บทที่ 1 ชายผู้ติดอยู่ในความฝัน
เสียงกัมปนาทของอัสนีบาตฟาดเปรี้ยงลงมากลางผืนฟ้าสีทะมึน กลบเสียงร่ำไห้ของสตรีผู้หนึ่งซึ่งนั่งคุกเข่าอยู่บนกระดานไม้สักขัดมัน หยาดฝนเม็ดใหญ่สาดซัดผ่านช่องหน้าต่างบานเฟี้ยมที่เปิดอ้ากระทบผิวแก้มเนียนละเอียดที่บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและรอยหมองคล้ำ กลิ่นอายของดินชื้นๆ ผสมปนเปกับกลิ่นหอมเย็นเยือกของดอกมะลิที่ร่วงหล่นช้ำคาต้นและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในมวลอากาศ สร้างความรู้สึกอึดอัดจนแทบขาดใจ
ชวินท์ยืนอยู่ตรงนั้นในเงามืดของมุมห้อง เขาพยายามก้าวเท้าออกไปหาเธอพยายามเปล่งเสียงเรียกชื่อที่ติดอยู่ที่ริมฝีปาก แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยศิลาพันชั่งลำคอแห้งผากไร้สรรพเสียงใดเล็ดลอดออกมา มีเพียงความปวดร้าวที่แล่นพล่านอยู่ในอกซ้ายราวกับถูกกริชแหลมคมกรีดทึ้งลงกลางขั้วหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สตรีในชุดห่มสไบสีดอกจำปาหม่นผู้นั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยที่เคยสุกสกาวราวกับดวงดารา บัดนี้เต็มไปด้วยความรวดร้าว ตัดพ้อและชิงชังอย่างลึกล้ำ แววตาของเธอจ้องมองทะลุผ่านความมืดมิดมายังเขา มันเป็นแววตาของผู้ที่ถูกพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชีวิตเป็นแววตาของผู้ที่สูญสิ้นแล้วซึ่งความศรัทธาในคำสัญญาใดๆ
"หากคำสัตย์ที่ให้ไว้เป็นเพียงลมปากที่ลวงหลอก... ชาตินี้และชาติไหน น้องก็มิขอจดจำ มิขอรัก และมิขอเชื่อใจบุรุษใดอีก..."
เสียงหวานปนสะอื้นนั้นแหบพร่าทว่าดังก้องกังวานสลักลึกลงไปในโสตประสาท มือเรียวบางที่สั่นเทาของเธอเอื้อมไปหยิบปิ่นทองคำลงยาที่วางอยู่บนพื้นกระดาน ปิ่นที่เขาจำได้ดีว่ามันคือของแทนใจที่เขาเป็นผู้ปักลงบนมวยผมของเธอด้วยมือตัวเอง เธอจับมันไว้แน่นจนหยาดโลหิตสีแดงฉานค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากง่ามนิ้ว หยดลงบนพื้นไม้ดังก้องในความเงียบงันที่แสนทรมาน
"ไม่... อย่าทำแบบนี้..."
ชวินท์พยายามตะโกนสุดเสียงแต่เสียงนั้นกลับดังก้องอยู่แค่ในใจ เขาดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งเพื่อสะบัดพันธนาการที่มองไม่เห็นพยายามจะพุ่งตัวเข้าไปคว้ามือบางนั้นไว้ ทว่าภาพตรงหน้ากลับเริ่มบิดเบี้ยวและเลือนลางราวกับภาพสะท้อนบนผิวน้ำที่ถูกโยนหินใส่ ร่างของสตรีผู้นั้นค่อยๆ ถอยห่างออกไปสู่ความมืดมิด ทิ้งไว้เพียงรอยเลือดและหยาดน้ำตาที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำ
ชวินท์สะดุ้งเฮือก ลืมตาโพลงขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิดของห้องนอนกว้างขวาง ร่างกายกำยำของชายหนุ่มในวัยสามสิบสองปีเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเย็นเฉียบที่ผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้าและแผ่นหลัง เขาลุกขึ้นนั่งหอบหายใจอย่างหนักหน่วงมือหนายกขึ้นกุมตำแหน่งอกซ้ายของตัวเองโดยสัญชาตญาณ สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วและรุนแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก ความเจ็บปวดแปลบปลาบจากในความฝันยังคงหลงเหลือร่องรอยอยู่จริงในความรู้สึก มันเจ็บลึก หน่วงหนักและทรมานจนเขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติสัมปชัญญะกลับคืนมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง
ชายหนุ่มเสยผมที่ปรกหน้าผากขึ้นลวกๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟที่หัวเตียง แสงสีส้มสลัวสาดส่องให้เห็นการตกแต่งภายในห้องนอนสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่หรูหรา เรียบง่าย และเงียบสงัด ตัวเลขบนนาฬิกาดิจิทัลบอกเวลาตีสามสิบห้านาที เป็นอีกครั้ง... และเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ในชีวิต ที่เขาต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะความฝันเดิมๆ
ความฝันถึงหญิงสาวในชุดไทยโบราณ ผู้มีใบหน้างดงามทว่าเปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้าและความแค้น
ชวินท์ตวัดผ้าห่มออกจากตัวแล้วก้าวลงจากเตียงคิงไซส์ เดินเท้าเปล่าย่ำลงบนพรมเปอร์เซียเนื้อหนาตรงไปยังบานกระจกใสสูงจรดเพดานที่เผยให้เห็นทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน แสงไฟจากตึกระฟ้าและท้องถนนเบื้องล่างดูวุ่นวายและมีชีวิตชีวา สวนทางกับความเงียบเหงาและอ้างว้างที่เกาะกินอยู่ภายในใจของเขาอย่างสิ้นเชิง
เขาฝันถึงเธอมาตั้งแต่จำความได้ ในวัยเด็ก ชวินท์มักจะตื่นขึ้นมาร้องไห้จ้ากลางดึก พร่ำเรียกหา 'แม่บัว' โดยที่ไม่มีใครในครอบครัวเข้าใจว่าเขาหมายถึงใคร พ่อแม่เคยพาเขาไปพบจิตแพทย์เด็กหลายต่อหลายครั้ง ทุกคนลงความเห็นตรงกันว่าเขาอาจจะมีจินตนาการที่ล้ำลึกเกินวัย หรืออาจจะได้รับอิทธิพลจากละครย้อนยุคที่พี่เลี้ยงเปิดให้ดู แต่เมื่อโตขึ้น ความฝันนั้นก็ไม่ได้จางหายไปตามกาลเวลา กลับยิ่งแจ่มชัดและลงลึกในรายละเอียดมากขึ้นเรื่อยๆ
เขาจำกลิ่นหอมของดอกมะลิซ้อนที่เธอมักจะร้อยเป็นพวงมาลัยได้ จำสัมผัสอันนุ่มนวลของมือบางยามที่ประคองใบหน้าเขาได้ จำรอยยิ้มหวานละมุนที่เคยทำให้โลกทั้งใบสว่างไสวและที่สำคัญที่สุด... เขาจำความรู้สึกรักที่ลึกซึ้ง ผูกพันและหวงแหนจนสุดหัวใจได้อย่างฝังรากลึก
มันคือความรักที่ไร้ตัวตนในโลกความเป็นจริง แต่กลับมีอานุภาพมหาศาลจนทำให้ชวินท์ไม่สามารถมอบหัวใจให้ใครอื่นได้อีกเลยตลอดชีวิตที่ผ่านมา
หลายปีที่ผ่านมาในฐานะผู้บริหารหนุ่มทายาทตระกูลภูริพัฒน์ธาดา ตระกูลผู้ดีเก่าที่มั่งคั่งและทรงอิทธิพลในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ชวินท์ถูกรายล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย หญิงสาวสวยชาติตระกูลดี หน้าที่การงานเพียบพร้อมต่างแวะเวียนเข้ามาในชีวิตเขาไม่ขาดสาย ทั้งที่เข้ามาด้วยความเสน่หา และที่ผู้ใหญ่เป็นธุระจัดการดูตัวให้ แต่ไม่เคยมีใครเลย... ไม่เคยมีสตรีคนใดในโลกความจริงที่สามารถสั่นคลอนหัวใจที่ด้านชาและปิดตายของเขาได้
