีที่ทั้งคู่เดินโพสท่าเสร็จและหมุนตัวกลับเข้าสู่หลังม่านเวที—
ตุบ!
ร่างของพลับพลึงทรุดฮวบลงกับพื้น หญิงสาวรีบถอดรองเท้าส้นสูงออกด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนทุกคนบริเวณนั้นจะเบิกตากว้างด้วยความช็อก
“พลับพลึง! เลือด!”
โรสร้องเสียงหลง ทิ้งคราบมาดนางร้ายไปจนหมดสิ้น
ฝ่าเท้าเล็กชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีสดที่ไหลซึมออกมา ภายในรองเท้าส้นสูงคู่สวยมีเข็มหมุดเปื้อนเลือดซ่อนอยู่ พลับพลึงหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามหน้าผาก
และในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักก็ดังฝ่าวงล้อมของทีมงานเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที…
